วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สมยศยัน‘เกาะเต่า’ คดีสมบูรณ์แบบ

สมยศยัน‘เกาะเต่า’ คดีสมบูรณ์แบบ

  • Share:

ผบ.ตร.แจงเบื้องหลังพิชิตคดีฆาตกรรมโหด 2 นักท่องเที่ยวหนุ่มสาวชาวเมืองผู้ดีสยองเกาะเต่า ชื่นชมทีมสืบสวนมือดีผนึกกำลังทีมพิสูจน์หลักฐานจนทำงานสำเร็จสมบูรณ์แบบ ถือเป็นคดีตัวอย่างต้องทำให้สังคมเชื่อมั่น ย้ำอีกครั้งไม่จับแพะเด็ดขาดเพราะผลนิติวิทยาศาสตร์เปลี่ยนแปลง ไม่ได้ ด้าน “สวนดุสิตโพล” เผยผลสำรวจความเห็นกลุ่มตัวอย่างประชาชนส่วนใหญ่อยากให้การดำเนินคดีโปร่งใสและยุติธรรม ให้กำลังใจตำรวจทำงานเต็มที่แล้ว หากคนร้ายเป็นตัวจริงควรมีการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว แต่ยังมีคนไม่ค่อยแน่ใจว่าคนร้ายที่จับได้เป็นตัวจริงหรือไม่ เพราะยังมีหลายจุดที่น่าสงสัย

หลังจากตำรวจประสบความสำเร็จในการคลี่คลายคดีฆาตกรรมโหดนายเดวิด วิลเลียม มิลเลอร์ และ น.ส.ฮานนาห์ วิคตอเรีย วิทเธอริดจ์ อายุ 24 ปี เท่ากัน นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ 2 ศพ ที่หาดทรายรี หมู่ 1 ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี โดยจับกุมตัวผู้ต้องหาเป็นชาวพม่า 2 คนคือ นายเวพิว หรือวิน อายุ 21 ปี และนายซอลิน หรือโซเรน อายุ 21 ปีเท่ากัน ทั้งคู่ให้การรับสารภาพอีกทั้งผลตรวจดีเอ็นเอตรงกับที่พบในร่างกายของเหยื่อสาว ตำรวจนำตัวไปทำแผนประกอบคำสารภาพก่อนพาไปฝากขังต่อศาลแล้วส่งตัวเข้าเรือนจำอำเภอเกาะสมุย

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 5 ต.ค. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เผยว่า การคลี่คลายคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่าเป็นผลของการทำงานที่เป็นระบบของทีมสืบสวนที่มี พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รรท.รอง ผบ.ตร. เป็นผู้รับผิดชอบ ระดมกำลังเข้ามาสนับสนุนชุดสืบสวนพื้นที่และชุดตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานที่มี พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี อดีตที่ปรึกษา (สบ 10) เข้ามาสนับสนุนงานสืบสวนเป็นคดีที่มีความสมบูรณ์แบบทุกด้าน ถือเป็นคดีตัวอย่าง แม้ในช่วงทำคดีจะมีความสับสนจากการเสนอข่าวจึงสั่งให้ผู้รับผิดชอบเป็นผู้ให้สัมภาษณ์เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะแนวทางการทำงานต้องทำให้สังคมเชื่อมั่น การจับผู้ต้องหาต้องได้รับการอนุมัติหมายจับจากศาลเพื่อยืนยันพยานหลักฐานที่ตำรวจรวบรวมมามีความละเอียดรอบคอบ

ผบ.ตร.เผยต่อไปว่า ได้อธิบายเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร นายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี ก่อนเดินทางไปสอบปากคำผู้ต้องหา ทุกคนเข้าใจและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ คิดว่าสื่อต่างประเทศที่มาทำข่าวในพื้นที่ได้เห็นการทำงาน น่าจะมีความเข้าใจที่ดี คดีมีความสำคัญต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย ไม่มีใครคิดจับแพะหรือจับผู้อื่นมาเป็นผู้ต้องหา ทุกอย่างว่ากันไปตามพยานหลักฐาน โดยเฉพาะนิติวิทยาศาสตร์ที่ใครเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ขอยืนยันว่าคดีนี้จับกุมผู้ต้องหาจริงทั้งหมด

ด้าน พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รรท.รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า การสืบสวนคดีนี้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รรท. รอง ผบช.น. เข้าพื้นที่ร่วมกับฝ่ายสืบสวนภาค 8 และชุดพิสูจน์หลักฐาน โดยส่งชุดสืบสวนเข้าสนับสนุนทั้ง พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวส รอง ผบช.น. พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รรท. รอง ผบช.สยศ. เป็นชุดสืบสวนมือดีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าร่วมคลี่คลายคดี เป็นคดีที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ เนื่องจากเป็นคดีที่เกิดกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ สังคมให้ความสนใจ เป็นผลจากการตรวจค้นพยานหลักฐานด้านนิติวิทยาศาสตร์เปรียบเทียบดีเอ็นเอคนร้าย ของกลางที่ได้ของเหยื่อนักท่องเที่ยว ภาพจากกล้องวงจรปิด และคำสารภาพของผู้ต้องหาสอดรับสภาพข้อเท็จจริง

