วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แก้กันที่ต้นเหตุ เด็กติดเชื้อโรต้า

แก้กันที่ต้นเหตุ เด็กติดเชื้อโรต้า

โดย
7 ต.ค. 2557 05:01 น.
  • Share:

“ไวรัสโรต้า”...ภัยร้ายที่ควรป้องกัน เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วงในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี

น่าสนใจว่า เด็กทั่วโลกมีโอกาสจะติดเชื้อนี้ได้ ทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนาเนื่องจากเชื้อไวรัสโรต้าสามารถแพร่กระจายได้ง่าย ทำให้มีเด็กป่วยจากเชื้อไวรัสโรต้าเป็นจำนวนมาก

หนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วย มาจากการขาดความรู้และขาดการเตรียมตัวป้องกันลูกน้อยให้รอดพ้นจากเชื้อ “ไวรัสโรต้า”

“ไวรัสโรต้า” ...เป็นไวรัสที่แพร่กระจายอย่างกว้างขวางได้มากทั่วโลก ประมาณว่าในแต่ละปี มีเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบที่ป่วยเป็นโรคอุจจาระร่วงปีละไม่ต่ำว่า 2 ล้านคน...ป่วยด้วยภาวะติดเชื้อนี้

สำหรับประเทศไทยมีเด็กติดเชื้อไวรัสโรต้า 586,000 ครั้งต่อปี เข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาล 131,000 ครั้งต่อปีและเข้ารับการรักษาตัวนอนในโรงพยาบาลประมาณ 56,000 ครั้งต่อปี

โรคนี้ชาวบ้านเรียกกันว่า “ไข้หวัดใหญ่ลงกระเพาะ”

ความเป็นจริง...ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่แต่ประการใด เป็นการเรียกชื่อแบบที่ทำให้เข้าใจง่าย แต่ไม่ถูกต้อง...

สับสน เชื่อกันว่าเป็นโรคติดเชื้อที่มนุษย์มีประสบการณ์และป่วยบ่อยที่สุดเชื้อหนึ่ง คะเนว่าอาจสูงถึงร้อยละ 90 ของประชากรโลกได้เคยผ่านการติดเชื้อนี้มาก่อนแล้ว

การแพร่โรคเกิดโดยการกินไวรัสทางปาก กินสิ่งของที่มีไวรัสปนเปื้อน...ไวรัสจะไปก่อการติดเชื้อที่ลำไส้เล็ก ทำลายเยื่อบุผนังลำไส้ทำให้เกิดอาการอักเสบในกระเพาะลำไส้

เมื่อเด็กได้รับเชื้อเข้าไปทางปาก ผ่านระยะฟักตัว 2-3 วันก็จะเริ่มมีอาการของโรค มีอาการได้ตั้งแต่อาการอ่อนๆจนถึงอาการ รุนแรง ได้แก่ อาการอาเจียน ท้องเดิน ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำ และมีไข้ต่ำๆ

ในตอนเริ่มแรกจะมีอาการอาเจียนก่อน หลังจากนั้นก็จะมีอาการท้องเดินอย่างมากหลายครั้งตามมาตั้งแต่ 4 ถึง 8 วัน ซึ่งจะทำให้ร่างกายมีอาการขาดสารน้ำ และแร่ธาตุที่สำคัญ ซึ่งจะขาดได้ในปริมาณที่มากกว่าการติดเชื้อแบคทีเรียอื่นๆอีกหลายชนิด...จึงเป็นเหตุแห่งการเสียชีวิตที่สำคัญในภาวะติดเชื้อไวรัสโรต้านี้ได้

การรู้เท่าทันและวิธีการป้องกัน จึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่ต้องเรียนรู้

ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา ประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ แห่งประเทศไทย บอกว่า ไวรัสโรต้าเป็นสาเหตุของโรคอุจจาระร่วงอย่างรุนแรง และก่อให้เกิดผลเสียที่ตามมาต่อพัฒนาการของลูกน้อย ในอนาคต ซึ่งมีคุณแม่จำนวนมากที่ยังไม่รู้

“ไวรัสโรต้า ไม่ใช่จะทำให้เกิดแต่อาการอุจจาระร่วงเท่านั้น”

ศ.นพ.สมศักดิ์ บอกว่า ช่วงที่ติดเชื้อร่างกายจะไม่สามารถดูดซึมสารอาหารและเกลือแร่ได้ โดยเฉพาะเด็กเล็กในวัย 1-2 ขวบซึ่งถือเป็นช่วงวัยแห่งพัฒนาการทั้งร่างกาย สมองและระบบประสาท แม้จะเป็นแค่ไม่กี่วัน ก็จะส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้และความฉลาดของลูก

ในขณะที่ร่างกายเมื่อไม่มีสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย จะทำให้น้ำหนักและความสูงไม่เป็นไปตามวัย เพราะกว่าที่ลูกจะหายป่วยก็ต้องใช้เวลาหลายวัน

ที่สำคัญ...เราไม่อาจเรียกคืนช่วงนาทีทองของการเจริญเติบโตที่สูญเสียไปให้กลับคืนมาได้และอาจกลายเป็นผลเสียต่อเด็กในอนาคตในที่สุด

