ข่าว
100 year

จากแวนคูเวอร์ถึงป่าละอู ทดสอบ LEXUS NX300h

อาคม รวมสุวรรณ7 ต.ค. 2557 10:05 น.
SHARE

 เป้าหมายที่จะเพิ่มยอดขายขึ้นอีก 3 เท่าตัวในยุโรปภายในปี ค.ศ.2015 กลายเป็นงานหินของผู้บริหาร Lexus ด้วยการสร้างรถยนต์ที่สามารถต่อสู้ได้ในตลาด Crossover หรู ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของทุกแผนกภายใต้แบรนด์สัญลักษณ์หัวลูกศร เป็นความพยายามในการแก้ลำด้วยรถรุ่นใหม่ หลังจาก Lexus ใช้ความสามารถที่มีอยู่ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ในการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าระดับบน ปี ค.ศ.2014 กับการนำเสนอรถยนต์ในคราบ Sport SUV ที่ใช้ชื่อว่า NX ซึ่งเป็นโมเดลล่าสุดก่อนที่ RC สปอร์ตคูเป้แบบ 2 ประตูจะตามออกมาติดๆ โมเดล NX กลายเป็นคู่แข่งโดยตรงของ BMW X3 Audi Q5 และ Range Rover Evoque สำหรับ Sport SUV รถยนต์ประเภทนี้มีการเจริญเติบโตในด้านยอดขายอย่างก้าวกระโดด และ Lexus เล็งเห็นช่องทางในการเพิ่มเติมโมเดลดังกล่าวให้กลายเป็นทางเลือกใหม่ของลูกค้าที่ต้องการความแตกต่าง โดยผู้บริหารของ Lexus คาดการณ์ว่า 80% ของลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ในรุ่น NX จะเป็นลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยใช้ Lexus มาก่อน ถึงแม้จะไม่มีเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับตลาดยุโรป แต่ประสิทธิภาพที่ดีของเครื่องยนต์ลูกผสมแบบเบนซินบวกมอเตอร์ไฟฟ้า เรือนร่างที่ทันสมัย รวมถึงค่ามลพิษในระดับ EURO-6 จะทำให้ NX Model สามารถเอาตัวรอดได้เหมือนกับรถรุ่นพี่ในตระกูล RX


Lexus ยังคงยึดโยงอยู่กับระบบขับเคลื่อนแบบ Hybrid เป็นหลักซึ่งกลายเป็นจุดขายที่สามารถสร้างความแตกต่างในด้านของการขับใช้งาน การปล่อย CO2 เพียงแค่ 120 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร ทำให้มันกลายเป็นรถ SUV+ Crossover ที่สะอาดสุดในกลุ่มรถลุยแบบหรูสุดขั้ว บุคลิกของตัวรถที่ถูกปรับปรุงในด้านการควบคุมที่ดี ตัวถังที่เร้าอารมณ์และอุปกรณ์ไฮเทคที่ประดังเข้ามาสำหรับอำนวยความสะดวกทำให้มันมีความเป็นเอกเทศและแตกต่างจากรถคู่แข่งอยู่พอสมควรในบางแง่มุม NX มีดีไซน์ที่ค่อนข้างแหวกแนว ออกไปในแบบอวกาศล้ำอนาคต ทรงด้านข้างที่ลงตัวจากเส้นข้างตัวถังอันเฉียบคม นับเป็นความตั้งใจและความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะของทีมพัฒนาอย่างแท้จริง


โมเดล NX จากแบรนด์หัวลูกศร Lexus ถูกกำหนดโดยผู้บริหารเพื่อทำให้มันกลายเป็นคู่แข่งโดยตรงของ BMW X3 Audi Q5 และ Range Rover Evoque ซึ่งอยู่ในกลุ่ม Sport SUV+ Crossover สมรรถนะสูงจากยุโรป นับเป็นทิศทางการต่อสู้ในตลาดในรถยนต์ประเภท Premium SUV ที่ New NX จะต้องลงไปต่อกร ด้วยประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อนแบบผสม (Hybrid) บนโครงสร้างที่แข็งแกร่ง ผนวกกับการออกแบบที่ล้ำสมัย โครงการ Project NX เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ.2009 ด้วยการทำงานร่วมกันของทีมวิศวกร นักออกแบบและช่างเครื่องยนต์ Lexus กว่า 2,000 คน เป็นโครงการผลิต Sport Crossover ต่อยอดจากกลุ่มรถ SUV หรู เช่น LX / RX / GX โดยวางแผนแบบให้รถรุ่น NX มีขนาดที่กะทัดรัดกว่าทั้งสามโมเดล แต่ยังคงอัดแน่นไปด้วยรูปแบบใหม่ของการขับเคลื่อน เทคโนโลยีล่าสุดของเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง โครงสร้างใหม่กับรูปลักษณ์ที่ทันสมัยล้ำอนาคต รถต้นแบบ NX ถูกวิ่งทดสอบด้วยระยะทางยาวถึง 1 ล้านกิโลเมตรในหลายทวีปทั่วโลก ท่ามกลางสภาพอากาศที่มีความแตกต่างกันอย่างสุดขั้วในแต่ละภูมิประเทศ เครื่องยนต์และระบบส่งกำลังของรถต้นแบบ ถูกจัดให้ทำงานภายใต้การทดสอบบน Dynamometer เพื่อตรวจสอบความเสถียรของการทำงานในแท่นทดสอบ เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร ที่มีประสิทธิภาพขณะทำงานผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า ยังถูกนำออกไปวิ่งที่ระดับความสูง 3,000 เมตร ในเขตพื้นที่ที่มีออกซิเจนเบาบางเพื่อตรวจเช็กระบบการทำงานของชุดอัดอากาศและปรับตั้งเพื่อให้ได้ค่าสูงสุดที่เกิดประโยชน์ในขณะที่ขับขี่ รวมถึงการวิ่งในทะเลทรายที่มีอุณหภูมิสูงถึง 50 องศาเซลเซียส เพื่อตรวจสอบข้อผิดพลาดของแบตเตอรี่และระบบ Hybrid