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็น “ประชาชนคิดอย่างไรกับการจับคนร้ายฆ่านักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่า” จากกลุ่มตัวอย่าง 1,056 คน ระหว่างวันที่ 2-4 ต.ค. พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 84.89 ระบุขอให้การดำเนินคดีเป็นไปตามขั้นตอนถูกต้อง โปร่งใส ยุติธรรม ร้อยละ 79.56 ระบุหากคนร้ายที่จับได้เป็นตัวจริง ควรมีการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวอย่างเข้มงวดมากขึ้น ร้อยละ 77.33 ระบุตำรวจและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว ขอเป็นกำลังใจให้ ร้อยละ 75.11 ระบุยังไม่ค่อยแน่ใจว่าคนร้ายที่จับได้เป็นตัวจริงหรือไม่ ยังมีหลายจุดที่น่าสงสัย เมื่อถามถึงกรณีที่จับคนร้ายได้มีผลดีต่อการท่องเที่ยวไทยอย่างไร ร้อยละ 78.22 เห็นว่าสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จะได้มีมาตรการป้องกันและรักษาความปลอดภัยที่เพิ่มมากขึ้น ร้อยละ 67.56 เห็นว่าสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว รู้สึกปลอดภัยและกล้าที่จะกลับมาเที่ยว และร้อยละ 63.41 ระบุทำให้ปิดคดีได้ รู้ว่าใครเป็นคนร้าย ต่างชาติให้ความสนใจประเทศไทย

ส่วนคำถามทำอย่างไรจึงจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ร้อยละ 74.67 ระบุในพื้นที่ที่เป็นจุดเสี่ยง หรืออันตรายควรจัดระเบียบให้มีความปลอดภัยมากขึ้น ร้อยละ 73.78 ระบุมีกฎหมายที่เด็ดขาด บทลงโทษรุนแรง ควบคุมดูแลแรงงานต่างด้าวอย่างเข้มงวด ร้อยละ 72.04 ระบุต้องรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวมีความตระหนักคำนึงถึงความปลอดภัย

สำหรับบทเรียนที่ได้จากเหตุการณ์นี้ ร้อยละ 82.37 ระบุภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวเป็นสิ่งสำคัญ เหตุการณ์เช่นนี้ทำให้กระทบต่อการท่องเที่ยว ร้อยละ 81.73 ระบุหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรนำเรื่องนี้ไปเป็นกรณีศึกษา พร้อมเร่งหาทางแก้ไขป้องกันและร้อยละ 80.15 ระบุวิธีการสืบสวน สืบคดี ต้องรัดกุมมีประสิทธิภาพ ทั้งการเก็บหลักฐาน การชันสูตร ตรวจสอบดีเอ็นเอและการสืบพยาน

ช่วงเย็นวันเดียวกัน พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ รอง ผบช.ภ.8 พ.ต.อ.เชิดพงษ์ ชิวปรีชา ผกก.สส.ภ.8 เดินทางไปที่ สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวบนเกาะเต่า เรียกประชุมพนักงานสอบสวนเร่งสำนวนคดีส่งพนักงานอัยการให้ทันภายในวันที่ 6-7 ต.ค. โดย พล.ต.ต.ปวีณเผยว่า พนักงานสอบสวนเร่งสรุปสำนวนที่มีอยู่ประมาณ 700-800 หน้า เพื่อนำหลักฐานที่สำคัญเข้าสู่สำนวนสอบสวน ขณะนี้ทำสำนวนพร้อมสอบปากคำพยานไปแล้วกว่า 90 เปอร์เป็นต์ ยืนยันว่าพยานหลักฐานต่างๆ เป็นขั้นเป็นตอนมีมาตรฐาน ผู้ต้องหาที่จับมาเป็นตัวจริงตามพยานหลักฐานและให้การรับสารภาพเพราะสำนึกจากการกระทำของตัวเอง ส่วนเรื่องโทรศัพท์มือถือของผู้ตายผู้หญิงอยู่ในห้องพัก เพื่อนผู้ตายนำมามอบให้พนักงานสอบสวนและมอบให้สถานทูตไปแล้ว ส่วนโทรศัพท์อีกเครื่องที่พบอยู่บริเวณที่พักของคนร้ายเป็นของผู้ตายผู้ชาย คนร้ายนำไปใช้ไม่ได้จึงโยนทิ้งไว้ที่พงหญ้า

ด้านนางวรรณี ไทยพาณิชย์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะพะงัน กล่าวว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวบนเกาะเต่าและเกาะพะงันถือว่ากลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เนื่องจากมีความเชื่อมั่นในความปลอดภัยและมีกระทบเพียงเล็กน้อยในระยะแรกของเหตุการณ์ แต่ระยะนี้คงไม่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงโลว์ซีซั่น เป็นฤดูมรสุมมีฝนตกและคลื่นลมแรง โดยที่เกาะพะงันจะมีงานฟูลมูนปาร์ตี้ในคืนวันที่ 8 ต.ค.นี้ มีนักท่องเที่ยวจองห้องพักเข้ามาแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม กระทรวงการท่องเที่ยวฯกำลังวางแผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะเต่า เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ตลาดท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาร่วมเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่จำนวนมาก คาดว่าห้องพัก บนเกาะเต่า 2,000 ห้องและที่เกาะพะงัน 5,000 ห้องจะเต็มหมด

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้