“โรคอุจจาระร่วงรุนแรง” ในเด็กเล็ก...จึงถือเป็นปัญหาใหญ่

วิธีป้องกันโรคอุจจาระร่วงเบื้องต้นคือ การดูแลเรื่องสุขาภิบาล ความสะอาดของอาหาร การล้างมือให้ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม...วิธีป้องกันนี้เป็นเพียงการป้องกันเชื้อโรคและแบคทีเรียโดยทั่วไป แต่ไม่สามารถป้องกันเชื้อไวรัสโรต้าได้

สังเกตได้ว่าแม้แต่ในประเทศที่พัฒนาแล้วก็ไม่สามารถแก้ปัญหาโรคไวรัสโรต้าได้ เพราะฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือ ทำให้เด็กมีภูมิคุ้มกันพอเด็กมีภูมิก็จะพอป้องกันได้ จะลดอาการป่วยรุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาล

องค์การอนามัยโรคเห็นความสำคัญว่า ทุกประเทศควรจะมีการให้วัคซีนป้องกันโรคไวรัสโรต้าแก่เด็ก สำหรับรัฐบาลไทยก็เริ่มเห็นความสำคัญและเตรียมวางนโยบายนี้ไว้ เพียงแต่ขณะนี้ยังไม่ได้บรรจุในวัคซีนแห่งชาติ

ดังนั้น...ในช่วงที่เรายังไม่มีการให้วัคซีนฟรี สมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยจึงจัดทำโครงการ “เด็กไทยห่างไกลไวรัสโรต้า” ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ให้กุมารแพทย์ให้ความรู้เรื่องโรคอุจจาระร่วงจากเชื้อไวรัสโรต้า และการป้องกันที่ถูกวิธีแก่ผู้ปกครอง

เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโรต้า ลดอัตราการนอนโรงพยาบาล และค่าใช้จ่ายต่างๆในการรักษา

“กุมารแพทย์ต้องให้โอกาสผู้ป่วย การแนะนำวัคซีนไม่ใช่การบังคับให้รับวัคซีน แต่เป็นการให้ข้อมูลกับผู้ป่วย...การตัดสินใจอยู่ที่ผู้ป่วย ถ้าผู้ป่วยไม่ต้องการก็ไม่เป็นไร เป็นสิทธิของผู้ป่วย แต่หน้าที่ของแพทย์คือต้องให้ข้อมูลก่อน แพทย์จะได้พูดได้เต็มที่เพื่อให้เห็นว่าไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์ของแพทย์ แต่เป็นประโยชน์ต่อเด็กโดยตรง” ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา ฝากทิ้งท้าย

“ไวรัสโรต้า” เป็นไวรัสที่มีความทนทานต่อภาวะแวดล้อมได้ดี การรักษายังไม่มีวิธีที่รักษาจำเพาะ เป็นการรักษาทั่วไปตามอาการเท่านั้น การป้องกันด้วยการให้วัคซีนชนิดรับประทานยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุด

ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกสนับสนุนเด็กทุกคนควรได้รับวัคซีนไวรัสโรต้าเพื่อลดอัตราการนอนโรงพยาบาลและเสียชีวิต...มากกว่า 65 ประเทศ นำวัคซีนโรต้าบรรจุเข้าอยู่ในแผนการสร้างภูมิแห่งชาติ

“เด็กที่ได้รับวัคซีนยังมีโอกาสที่จะติดเชื้อไวรัสโรต้าได้ แต่อาการมักจะไม่รุนแรงเท่าเด็กที่ไม่ได้รับการป้องกันเลย” ศ.พญ.อุษา ทิสยากร นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย ให้ทัศนะเสริม

แม้ว่าไวรัสโรต้าจะไม่มีผลต่อเนื่องที่รุนแรงกับเด็ก คือ...ถ้าหายจากโรคก็คือหายเลย แต่จะทำให้การดูดซึมของลำไส้ไม่ดี ส่งผลให้เด็กขาดสารอาหาร ถ้าเด็กเป็นโรคนี้แล้วลำไส้มักมีปัญหา เช่น เยื่อบุดูดซึมสารอาหารไม่ดี ทำให้ต้องใช้เวลานานในการฟื้นตัว

“ปัจจุบันวัคซีนป้องกันไวรัสโรต้ายังไม่ได้อยู่ในหมวดวัคซีนแห่งชาติ ทั้งๆที่หมอเด็กทุกคนเรียกร้อง เพราะหลักพื้นฐานของหมอเด็ก คือ ต้องการให้เด็กได้รับสารอาหารที่ดีที่สุด ได้รับการดูแลเลี้ยงดูให้มีพัฒนาการที่ดี ได้รับการป้องกันโรค เพราะเด็กเป็นทรัพยากรที่สำคัญและมีคุณค่าของประเทศ...

ฉะนั้น เราต้องให้สิ่งที่ดีที่สุดกับเด็ก อยากให้รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการป้องกันไม่ว่าจะโรคอะไร ควรจะเน้นการป้องกันมากกว่าการรักษา”

ศ.พญ.อุษา ทิสยากร นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย กล่าวทิ้งท้าย.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้