NX300h ถูกออกแบบให้มีความสมดุลที่ดีของระบบอากาศพลศาสตร์ โดยเฉพาะรูปลักษณ์ที่กะทัดรัด นักออกแบบในแผนก R and D ของ Lexus ขัดเกลารูปทรงจนมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศหรือค่า Cd ในระดับบนของรถยนต์แบบ SUV/ Crossover โดยการออกแบบและปรับเปลี่ยนเป็นไปตามรายละเอียดของผลการทดสอบระบบอากาศพลศาสตร์ในอุโมงค์ลม Sonic technology แยกชั้นสีออกเป็นสองชั้นสำหรับการเคลือบ สีที่พ่นเปลือกตัวถังมีความเงางามด้วยเทคโนโลยีใหม่ หลังจากผ่านการอบแห้งหนึ่งในสามของความหนาของเดิมด้วยอนุภาคไมกาสำหรับการสะท้อนที่ให้ความเงาและความคงทน อนุภาคไมกามีความโปร่งใสและยังเรืองแสง นวัตกรรม Sonic technology ได้ถูกนำมาใช้ในขั้นตอนในการพ่นตัวถังเพื่อสร้างความเข้มแข็งและการสะท้อนเงาให้มากที่สุดทีมออกแบบของ Lexus ที่ทำงานร่วมกับวิศวกรในแผนกเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลังและระบบรองรับ พยายามสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าระดับบน ด้วยการยกระดับของความประณีตบรรจงของการผลิตและงานวิศวกรรมที่มีความเข้มข้น


เพื่อยกระดับคุณภาพของตัวรถให้สามารถเทียบเคียงหรือดีกว่ารถยนต์คู่แข่งจากเยอรมนี ทีมพัฒนารถยนต์รุ่น NX มุ่งเน้นไปที่การสร้างรถครอสโอเวอร์ที่ให้ประสิทธิภาพดีในการควบคุมและมีรูปทรงที่ทันสมัย โดยจดจ่ออยู่กับความแข็งแกร่งของโครงสร้างและชุดบังคับเลี้ยว นอกจากโครงสร้างใหม่จะต้องมีความแข็งแรงแล้ว ยังต้องมีน้ำหนักที่เบาขึ้นและผ่องถ่ายความรู้สึกที่ดีของช่วงล่างได้อย่างชัดเจน ผสมผสานกับความงดงามลงตัวของเส้นสายทั่วทั้งคัน วิศวกรและนักออกแบบ NX พยายามปรับมุมมองของรถรุ่นนี้ให้มีความสามารถในการดึงดูดสายตาของผู้คน บนความเฉียบคมของเส้นสายที่เชื่อมโยง และมีประสิทธิภาพดีเมื่อได้ลองสัมผัสด้วยการขับขี่ ดีไซน์ของ Lexus All New NX Model มีการติดตั้งกระจังหน้าแบบ spindle grille ที่เชื่อมโยงกับภาพลักษณ์รถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดของแบรนด์หัวลูกศร กระจังหน้าแบบ spindle grille นั้น ปรากฏอยู่ในโมเดลอย่าง CT200h / IS / GS / ES / RC / LS / LFA และ RX เป็นเอกลักษณ์ที่ง่ายต่อการจดจำและแสดงออกถึงความกล้าหาญในงานดีไซน์โดยดีไซน์ดังกล่าวถูกริเริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในช่วงปี 2011 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน


รถต้นแบบ LF-NX ซึ่งถูกจัดแสดงภายในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์เมื่อปลายปี 2013 บนความอลังการของบูธจัดแสดงขนาดยักษ์ของ Lexus รถต้นแบบใช้ความเฉียบคมของเส้นที่ตัดกันไปมาทั่วทั้งคันและสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้คนที่เข้ามาชม LF-NX กลายเป็นแนวทางสำหรับการออกแบบรถรุ่น NX ด้วยกระจังหน้าแบบใหม่ แยกย่อยและแตกต่างกันออกไปสำหรับรุ่นปกติและรุ่นที่ตกแต่งด้วยอุปกรณ์แบบสปอร์ตในรุ่น F-SPORT กระจังหน้าของ Lexus NX ในรุ่นมาตรฐานใช้ชิ้นงานพลาสติกสีดำผิวมันเงาทรง 6 เหลี่ยม ล้อมกรอบกระจังแบบ spindle grille ด้วยพลาสติกโครเมี่ยมสีเงินเงางาม ไฟตัดหมอกทรงเหลี่ยมอยู่ในตำแหน่งมุมล่างสุดของสปอยเลอร์หน้า โดยมีช่องรับอากาศขนาดเล็กวางแนวตั้งสำหรับการเหนี่ยวนำอากาศไประบายความร้อนให้กับชุดเบรกหน้า


ไฟหน้าของ Lexus New NX รุ่น 300h ใช้ไฟหน้าแบบ Projector LED สำหรับจำนวนหลอดไฟ LED ของ NX เมื่อรวมทั้งไฟหน้าและไฟท้าย จะมีหลอดไฟ LED ทั้งหมดมากถึง 78 หลอด รวมไปถึงไฟหรี่กลางวันที่มีดีไซน์คล้ายกับสัญลักษณ์ของแบรนด์ซึ่งเป็นรูปหัวลูกศรหรือธูน ไฟ LED Daytime Runing Light ของ Lexus All New NX300h ยังมีรูปแบบคล้ายกับไฟหรี่กลางวันของโมเดล IS อีกด้วย ส่วนฝากระโปรงหน้ามีเส้นนำสายตาที่ยกสันนูนขึ้นเพื่อความต่อเนื่องเชื่อมโยงกับงานกระจังหน้าแบบ spindle grille การออกแบบที่ดีในส่วนหน้าของตัวรถนอกจากจะมีความสวยงามลงตัวแล้ว ยังช่วยทำให้มุมมองของตัวรถดูดีแม้จะจอดอยู่กับที่


มาตรฐานระดับบนของงานประกอบในโมเดล New NX จากแบรนด์ Lexus ยังปรากฏไปทั่วบริเวณด้านข้างของตัวรถ ทรงด้านข้างที่บึกบึนเกิดจากเส้นสายที่คมกริบตัดกับเหลี่ยมมุมบนพื้นผิว แนวหลังคาที่มีความสมส่วนลงตัว เสาหน้าที่มีองศาของความลาดเอียงมากยิ่งขึ้น ส่วนเสาท้ายกลมกลืนไปกับแนวส่วนท้ายของตัวรถ โป่งซุ้มล้อมีชิ้นงานพลาสติกกันกระแทกสีดำห่อหุ้มเพื่อแสดงออกถึงตัวตนของการเป็นรถลุยสำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ มิติตัวถังมีความยาว 4,520 มิลลิเมตร กว้าง 1,830 มิลลิเมตร และสูง 1,650 มิลลิเมตร เมื่อเปรียบเทียบขนาดเรือนร่างของรถ New NX กับคู่แข่งอย่าง Audi Q3 ซึ่งมีความยาว 4,385 มิลลิเมตร กว้าง 1,830 มิลลิเมตร และสูง 1,595 มิลลิเมตร กับ BMW X3 ที่ยาว 4,650 มิลลิเมตร กว้าง 1,880 มิลลิเมตรและสูง 1,675 มิลลิเมตร ก็จะพบว่ามิติตัวถังของ Lexus NX นั้นมีความใกล้เคียงกับคู่แข่งทั้งสองคันอยู่พอสมควร สำหรับแพลตฟอร์มของ Lexus New NX นั้นใช้ร่วมกันกับแพลตฟอร์มของรถยนต์ Toyota รุ่น New Harrier 2014 และ Toyota Rav 4 ซึ่งเป็นรถยนต์สไตล์ Crossover ขนาดกะทัดรัดที่แชร์โครงสร้างหลักร่วมกับ New NX


