วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ธ.ก.ส. จ่าย 4 หมื่นล้านอุ้มชาวนาไร่ละ 1,000 บ. เริ่ม 20 ต.ค.นี้

ธ.ก.ส. จ่าย 4 หมื่นล้านอุ้มชาวนาไร่ละ 1,000 บ. เริ่ม 20 ต.ค.นี้

  • Share:

ธ.ก.ส.เตรียมเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวปีผลิต 2557/58 ไร่ละ 1,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 15 ไร่ เตรียมแจงขั้นตอนให้ชาวนารับทราบ คาดช่วยอุ้มชาวนามีรายได้เหมาะสม ลดปัญหาข้าวราคาต่ำ เริ่มจ่าย 20 ตุลาคมเป็นต้นไป...

เมื่อวันที่ 6 ต.ค. นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า จากการที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2557/58 เพิ่มเติมจากมาตรการที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ให้ความเห็นชอบไว้แล้ว โดยกำหนดให้ดำเนินโครงการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทุกครัวเรือน ตามพื้นที่ที่ปลูกข้าวจริงแต่ไม่เกินครัวเรือนละ 15 ไร่ ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ ทำให้มีรายได้ต่ำกว่าประมาณการที่ตั้งไว้ ซึ่งนอกจากช่วยลดภาระค่าครองชีพของเกษตรกรแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภาคครัวเรือน ทำให้เศรษฐกิจในภาพรวมมีการขยายตัว
 
โดย ธ.ก.ส.ได้มีการซักซ้อมแนวทางการดำเนินงานไปยังสาขา เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเกษตรกรที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จำนวน 3.49 ล้านครัวเรือน คิดเป็นพื้นที่ปลูกข้าวนาปีประมาณ 63.8 ล้านไร่ และวงเงินชดเชยประมาณ 40,000 ล้านบาท โดยจะชี้แจงให้เกษตรกรทราบถึงขั้นตอนการดำเนินงาน เช่น การแจ้งขอขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวกับเกษตรอำเภอในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นผู้ออกใบรับรองให้เกษตรกร จากนั้นจึงไปแจ้งความประสงค์ขอเข้าร่วมโครงการที่ ธ.ก.ส. โดยแนบสำเนาใบรับรองเกษตรกร สำเนาหน้าสมุดบัญชีเงินฝาก สำเนาบัตรประชาชน
ซึ่ง ธ.ก.ส.จะตรวจสอบความถูกต้องกับข้อมูลในระบบของกรมส่งเสริมการเกษตร ทั้งจำนวนเงินชดเชยและเลขที่บัญชีเงินฝาก เมื่อถูกต้อง ธ.ก.ส.จะโอนเงินเข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรง พร้อมๆ กับการจัดเตรียมทีมพนักงาน ธ.ก.ส.บางส่วนสุ่มตรวจสอบการเพาะปลูกข้าวของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้ เพื่อให้กระบวนการทำงานดังกล่าวเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเงินดังกล่าวถึงมือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวอย่างแท้จริงและทั่วถึง โดยกำหนดจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับเกษตรกรที่เข้าสู่กระบวนการดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2557 เป็นต้นไป
 
สำหรับมาตรการที่ คสช.มีมติให้ ธ.ก.ส. เข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างการดำเนินงานในขณะนี้ ประกอบด้วย โครงการลดดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อการผลิตแก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2557/58 ลงร้อยละ 3 ต่อปี รายละไม่เกิน 50,000 บาท ระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ซึ่งเป็นสินเชื่อที่เข้าไปช่วยเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตออกมาเป็นปริมาณมากและมีราคาตกต่ำ เพื่อให้เกษตรกรมีทางเลือกในการชะลอการขายโดยไม่ต้องพะวงกับปัญหาเงินที่จะนำมาใช้จ่ายในครัวเรือนและภาระหนี้สิน โดยสามารถนำผลผลิตคือข้าวเปลือกหอมมะลิและข้าวเปลือกเหนียวมาขอกู้กับ ธ.ก.ส. ในอัตราร้อยละ 80 ของราคาตลาด ในวงเงินไม่เกินรายละ 300,000 บาท โดยไม่เสียดอกเบี้ย กำหนดชำระคืนภายใน 4 เดือนนับถัดจากเดือนรับเงินกู้ เริ่มตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2557 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2558

ทั้งนี้ มีเป้าหมายดำเนินการในเขตพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหลือ จำนวนข้าวเปลือก 1.5 ล้านตัน วงเงินสินเชื่อ 17,280 ล้านบาท และโครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ได้แก่ สหกรณ์ภาคการเกษตรและกลุ่มเกษตรกร เพื่อกระตุ้นให้องค์กรของเกษตรกรเข้ามามีส่วนช่วยในการรักษาระดับราคาผลผลิตข้าวโดยการรวบรวมข้าวเปลือกเพื่อการจำหน่าย และการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต ในวงเงิน 20,000 ล้านบาท ซึ่งมาตรการเหล่านี้เป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาว เพื่อลดต้นทุนการผลิต สร้างอำนาจต่อรองทางการตลาดและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันแบบยั่งยืนให้กับเกษตรกร จึงจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินงานดังกล่าว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้