วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตำราเศรษฐกิจโบราณ พิสูจน์แล้ว...ยังใช้ได้

ตำราเศรษฐกิจโบราณ พิสูจน์แล้ว...ยังใช้ได้

โดย ซูม
7 ต.ค. 2557 05:01 น.
  • Share:

เมื่อวานนี้ผมเขียนถึงเรื่องประชานิยมอ่อนๆสไตล์บิ๊กตู่ และ หม่อมอุ๋ย ให้เร่งลงทุนกว่า 3 แสนล้านบาท และแจกเงินชาวนาไร่ละ 1,000 บาท รวม 4 หมื่นล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

พร้อมกับออกความเห็นเป็นเชิงเห็นด้วย เพราะเป็นการทำตามตำราเศรษฐศาสตร์ที่ริเริ่มทฤษฎีไว้โดยท่าน ลอร์ด เคนส์ ที่เชื่อว่าภาครัฐบาลนี่แหละมีบทบาทสำคัญที่สุดในการที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ

เพราะการลงทุนของรัฐบาลหรือการทุ่มเงินลงไปในระบบเศรษฐกิจของรัฐบาลจะไปกระตุ้นการหมุนเวียนของเศรษฐกิจ ทำให้ประชาชนมีงานทำ มีรายได้ และจับจ่ายใช้สอย ทำให้เศรษฐกิจขยายตัว

สหรัฐอเมริกาเชื่อมาก ลองไปพลิกประวัติศาสตร์ดู จะเห็นว่าประธานาธิบดี แฟรงคลิน ดี รูสเวลท์ ขานรับนโยบายนี้เต็มๆ ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ ค.ศ.1930 โดยระดมทุนสร้างเขื่อน สร้างถนนเต็มที่ โดยเฉพาะเขื่อนยักษ์ ฮูเวอร์ แดม ก็เกิดขึ้นในสมัยนี้

ขณะเดียวกันก็มีการออกกฎหมายช่วยเกษตรกร และมีการสนับสนุนเกษตรกรแบบเดียวกับที่รัฐบาลประยุทธ์กำลังจะทำ

ปรากฏว่า การดำเนินการของรูสเวลท์ได้ผลพอสมควร ทำให้สหรัฐฯฟื้นตัวได้ตามลำดับ จนมีเรี่ยวแรงที่จะเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 และ ได้ชัยชนะในสงครามโลกในที่สุด

ตอนผมเรียนหนังสือที่ธรรมศาสตร์ ครูบาอาจารย์ทุกท่านชื่นชม กับทฤษฎีของลอร์ด เคนส์มาก ในขณะที่ผมรู้สึกเฉยๆ เพราะยังไม่รู้ลึกซึ้งอะไรนัก ฟังอาจารย์ชื่นชมมากๆก็ยังแอบขัดคอด้วยซ้ำไป

แต่พอมานึกย้อนหลังกลับไปก็อดไม่ได้ที่จะต้องยอมรับว่าทฤษฎีนี้ได้ผลจริงๆ...รัฐบาลสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำได้จริงๆ

ส่งผลให้โลกไม่ประสบปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำอย่างหนัก และสาหัสสากรรจ์เหมือนในช่วง ค.ศ.1930 อีกเลย ตราบเท่าทุกวันนี้

แม้จะเกิดอาการซวดเซขึ้นที่ประเทศโน้น ประเทศนี้ แต่ก็เพียงแค่ถดถอยอย่างธรรมดาๆ ไม่รุนแรงดังเช่นในช่วงปี 1930

ทั้งนี้ เพราะเวลาชาติใดชาติหนึ่งเกิดอาการและเริ่มทรุด ภาครัฐบาลของประเทศนั้นๆก็จะเข้ามาอุด มาพยุง หรือมากระตุ้นไว้

ครั้นรัฐบาลอุ้มไม่ไหว หรือเหลือบ่ากว่าแรงที่จะอุ้ม ก็จะมีองค์กรระดับโลก เช่น ไอเอ็มเอฟ, ธนาคารโลก และประเทศที่ยังแข็งแกร่งอยู่ เข้ามาช่วยอุ้มด้วยการให้กู้ให้ยืมเงินไปแก้ไขสถานการณ์

ดอกเบี้ยอาจไม่โหดมากนัก แต่วิธีปฏิบัติตามเงื่อนไขค่อนข้างโหด ต้องทำตามที่ไอเอ็มเอฟ หรือธนาคารโลก หรือประเทศเจ้าหนี้กำหนดหลายๆอย่าง จนหลายๆชาติอดรนทนไม่ไหว ต้องบ่น ต้องสวดก็มี

แต่ลงท้ายก็เอาตัวรอดได้หมด รวมทั้งไทยแลนด์ของเราที่เจอเข้าไปอย่างหนัก เมื่อปี 2540 ต้องเข้าโครงการไอเอ็มเอฟ จนมีเสียงโอดครวญมาก ทว่า ในที่สุดก็รอดมาได้เช่นกัน

ที่ผมเขียนมาทั้งหมดนี้ก็เพื่อจะบอกว่าตำราเศรษฐศาสตร์นั้น เป็นเรื่องจริง เชื่อได้ มีหลักฐานพิสูจน์แล้ว รวมทั้งของสหรัฐฯที่แก้ปัญหาการตกต่ำ ล่าสุด เมื่อ ค.ศ.2008 จนฟื้นตัวขึ้นมาเยอะตามข่าวเมื่อวันก่อน

จึงอยากจะฝากนักการเมืองหรือผู้ที่จะเข้าสู่การเมืองในอนาคต โปรดไปหาตำราเศรษฐศาสตร์อ่าน เพื่อสะสมความรู้ไว้บ้าง

ให้เหมือนนักการเมืองสหรัฐฯ ที่เขาจะรู้ดีทั้ง 2 ฝ่าย เวลาเขาถกเถียงกัน เขาจะพูดภาษาเดียวกัน ต่างกันตรงว่าควรจะใช้วิธีแรงแค่ไหน เบาแค่ไหน และใครจะเป็นผู้รับภาระเท่านั้น

ของเรานักการเมืองจำนวนไม่น้อยมักมาจากนักธุรกิจที่ประสบผลสำเร็จ ก็นึกว่าจะเอาประสบการณ์มาใช้ในการบริหารประเทศ ปฏิเสธตำรา ปฏิเสธข้อแนะนำของนักเศรษฐศาสตร์ จนวุ่นวายอยู่ทุกวันนี้

ผมเคารพในวิชาบริหารธุรกิจ แต่ผมก็เห็นว่าการบริหารธุรกิจนั้นต่างไปจากการบริหารประเทศโดยสิ้นเชิง มันมีเงื่อนไขอะไรลึกๆหลายอย่างที่ต้องระวังอย่างมาก

หวังว่ารัฐบาลของพลเอกประยุทธ์จะบริหารเศรษฐกิจโดยยึดมั่นในตำราเท่านั้น เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของชาติไว้ให้มากที่สุด

เผื่อว่าการปฏิรูปประเทศในอนาคตล้มเหลวทำให้เรายังคงได้นักการเมืองมือเติบใจเติบ และประชานิยมสุดโต่งกลับมาเหมือนเดิม

ประเทศไทยของเราจะได้ยืนหยัดอยู่ได้โดยไม่ล้มลงไปอีกหน

ผมละห่วงจริงๆ ว่าถ้าล้มอีกคราวนี้จะลุกยากครับ!

“ซูม”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้