ด้านข้างตัวถังมีการเพิ่มรายละเอียดเพื่อให้มีความงดงามน่าใช้งานมากยิ่งขึ้นด้วยที่จับเปิดประตูแบบมีหลอดไฟ LED ซึ่งจะเรืองแสงในตอนกลางคืน เป็นลูกเล่นใหม่ที่เพิ่มเติมเข้ามาในตัวรถรุ่น NX แก้มข้างผสมปนเประหว่างเหลี่ยมมุมและความโค้งมน เป็นความหาญกล้าของทีมออกแบบที่พยายามทำทรงด้านข้างของ Lexus New NX ให้มีความใกล้เคียงกับรถต้นแบบ LF-NX ให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ ผิวพื้นชายล่างของบานประตูยกสันนูนขึ้นเพื่อเพิ่มมิติยามแสงตกกระทบ กระจกบานประตูทั้ง 4 ล้อมกรอบด้วยวัสดุพวกโลหะสีเงิน เป็นการยกระดับของความหรูเพื่อกลบรัศมีของรถคู่แข่งจากแดนไส้กรอกอย่าง AudiQ5 และ BMW X3 ซุ้มล้อขนาดใหญ่รองรับล้ออัลลอยขอบ 18 นิ้ว ห่อรัดด้วยยางคุณภาพสูงของ Yokohama รุ่น Bluearth E51 ไซส์ 225/60R18 100H ซึ่งเป็นยางแก้มสูงสำหรับรถยนต์ Crossover เสาอากาศทรงครีบปลาฉลาม ของจำเป็นที่ขาดไม่ได้สำหรับรถหรูยุคใหม่ กรอบกระจกมองข้างประดับประดาด้วยเลนส์ไฟเลี้ยวแบบ LED


บั้นท้ายทรงเหลี่ยมคล้ายกับตัวต้นแบบ LF-NX แต่มีการปรับรายละเอียดใหม่หมดเพื่อไม่ทำให้ดูเว่อร์มากจนเกินไป ไฟท้ายแบบใหม่ทรงเหลี่ยม สปอยเลอร์หรือกันชนหลังแบบ 2 ชิ้น โดยใช้พลาสติกสีดำกรุชายล่างของสปอยเลอร์หลังเพื่อป้องกันการกระแทก ท่อระบายไอเสียแบบสองท่อที่มุมสุดของชายล่างสปอยเลอร์หลัง พลาสติกสะท้อนแสงที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยเมื่อขับขี่หรือจอดในที่มืด ไฟท้ายทรงเหลี่ยมภายในบรรจุหลอดไฟท้ายแบบ LED ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานได้มากกว่าหลอดไปท้ายแบบเก่าถึง 5 เท่า หลอดไฟท้ายแบบ LED ยังให้มุมมองที่มีความคมชัดสูงมากกว่าปกติ ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดได้ด้วยการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าระบบไฮดรอลิก กระจกบานฝาท้ายมีใบปัดน้ำฝนกับไฟเบรกดวงที่สามแบบ LED สำหรับการเปิดหรือปิดฝากระโปรงท้ายใช้การกดสวิตช์เพียงแค่ครั้งเดียว การออกแบบฝาท้ายให้มีตำแหน่งไม่สูงมากจนเกินไปเพื่ออำนวยความสะดวกเมื่อต้องการขนของชิ้นโตๆ


ห้องโดยสารของ Lexus NX คำนึงถึงความหรูหรามีระดับแบบครอสโอเว่อร์พรีเมี่ยม เป็นการประกาศให้คู่ต่อสู้จากเยอรมนีรับรู้ด้วยการจัดวางที่ลงตัวและทันสมัย ตำแหน่งท่านั่งขับถูกกำหนดสัดส่วนความสูงให้มากกว่ารถซีดาน เพื่อเพิ่มมุมมองให้ครอบคลุมและกว้างไกล เบาะแบบสปอร์ตปรับด้วยไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ 3 ตำแหน่ง คอนโซลโฟมขึ้นรูปหุ้มด้วยวัสดุคล้ายหนัง ปุ่นและสวิตช์สั่งงาน มาตรวัดและคอนโซลกลางประดับประดาด้วยพลาสติกและโลหะเกรดสูง เพื่อสร้างความรู้สึกหรูหรา พลาสติกเกรดดีและงานลายไม้แบบใหม่ หนังแท้เย็บโชว์ตะเข็บด้าย กรอบคอนโซลกลางพลาสติกสีเงินทำออกมาให้เหมือนกับงานอัลลอยผิวเรียบ ลายไม้กรุด้วยโลหะที่คาดเดินเส้นเพื่อเน้นความโดดเด่นเฉิดฉาย Cockpit ของ Lexus NX300h ยังคงอารมณ์ของห้องโดยสารชั้นเยี่ยมจากแบรนด์หัวลูกศรเอาไว้อย่างเหนียวแน่น เกรดของวัสดุเทียบเคียงหรือเหนือกว่า BMW , Audi , Mercedes Benz ในบางตำแหน่งมันให้มุมมองที่มีทั้งความร่วมสมัยและทันสมัยแหวกแนว คอนโซลแบ่งออกเป็นแบบ 2 ชั้น จัดวางอุปกรณ์ให้สามารถใช้สอยกันได้อย่างสะดวก โดยเน้นไปที่การควบคุมของคนขับเป็นหลัก เบาะแบบสปอร์ตหุ้มด้วยหนังแท้เย็บเดินตะเข็บโชว์ความประณีตบรรจงของงานหนังที่สามารถเทียบเคียงเบาะหรูๆใน BMW X3 / Mercedes Benz GLA ผิวที่หนานุ่มของตัวเบาะให้ความรู้สึกแตกต่างจากคู่แข่งสัญชาติเยอรมัน รวมถึงกลิ่นและแนวทางการตกแต่งแทบจะทุกตำแหน่งก็ยังบ่งบอกกับทุกๆ คนว่ามันคือภายในชั้นดีของแบรนด์ Lexus พวงมาลัยทรงสามก้านแบบสปอร์ตติดตั้งสวิตช์ควบคุมและแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์หลังพวงมาลัยหรือ Paddle Shift เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการทดกำลังขึ้น-ลงด้วยตัวคนขับเอง พวงมาลัยสปอร์ตสามก้านอวบๆ หุ้มด้วยหนังแท้สีดำเย็บตะเข็บด้วยด้ายขาว พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง ครอบคลุมท่านั่งและสรีระของผู้ขับ คอนโซลแบบสองชั้นหุ้มหนังสีดำก็ยังเย็บโชว์ตะเข็บสีขาวตัดกันอย่างโจ่งแจ้ง เป็นการเหนี่ยวนำเอาบรรยากาศของการขับและนั่งโดยสารซึ่งเชื่อมโยงต่อเนื่องกับแนวคิด Sport- Crossover และเล็งกลุ่มลูกค้าที่มีอายุน้อย


