วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ประชานิยมอ่อนๆ กับทฤษฎีลอร์ด เคนส์

ประชานิยมอ่อนๆ กับทฤษฎีลอร์ด เคนส์

โดย ซูม
6 ต.ค. 2557 05:01 น.
  • Share:

ทันทีที่ผมอ่านข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์บอกว่า รัฐบาลของบิ๊กตู่ตัดสินใจใช้เงินแจกชาวนาไร่ละพันบาท รวม 4 หมื่นล้านบาท พร้อมกับจะทุ่มเงินอีก 3 แสนล้านบาทเศษๆเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ฯลฯ

ผมก็เอ่ยกับท่านผู้ฟังรายการวิทยุ “สนทนากีฬากับจ่าแฉ่ง” ของผมที่สปอร์ตเรดิโอ FM 96 ว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กำลังใช้นโยบายประชานิยมอ่อนๆผสมกับทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ของท่าน ลอร์ด เคนส์ลอร์ด เคนส์ หรือ จอห์น เมย์นาร์ด เคนส์ โด่งดังมากยุค ค.ศ. 1930-1940 ในฐานะเจ้าตำรับทฤษฎีกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการใช้จ่ายของภาครัฐบาล จนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางทั่วโลก

เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศหรือ รายได้รวมของประเทศนั้น จะประกอบด้วยค่าใช้จ่ายในการบริโภค, การลงทุนของภาคเอกชน, การใช้จ่ายของรัฐบาล และการส่งออก หักด้วยยอดการสั่งสินค้าเข้า หรือเขียนเป็นสูตรได้ว่า Y=C+I+G+X-M

ตัว G หรือ Government นั้น เป็นตัวที่มีบทบาทสำคัญมาก เพราะจะเป็นตัวกำกับดูแลภาวะเศรษฐกิจส่วนรวมของประเทศทั้งหมด

โดยเฉพาะถ้าการบริโภคต่ำ การลงทุนต่ำ การส่งออกแย่ แต่การนำเข้าสูง เศรษฐกิจก็จะฝืดเคืองและขยายตัวต่ำ รัฐบาลก็จะทำหน้าที่ในการกระตุ้นด้วยการเทเงินลงระบบเศรษฐกิจ ด้วยการลงทุนต่างๆนานา

แต่ถ้าตัวอื่นๆดีหมด เศรษฐกิจวิ่งฉิว รัฐบาลก็จะชะลอการใช้จ่าย และหันมาเก็บภาษีดูดเงินเข้าคลังไว้ เพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อ และเพื่อเก็บเงินไว้ใช้จ่ายในภายหลัง

หลังจากมีทฤษฎีตัว G ออกมาแล้ว โลกก็ไม่ตกอยู่ในภาวะตกต่ำอย่างหนักอีกเลย พอจะแย่ๆ รัฐบาลก็ฉีดเงินลงไปและก็เอาอยู่มาโดยตลอด

ขนาดเมื่อปี 2008 ที่สหรัฐฯอาการหนักมากด้วยวิกฤติทางการเงินครั้งใหญ่ ทำท่าจะแย่และความจริงก็แย่ไปพักหนึ่ง แต่ในที่สุดก็ฟื้น หลังจากรัฐบาลและธนาคารกลางสหรัฐฯลงไปอุ้มเศรษฐกิจอย่างสุดตัว

เมื่อวานนี้เองสหรัฐฯเพิ่งแถลงตัวเลขว่าอัตราว่างงานล่าสุดอยู่ที่ 5.9% แล้ว เทียบกับตอนวิกฤติใหม่ๆ ว่างงานถึงร้อยละ 10 เมื่อปี 2009

ทฤษฎีตัว G นี้เอง ถ้าจะบอกว่าเป็นประชานิยมก็น่าจะมีส่วน เพราะเป็นการส่งเงินไปให้ประชาชนใช้จ่ายโดยตรง

มีทั้งการลงทุนอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เช่น สร้างถนนหนทาง สร้างเขื่อน สร้างโรงไฟฟ้า ฯลฯ ไปจนถึงแจกเงินให้ไปใช้จ่ายดื้อๆ

ล่าสุดในสมัยท่าน บารัค โอบามา ก็ใช้วิธีแจกเงินดื้อๆ เป็นค่าโน่นนี่แก่คนงาน รวมไปถึงช่วยคนตกงาน

เศรษฐกิจของเราช่วงนี้ค่อนข้างซบเซาอย่างที่ผมเล่าไปเมื่อวันศุกร์ จึงเป็นหน้าที่ของตัว G หรือรัฐบาลที่จะใช้เงินลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจ 3.6 แสนล้าน จากโครงการต่างๆที่ว่า

รวมทั้งการแจกดื้อๆแบบสหรัฐฯ รวม 4 หมื่นล้านบาท ให้แก่ชาวนานัยว่าเป็นค่าต้นทุนการผลิตในปีต่อไป

หม่อมอุ๋ยบอกว่าไม่ใช่ประชานิยม เพราะไม่ได้หาเสียง แต่เป็นการทำตามทฤษฎีและเลือกกลุ่มผู้รับแจก

ส่วนผมยังเห็นว่าเป็นประชานิยมอยู่บ้าง จึงเรียกว่าประชานิยมอ่อนๆ ซึ่งไม่เสียหายมากเหมือนการประกันราคาหรือการจำนำข้าว เพราะจะจ่ายหนเดียวปีเดียว 4 หมื่นล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วเลิกเลย

ใช้คำว่าประชานิยมอ่อนๆ แล้วก็นึกได้ว่า บ้านเรายุคหลัง 14 ตุลาคม 2516 เคยมีหนังสือพิมพ์ใช้คำว่า “สังคมนิยมอ่อนๆ” ซึ่งอาจารย์หม่อม ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ไม่เห็นด้วย ออกมาค้านว่า สังคมนิยมไม่มีอ่อนๆ มีแต่แข็งกระด้างอย่างเดียว

คำว่าอ่อนๆ ที่ท่านได้ยินมีอยู่ 2 คำเท่านั้น คือ “เงินเฟ้ออ่อนๆ” กับ “ท้องอ่อนๆ” ซึ่งเป็นของดีทั้งคู่

ประเทศใดมี เงินเฟ้ออ่อนๆ แสดงว่าเศรษฐกิจลื่นไหล ผู้คนมีรายได้ดี มีงานทำ จับจ่ายใช้สอยคล่องมือ นักเศรษฐศาสตร์จะชอบมาก

ส่วน ท้องอ่อนๆ นั้น อาจารย์หม่อมบอกว่า เกิดแก่สตรีมีครรภ์ที่ตั้งครรภ์ใหม่ๆ เดือน 2 เดือน มักจะมีผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใสงดงาม เป็นที่ต้องอกต้องใจของสามียิ่งนัก

วันนี้ผมใช้คำว่า “ประชานิยมอ่อนๆ” คงต้องจุดธูปขออนุญาตท่านอาจารย์คึกฤทธิ์ไว้ด้วย น่าจะเป็นนโยบายที่พอรับได้ เหมือนกับเงินเฟ้ออ่อนๆ หรือหญิงท้องอ่อนๆ ที่สามีต้องใจ...นะครับอาจารย์.

“ซูม”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้