แผงควบคุมอุณหภูมิแบบแยกส่วน ทำงานด้วยระบบดิจิตอล วางสวิตช์รูปทรงสี่เหลี่ยม เพื่อใช้ปรับทิศทางของพัดลมแอร์ อุณหภูมิ ระบบอากาศหมุนวนในห้องโดยสาร นาฬิกาแบบเข็มสไตล์อะนาล็อก สวิตช์ อุ่นหรือระบายความร้อนเบาะคู่หน้า ช่องแอร์ทรงเหลี่ยมและสวิตช์ ไฟฉุกเฉินบริเวณด้านบนของคอนโซลกลาง ซึ่งออกแบบให้แผงควบคุมดังกล่าวอยู่ด้านล่างของจอมอนิเตอร์ เพื่อความสะดวกสบายในการปรับตั้ง ส่วนสวิตช์ Start/Stop Engine ทรงกลมสีน้ำเงิน อยู่ด้านข้างของคนขับ แผงคอนโซลแบบโฟมขึ้นรูปมีราคาสูง และกลายเป็นที่นิยมสำหรับรถยนต์หรูหราระดับพรีเมี่ยม คอนโซลโฟมหุ้มด้วยหนังยังช่วยในการซับเสียงแปลกปลอมและช่วยลดแรงเสียดสี หรือสั่นสะเทือนขณะขับขี่ได้ดีกว่าแผงคอนโซลแบบพลาสติกขึ้นรูป วัสดุดูดซับเสียงแบบใหม่ที่กรุอยู่รอบๆ Cockpit รวมถึงพรมปูพื้นที่มีความหนามากกว่าปกติ ช่วยทำให้ห้องโดยสารของ Lexus New NX300h มีความเงียบงันในขณะขับเคลื่อน รายละเอียดบนแผงมาตรวัด ในรุ่น 300h Hybrid มาตรวัดเป็นแบบทรงกลม มีจอภาพ TFT - MID Multi information display ขนาด 4.2 นิ้ว แสดงผลข้อมูลหลายที่อยู่ตรงกลางของแผงเมตร ควบคู่ไปกับการแสดงผลบนจอกลาง ขนาด 7 นิ้ว จอ TFT ที่กึ่งกลางมาตรวัด ทำหน้าที่ในการแสดงข้อมูลต่างๆ เช่นการควบคุมสั่งงานด้วยระบบเสียง แสดงผลสายเรียกเข้าของระบบโทรศัพท์ไร้สายและตรวจสอบการใช้พลังงานการทำงานของจอ TFT แจ้งเตือนด้วยรูปสัญลักษณ์ต่างๆ เพื่อส่งถ่ายข้อมูลในขณะขับเคลื่อน รวมถึงการตั้งค่าสำหรับการขับ ซึ่งมีทั้งโหมดการขับเคลื่อน 3 รูปแบบ (ECO / Sport / Sport S+) แจ้งเตือนความเร็ว อุณหภูมิภายนอกห้องโดยสาร ตำแหน่งเกียร์ คำนวณระยะทางกับเชื้อเพลิงที่อยู่ในถัง ทริปมิเตอร์ A/B และสเกลแจ้งเตือนการใช้พลังงานทั้งสองรูปแบบ (เครื่องยนต์/มอเตอร์ไฟฟ้า) จอภาพ TFT - MID Multi information display ยังสามารถแจ้งรายละเอียดของระบบมัลติมีเดีย ทั้งรายชื่อเพลงหรืออัลบั้ม รวมถึงสถานีวิทยุและการเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สาย


ห้องเก็บสัมภาระส่วนท้ายเน้นความกว้างขวางแม้จะมีขนาดตัวถังที่ไม่ใหญ่โตมากนัก เบาะผู้โดยสารตอนหลัง สามารถปรับได้แบบ 40/60 สำหระใส่กระเป๋าเดินทางหรือถุง Golf รวมถึงจักรยานแบบพับได้สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง รถ NX300h ยังมีพื้นที่เล็กๆ สำหรับจัดเก็บโทรศัพท์สมาร์ทโฟนในบริเวณใต้คอนโซลกลาง พร้อมระบบชาร์จแบตเตอรี่มือถือแบบไร้สาย ที่เก็บแว่นตากันแดดขนาดใหญ่ กับตำแหน่งที่วางแก้วน้ำที่ใต้คอนโซลหน้า/พนักเท้าแขนที่เบาะผู้โดยสารตอนหลัง รวมถึงบริเวณแผงประตูทั้ง 4 บาน


คันเกียร์หุ้มด้วยถุงหนังแท้สีดำเย็บด้วยด้ายขาว หัวเกียร์แบบพลาสติกสีเงินผสมกับงานไวนิลสีเทาออกแบบให้มีรูปทรงที่สามารถยึดจับได้ง่าย ข้างๆ คันเกียร์มีสวิตช์ทรงกลม สำหรับการปรับตั้งโหมดขับเคลื่อน สวิตช์เบรกมือแบบไฟฟ้า ปุ่มกดหรือยกเลิกระบบควบคุมการทรงตัว ปุ่ม EV สำหรับการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ล้วนๆ ที่ย่านความเร็วต่ำ พนักเท้าแขนแบบมีช่องเก็บและชาร์จโทรศัพท์ สมาร์ทโฟน ช่องโหลดแผ่น CD/DVD และช่องเก็บของกระจุกกระจิก ใต้พนักเท้าแขนนอกจากสามารถวางโทรศัพท์แล้วทำการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สายแล้ว ยังมีช่องเชื่อมต่ออุปกรณ์เล่นเพลงจากภายนอกพวก AUX / USB / iPOD อีก 3 ช่องสำหรับการเล่นเพลง หรือดูหนังฟังเพลงภายในรถผ่านจอแสดงผลกลาง ขนาด 7 นิ้ว เมนูภาษาไทยที่ถูกโปรแกรมมาให้สำหรับความสะดวกสบายในการใช้งาน แต่ไม่มีระบบแผนที่นำทางด้วยดาวเทียม


หัวใจหรือขุมกำลังในรุ่น 300h ซึ่งเป็นเครื่องยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด ของ Lexus เครื่องยนต์แบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบ ที่ได้รับการพัฒนามาเพื่อประสิทธิภาพที่ดีของแรงบิด และการปล่อย Co2 รวมถึงการผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบของรุ่น Hybrid ใช้รหัส 2AR-FXE มีปริมาตรความจุที่ 2,494 ซีซี 4 วาล์วต่อ 1 กระบอกสูบ= 16 วาล์ว ระบบวาล์วแปรผัน VVT-i ดับเบิลโอเว่อร์เฮคแคมชาร์ป ( DOHC) มีอัตราส่วนกำลังอัดสูงถึง 12.5:1 จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดไฟฟ้าแบบ EFI สร้างเรี่ยวแรงออกมาได้ 112 กิโลวัตต์ หรือ 155 แรงม้าที่ 5,700 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดจากเครื่องยนต์เพียวๆ ยังไม่รวมมอเตอร์ไฟฟ้าที่ 210 นิวตันเมตร หรือ 21.5 กิโลกรัมเมตร ที่ 4,200 รอบต่อนาที ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าเสริมแรงขับเคลื่อนในระบบ Hybrid ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลัง 650 V มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 105 กิโลวัตต์ 143 แรงม้า โดยมีกำลังที่ล้อหน้า 50 กิโลวัตต์ กับ 68 แรงม้าที่ล้อหลัง มอเตอร์ไฟฟ้าให้แรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร หรือ 27.2 กิโลกรัมเมตร ที่ล้อหน้า และ 139 นิวตันเมตร หรือ 14.8 กิโลกรัมเมตรที่ล้อหลัง


อัตราเร่งของ Lexus New NX รุ่น 300h Hybrid จาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 9.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบส่งกำลังเนื่องจากเป็นยานยนต์แบบ Hybrid จึงจำเป็นต้องใช้เกียร์แบบสายพาน CVT แบบแปรผันต่อเนื่อง โดยระบบส่งกำลังของ NX รุ่นเครื่องยนต์ Hybrid สามารถแปรผันอัตราทดแบบต่อเนื่องขึ้นลงไปตามรอบเครื่องยนต์และการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า NX300h ยังมีโหมดแมนนวลสำหรับผู้ขับที่ชอบเปลี่ยนอัตราทดด้วยตัวเอง ระบบบังคับเลี้ยวของ New NX ใช้พวงมาลัยไฟฟ้าผกผันน้ำหนักไปตามความเร็วที่แท้จริงผนวกกับโหมดขับเคลื่อน ผ่านการควบคุมด้วยสมองกลไฟฟ้าหรือ ECU ระบบรองรับ ด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้กอัพ และเหล็กกันโคลงส่วนด้านหลังเป็นแบบดับเบิลวิชโบนที่มีการออกแบบจุดยึดใหม่ทั้งหมด ระบบเบรกด้านหน้าแบบดิสก์เบรกมีช่องระบายความร้อน ด้านหลังแบบดิสก์เบรก ระบบห้ามล้อของ Lexus New NX รุ่น 300h Hybrid ใช้เบรกแบบสะสมพลังงาน Re-Entry Breaking โดยจะแปลงความร้อนที่เกิดขึ้นจากการเบรกไปเป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อประจุกลับไปเก็บยังแบตเตอรี่ แล้วหมุนเวียนนำกลับมาใช้งานยังมอเตอร์ไฟฟ้าเสริมแรง ส่วนมาตรฐานมลพิษของ NX300h อยู่ในระดับ EURO-6

กลางเดือนมิถุนายน พศ 2557 ในเมืองแวนคูเวอร์ กับการขับขี่เป็นครั้งแรกของสื่อมวลชนทั่วโลกใน Lexus New NX บนการทดสอบทางไกลระยะทาง 165 กิโลเมตร บนรถทดสอบ 2 รุ่น ( NX300h เครื่องยนต์ไฮบริด + NX200t เครื่องยนต์ติดตั้งระบบอัดอากาศเทอร์โบ) กับการเค้นประสิทธิภาพของตัวรถ ท่ามกลางกฎหมายจราจรที่เข้มงวดของทางการในทวีปอเมริกาเหนือ ทำให้สมรรถนะที่แท้จริงของมันไม่สามารถสำแดงฤทธิ์เดชได้อย่างหมดจด จนมาถึงช่วงปลายเดือนกันยายนกับการขับทดสอบเดี่ยวๆ บนรถ NX300h Hybrid ในเส้นทางกรุงเทพฯ-น้ำตกป่าละอู ทำให้ผมสามารถรับรู้ถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการขับทดสอบรถยนต์รุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี ระยะทาง 650 กิโลเมตร ท่ามกลางสภาพการที่แท้จริงของการขับทดลองสมรรถนะในประเทศไทย ทำให้เจ้า NX300h คายตัวตนและพิษสงของมันออกมาจนหมดเปลือก นี่คือรถยนต์พลังงาน Hybrid จากแบรนด์ Lexus ที่คล่องแคล่วและงดงามคันหนึ่งของวงการรถหรู มันเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ ขนาดกะทัดรัด ปริมาตรความจุ 2.5 ลิตร 155 แรงม้า กับ 210 นิวตันเมตร หรือ 21.5 กิโลกรัมเมตร ในรูปของพลังแรงบิดที่เกิดขึ้นจากเครื่องยนต์ ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 105 กิโลวัตต์ 143 แรงม้า ถ่ายเทแรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร หรือ 27.2 กิโลกรัมเมตร ไปยังล้อคู่หน้า แล้วเฉลี่ยแรงบิดจากมอเตอร์ที่วางไว้ด้านหลังในระดับ 139 นิวตันเมตร หรือ 14.8 กิโลกรัมเมตรไปยังล้อหลัง งงกันดีมั้ยล่ะครับ


ในเมือง New NX300h วิ่งที่ย่านความเร็วต่ำท่ามกลางสภาพการจราจรที่ติดขัดอย่างหนัก จากการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าในระบบ Hybrid เจ้า Lexus New NX300h เป็นรถ Crossover ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำให้มันมีความเหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันของคนเมืองยุคใหม่ เครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร 4 สูบเรียง 2,494 ซีซี 155 แรงม้า (ยังไม่รวมมอเตอร์ไฟฟ้า) ส่งแรงบิดจากเกียร์ CVT ไปยังเฟืองขับหน้าได้อย่างพอเพียง การเสริมแรงขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ จะเกิดขึ้นทันทีที่คันเร่งถูกกดลงลึกหรือในคาบที่คุณต้องชะลอความเร็วลงมาจนอยู่ในเกณฑ์ที่มีความเหมาะสมกับการประสานแรงของทั้งสองระบบขับเคลื่อน ที่ความเร็วต่ำ มอเตอร์จะเข้ามารับหน้าที่ในการผลักดันตัวรถโดยสั่งให้เครื่องยนต์หยุดทำงานเพื่อความประหยัดและลดมลพิษ ความเร็ว 0-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สำหรับการขับในเมืองเป็นหน้าที่ของมอเตอร์ไฟฟ้าล้วนๆ ต่อเมื่อความเร็วทะยานผ่านค่าที่ได้โปรแกรมเอาไว้ในชุดควบคุม เครื่องยนต์จะติดตัวเองขึ้นอย่างนิ่มนวลแล้วรับหน้าที่ในการขับเคลื่อนผสานไปกับมอเตอร์จนกว่าพลังงานไฟฟ้าในแบตเตอรี่ของมันจะอ่อนลงจนระบบชาร์จไฟทำงาน การผสานกันของเครื่องยนต์และมอเตอร์เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาของการขับขี่ผกผันไปตามความเร็ว เมื่อพบเจอกับสภาพการจราจรที่ติดขัดและจอดนิ่งอยู่กับที่ ระบบ Hybrid จะสั่งให้เครื่องยนต์หยุดทำงานเพื่อลดค่าความสิ้นเปลือง


โหมด EV ใช้สำหรับการขับขี่ในเมืองที่ต้องคลานไหลๆ ตามกันไปเรื่อยๆ บนย่านความเร็วต่ำถึงต่ำมาก ในโหมดนี้ มอเตอร์จะเข้ามารับหน้าที่ในการขับเคลื่อนจนกว่าคันเร่งจะถูกกดลงลึก ระบบประสานพลังงานแบบ Hybrid จะสั่งให้เครื่องยนต์ติดตัวเองขึ้นมาทันทีเพื่อรับหน้าที่ในการเสริมแรงขับเคลื่อน โหมด ECO ใช้สำหรับการขับขี่ทั่วไปโดยมีการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ผนวกกันทั้งสองระบบไปตามสภาพการของการใช้คันเร่ง ส่วนโหมด Sport ซึ่งเป็นโหมดสูงสุด เมื่อหมุนสวิตช์ทรงกลมที่ใช้ปรับโหมดขับเคลื่อนเข้าสู่ Sport Mode คาแรกเตอร์ของเจ้า NX300h จะเปลี่ยนตัวตนของมันจากรถบ้านให้กลายเป็นสปอร์ตแฮตช์แบคแบบ 5 ประตูที่มีอัตราเร่งทันอกทันใจลูกค้าคนรวยใจร้อน เสียงท่อระบายท้ายกับเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ดังเข้ามาทั้งจากภายนอกให้พอแค่แว่วๆ จากวัสดุซับเสียงที่กรุอยู่รอบๆห้องโดยสารและห้องเครื่องยนต์รวมถึงใต้ท้องรถ แชส์ซีส์ที่ยึดโยงเครื่องยนต์และเกียร์ ผนวกกับระบบบังคับเลี้ยวไฟฟ้าของ New NX สร้างความมั่นอกมั่นใจได้ดีเทียบเท่ารถคู่แข่งอย่าง BMW X3 xDRIVE 20d / Audi Q5 2.0 TFSi และ Range Rover Evoque 2.2L SD4 แม้ความหนักแน่นในระบบบังคับเลี้ยวจะเป็นรองคู่แข่งจากยุโรปทั้ง 3 คัน แต่ความแม่นยำของพวงมาลัยนั้นพอกันหรือเหนือกว่านิดๆ ในด้านความรู้สึก พวงมาลัยที่ชัดเจนของ NX300h ช่วยทำให้การขับขี่รถคันนี้มีรสชาติที่แตกต่างไปจากยนตกรรมยุโรปอยู่พอสมควร น้ำหนักของพวงมาลัยที่แปรผันไปตามความเร็วและโหมดของการขับเคลื่อนนั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเยี่ยม เมื่อบวกกับความคมและแม่นยำทำให้พวงมาลัยของ Lexus NX300h ให้สภาพการที่ดีในการควบคุมทิศทาง มันให้สัมผัสกับระยะของการหมุนคล้ายกับพวงมาลัยไฟฟ้าชั้นเลิศใน Lexus IS250 F-Sport ที่เหนือกว่า BMW Series-3 f30 แบบเห็นๆ


ที่ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เจ้า NX ใช้รอบเครื่องยนต์ประมาณ 1,800 รอบต่อนาที ส่งผลไปถึงอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีเมื่อเทียบกับ Lexus RX ที่มีมิติตัวถังและเครื่องยนต์ที่โตกว่า รวมถึงน้ำหนักตัวของ RX ก็ยังมากกว่า NX อยู่พอสมควร ระบบส่งกำลังซึ่งใช้เกียร์แบบพูลเลย์สายพาน CVT ส่งถ่ายความนวลออกมาในแทบจะทุกๆ จังหวะจะโคน เป็นอารมณ์ความเรียบและนิ่มนวลในการตัดต่ออัตราทด ขณะที่เกียร์อัตโนมัติทำงาน มันจะปราศจากอาการกระโชกโฮกฮากที่นักขับบางคนอาจชอบหรือไม่ชอบ เกียร์ที่ทำงานได้นิ่มนวลราวกับแพรไหม กลายเป็นชุดส่งกำลังในรถยนต์แบบ Hybrid ที่หลายท่านคุ้นเคย พัฒนาการที่ดีขึ้นผ่านการทดสอบกลั่นกรองของวิศวกรชั้นหัวกระทิ ทำให้เกียร์ CVT แบบแปรผันต่อเนื่องเข้ามาแทนที่เกียร์ออโต้แบบเก่า น้ำหนักที่เบาลง กับขนาดของเกียร์ขับหน้าที่กะทัดรัดมากยิ่งขึ้น ทำให้เกียร์ประเภทนี้สามารถแทรกตัวเองและเข้ามาแทนที่เกียร์อัตโนมัติแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ไปโดยปริยาย เมื่อคุณต้องการเปลี่ยนเส้นทางแบบเร็วๆ น้ำหนักตัว 1,895 กิโลกรัมของ NX รุ่น Hybrid เหมือนจะหนักเกินไปแต่ไม่สร้างภารกรรมในการขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร แบตเตอรี่ของระบบ Hybrid ใน NX300h เป็นแบบ Nickel Metal Hydride ขนาด 194 เซลส์ 650 โวลล์ ในสภาพการปกติ เครื่องยนต์และระบบเบรกจะรับหน้าที่ชาร์จกระแสไฟฟ้ากลับไปเก็บยังแบตเตอรี่ที่อยู่ส่วนท้ายเพื่อสำรองและนำกลับมาใช้ใหม่หมุนเวียนกันไปในแบบ Parallel Hybrid การสลับสับเปลี่ยนระบบการขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์มาเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า หรือผสานกันทั้งสองระบบ ไม่มีความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้นที่ทำให้รู้ได้ว่าเครื่องยนต์หรือมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังทำหน้าที่ในการขับเคลื่อน


ชุดมอเตอร์ของ NX300h ประกอบไปด้วย มอเตอร์ เจเนเรเตอร์ MG1 เพื่อสร้างกระแสไฟฟ้าเพื่อประจุเข้าสู่แบตเตอรี่ และส่งกระแสไฟดังกล่าวไป ยังมอเตอร์ขับเคลื่อนหรือ MG2 โดยยังทำหน้าที่เป็นมอเตอร์สตาร์ตให้กับเครื่องยนต์อีกด้วย พลังงานส่วนเกินที่ไม่ได้ใช้จะถูกแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อประจุเข้าสู่แบตเตอรี่ในการหมุนเวียนพลังงานอย่างมีคุณภาพ เมื่อผมเร่งเครื่องยนต์ในทางที่ลาดชันหรือกดคันเร่งเพื่อแซงรถช้า พลังงานจากแบตเตอรี่ที่เก็บอยู่จะถูกส่งไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพในการขับเคลื่อน ช่วยทำให้ตัวรถมีกำลังที่มากขึ้นจากการทำงานที่พร้อมเพรียงกันของระบบทั้งสอง ในการลดความเร็วหรือเบรก เครื่องยนต์จะหยุดทำงานโดยจะเหลือการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าซึ่งจะทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและทำการเปลี่ยนพลังงานจลน์ที่ได้จากการเบรกหมุนเวียนเปลี่ยนไปเป็นพลังงานไฟฟ้าเพื่อประจุเข้ากลับสู่แบตเตอรี่ เมื่อตัวรถหยุดนิ่งในขณะที่จอด เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะหยุดทำงานทันทีโดยเหลือเพียงระบบปรับอากาศที่ยังทำงานอยู่ โดยรับเอาพลังงานไฟฟ้ามาจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว เป็นการประหยัดเชื้อเพลิงที่ดีที่สุดในยุคนี้ รองจากรถไฟฟ้าที่มีระยะทำการน้อยกว่ามาก (ในรถไฟฟ้าทั่วไปมีระยะทำการของแบตเตอรี่ที่วิ่งได้ประมาณ 120-300 กิโลเมตร ก่อนที่ไฟจะหมดแบตฯ และต้องจอดชาร์จไฟอีก 3-8 ชั่วโมงจนกว่าแบตฯ จะเต็ม) ระบบ Hybrid ใน NX300h ยังใช้เทคโนโลยี Hybrid Synergy Drive เพื่อลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ลดมลพิษจากไอเสีย (ทำได้ถึงระดับสูงสุดที่ EURO-6) และช่วยเพิ่มอัตราเร่งให้สูงขึ้น ทำให้การขับขี่มีความปลอดภัยมากขึ้นเมื่อต้องการเร่งความเร็วเพื่อแซงรถช้า ในระบบไฟฟ้าจะมียูนิคควบคุมที่เรียกกันว่าอุปกรณ์แบ่งกำลังหรือ Power split device ซึ่งทำหน้าที่ตัดต่อ แปลงพลังงานไฟฟ้าหรือส่งถ่ายพลังงานไฟฟ้าโดยใช้ตัว Inverter ทำหน้าที่แปลงกระแสไฟจากแบตเตอรี่แบบ Nickel Metal Hydride ที่มีแรงดัน 192.8 โวลต์ ผ่านไปยังมอเตอร์ซิงโครนัสและมีแรงดันสูงเพิ่มขึ้นเป็น 650 โวลต์ แล้วนำพลังงานในรูปแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้า ไปใช้ขับเคลื่อนร่วมแกนกันกับเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร มอเตอร์ไฟฟ้าเมื่อบวกเข้ากับกำลังของเครื่องยนต์แล้วทำให้ Lexus NX300h มีกำลังมากเกือบ 200 แรงม้า มากเกินพอสำหรับการใช้งานแบบปกติบนถนนของประเทศไทย


สำหรับรถอย่าง Lexus NX300h แล้ว ราคากลับไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่กลายเป็นดัชนีชี้วัดความนิยม มันเป็นแค่เครื่องมือที่ใช้สำหรับการเดินทางที่แสดงให้เห็นถึงมูลค่าของเทคโนโลยีที่ประกอบขึ้นทั้งคัน เป็นราคาที่รวมระบบไฮบริด เครื่องยนต์รุ่นใหม่ กับความหรูหราของอุปกรณ์ อัตราเร่งและการทรงตัว NX300h เป็นรถของพวกคนรวยที่ชอบความทันสมัยและแอบอิงแนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอยู่บ้าง เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทำงานร่วมกันขณะขับเคลื่อน ส่งผลไปถึงความประหยัดที่ทุกคนโหยหา ผมเปิดเครื่องเสียงตลอดระยะทางของการขับทดสอบ 650 กิโลเมตรตั้งแต่เช้าจดเย็น ยอมรับเลยว่ามันเป็นรถ Crossover ที่มีเครื่องเสียงและลำโพงดีที่สุดคันหนึ่งของวงการรถหรู เป็นชุดเครื่องเสียงที่ให้อารมณ์ในการฟังเพลงภายในห้องโดยสารระดับ First-class จากแบรนด์ Lexus ซึ่งให้ทั้งความคมชัดสมจริง พร้อมกับมิติของเสียงที่กระจายออกมาจากลำโพงอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการคำนึงถึงจุดที่ใช้ติดตั้งกรวยลำโพงรอบๆ ห้องโดยสารที่จะสามารถขับกล่อมและสร้างความเพลิดเพลินขณะที่คุณขับออกทางไกล เส้นทางในป่าละอูไม่เหมาะกับการทำความเร็วเหมือนทางโล่งๆ ในแถบหนองหญ้าปล้อง แต่วิวทิวทัศน์แบบป่าฝนเขตร้อนที่อุดมสมบูรณ์ของผืนป่าในเขตตะวันตก ทำให้คิดถึงอุทยานแห่งชาติพุเตยที่มีทางและหุบเขาใหญ่น้อยสลับซับซ้อนคล้ายๆ กัน


ราคา 2,790,000 บาทของ Lexus NX300h แบบนำเข้ามาขายทั้งคันโดย Lexus Thailand มีประสิทธิภาพสำหรับการวิ่งใช้งานทั้งในและนอกเมืองได้ดี อุปกรณ์ที่ให้มาในรุ่นนี้ ขาดระบบนำทางด้วยดาวเทียมซึ่งเป็นออปชั่นสำหรับรุ่นที่แพงกว่านี้ ( NX300h F-Sport) ราคาที่ออกเบียดกับยนตรกรรมหรูของยุโรป คุณจะได้ระบบผสานพลังงานแบบไฮบริดที่โดดเด่นในด้านความประหยัดและการปล่อยมลพิษที่ต่ำในระดับ EURO-6 พวงมาลัยไฟฟ้าและช่วงล่างช่วยเสริมประสิทธิภาพของการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้นไปอีกนิดเมื่อเทียบกับรถรุ่นพี่ในตระกูล RX หากชอบชุดแต่งในเวอร์ชั่น F-Sport ต้องควักกระเป๋าเพิ่มอีกพอสมควรโดยราคาของ NX300h F-Sport จะทะยานขึ้นไปที่ 3,990,000 บาท เกินน่าเกินตาBMW X3 xDRIVE 20d รวมถึง AUDI Q5 2.0 TFSi อยู่พอสมควร อยู่ที่ความชอบและรสนิยมส่วนตัวของคุณเอง ลองไปทดสอบด้วยตัวเองตามโชว์รูมของตัวแทนจำหน่ายที่มีอยู่หลายแห่งในกรุงเทพฯ สำหรับความสามารถในการขับขี่นั้นพอฟัดพอเหวี่ยงกันทั้งสามคันสามยี่ห้อสามสไตล์ แบบมีดีและมีด้อยไปคนละจุด อยู่ที่ความพึงพอใจและรูปลักษณ์ของรถทั้งสามคันที่แตกต่างกันออกไป แต่ถ้าชอบเครื่องเสียงแจ่มๆ กับรูปทรงที่แปลกแหวกแนว แนะนำให้เลือก Lexus NX300h กับราคาขนาดนี้ คุณจะพบว่าสุดท้าย Crossover ดีๆก็ไม่จำเป็นจะต้องมาจากทวีปยุโรปเสมอไป

LEXUS NX 300h (ราคา 2,790,000 บาท)
เครื่องยนต์.....................................................2AR FXE
แบบ...............................................................แบบ เบนซินแถวเรียง 4 สูบ 4 วาล์วต่อสูบ 16 วาล์ว DOHC VVT-i
กระบอกสูบคูณช่วงชัก....................................90.0 mm x 98.0 mm
ปริมาตรความจุกระบอกสูบ............................2,494 ซีซี
อัตราส่วนกำลังอัด...........................................12.5:1
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง..........................................อิเล็กทรอนิกส์ EFI
มาตรฐานระดับการปล่อย Co2.......................EURO-6
แรงม้าสูงสุด....................................................112 กิโลวัตต์ 155 แรงม้าที่ 5,700 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด....................................................210 นิวตันเมตร 21.5 กิโลกรัมเมตร ที่ 4,200 รอบต่อนาที
มอเตอร์ไฟฟ้า..................................................Permanent Magnet Synchronous Motor
กำลังไฟสูงสุด..................................................650 โวลต์
กำลังสูงสุดมอเตอร์ไฟฟ้า................................105 กิโลวัตต์ 143 แรงม้า ที่ล้อหน้า 50 กิโลวัตต์ 68 แรงม้าที่ล้อหลัง
แรงบิดสูงสุดมอเตอร์ไฟฟ้า.............................270 นิวตันเมตร 27.2 กิโลกรัมเมตร ที่ล้อหน้า 139 นิวตันเมตร 14.8 กิโลกรัมเมตรที่ล้อหลัง
Battery Type...................................................NMH
Nominal Voltage.............................................123.4
Number of Battery Cells.................................194
System Voltage................................................192
Total System Output........................................650 V
อัตราเร่ง............................................................0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 9.2 วินาที
ความเร็วสูงสุด..................................................180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ระบบรองรับ
ด้านหน้า...........................................................แมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช้กอัพ เหล็กกันโคลง
ด้านหลัง...........................................................ดับเบิลวิชโบน
ระบบส่งกำลัง...................................................เกียร์อัตโนมัติ CVT-i
ระบบบังคับเลี้ยว..............................................พวงมาลัยไฟฟ้าแรคแอนพีเนียน EPAS
ล้อและยางรุ่น NX300h F-SPORT
ล้อหน้า.............................................................อะลูมินั่มอัลลอยขนาด 18 นิ้ว ยาง Yokohama รุ่น Bluearth E51 ไซส์ 225/60R18 100H
ล้อหลัง.............................................................อะลูมินั่มอัลลอยขนาด 18 นิ้ว ยาง Yokohama รุ่น Bluearth E51 ไซส์ 225/60R18 100H
ล้อและยางรุ่น NX300h
ล้อหน้า.............................................................อะลูมินั่มอัลลอยขนาด 18 นิ้ว ยาง Bridgestone รุ่น Dueler H/T ขนาด 225/60R18 100H
ล้อหลัง.............................................................อะลูมินั่มอัลลอยขนาด 18 นิ้ว ยาง Bridgestone รุ่น Dueler H/T ขนาด 225/60R18 100H
ระบบเบรก
ด้านหน้า...........................................................ดิสก์เบรกพร้อมร่องระบายความร้อน
ด้านหลัง............................................................ดิสก์เบรก
มิติตัวถัง
กว้าง.................................................................1,845 มิลลิเมตร
ยาว....................................................................4,630 มิลลิเมตร
สูง......................................................................1,630 มิลลิเมตร
น้ำหนัก...............................................................1,895 กิโลกรัม

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ARCOM ROUMSUWANTEST DRIVE LEXUS NX300hกรุงเทพมหานครอาคม รวมสุวรรณทดสอบ เลกซัส NX300h

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้