วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘สมยศ’เผยทีเด็ด ผลดีเอ็นเอ มัดแน่น2ฆาตกร

‘สมยศ’เผยทีเด็ด ผลดีเอ็นเอ มัดแน่น2ฆาตกร

  • Share:

ฆ่าข่มขืนบนเกาะเต่า ทำแผนทุกขั้นตอน! นายกฯยันไม่ใช่แพะ ย้ำอย่าให้เกิดคดีอีก

คุมตัวสองผู้ต้องหาพม่าทำแผนฆ่าโหดนักท่องเที่ยว อังกฤษ 2 ศพหมกเกาะเต่า ผบ.ตร. “สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” ลงไปบัญชาการเองถึงที่ เผยหลักฐานเด็ดจากผลตรวจดีเอ็นเอจากศพแหม่มสาวตรงกับผู้ต้องหาทั้งคู่จนยอมรับสารภาพ แจงขั้นตอนละเอียดยิบ ตั้งแต่นั่งซดเหล้าเห็นเหยื่อเดินควงคู่ไปพลอดรักที่โขดหินริมชายหาด เลยเกิดอารมณ์หื่นตามใช้จอบทุบหัวฝ่ายชายเสียชีวิต แล้วผลัดกันข่มขืนก่อนลงมือฆ่าปิดปาก ชุดสืบสวนแกะรอยจากวงจรปิดจับภาพเพื่อนร่วมวงเหล้า ก่อนตามลากคอ 2 ฆาตกรตัวจริง ด้านนายกฯ “ประยุทธ์” ย้ำดีเอ็นเอยืนยันชัดไม่ใช่แพะ

จากคดีฆาตกรรมนายเดวิด วิลเลียม มิลเลอร์ อายุ 24 ปี และ น.ส.ฮานนาห์ วิคตอเรีย วิทเธอริดจ์ อายุ 24 ปี นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ บริเวณหาดทรายรี หมู่ 1 ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา จนเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก หลังเกิดเหตุตำรวจใช้เวลาสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดี 17 วัน ก็สามารถติดตามรวบตัวผู้ต้องสงสัย ชาวพม่า 3 คนคือ นายเวพิว หรือวิน อายุ 22 ปี นายซอลิน หรือโซเรน อายุ 21 ปี และนายเมา เมา อายุ 23 ปี โดยนายเวพิวและนายซอลินรับสารภาพว่าเมาแล้วเห็นผู้ตายพลอดรักกันเลยเกิดอารมณ์ ตีหนุ่มเมืองผู้ดีเสียชีวิตแล้วขืนใจฆ่าแหม่มสาว หลังเกิดเหตุยังคงทำงานในพื้นที่ก่อนถูกกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานมัดล่าคนร้ายได้ยกทีม

ต่อมาเวลา 8.30 น.วันที่ 3 ต.ค. พ.ต.ต.วิทยา พิทักษ์ สว.สส.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พร้อมพวกคุมตัวนายเวพิว หรือวิน 1 ในผู้ต้องหาชาวพม่าที่ร่วมกันก่อเหตุข่มขืนฆ่าสองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษออกจากห้องขัง สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ไปยังท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี เพื่อนั่งเฮลิคอปเตอร์เดินทางไปยังเกาะเต่าร่วมกับนายซอลินและนายเมาที่ถูกคุมตัวอยู่ที่เกาะเต่า ระหว่างถูกคุมตัวไปที่รถสายตรวจ นายเวพินใช้ผ้าคลุมศีรษะและปิดบังใบหน้า โดยมีตำรวจคอยคุ้มกันอย่างแน่นหนา เนื่องจากกลัวชาวบ้านที่ทราบข่าวจะรุมทำร้าย

ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ที่ไปติดตามคดีในพื้นที่ พร้อมด้วย พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รรท.รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.เดชา บุตรน้ำเพชร ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช ผบก.สส.ภ.8 และ พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี ได้เดินทางไปที่สนามบินและขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปพร้อมกับนายเวพิว โดย พล.ต.อ.สมยศเปิดเผยก่อนเดินทางว่า เมื่อคืนใกล้เที่ยงคืนได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ผลการตรวจดีเอ็นเอชาวพม่า 2 รายตรงกับดีเอ็นเอที่เจ้าหน้าที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุ แต่ไม่ได้รายงานผลอย่างเป็นทางการให้สถานทูตอังกฤษทราบ คาดว่าท่านทูตคงรับทราบจากสื่อแล้ว

พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า คดีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งกำชับให้ได้ตัวผู้ต้องหาโดยเร็ว จึงสั่งตำรวจท้องที่ ตำรวจนครบาล และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ร่วมกับการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนเกาะ แต่ต้องใช้เวลาโดยเจ้าหน้าที่ทำงานกันอย่างรอบคอบ ไม่เน้นความไวในการทำคดี เน้นรายละเอียดถูกต้องประกอบการดูกล้องวงจรปิดจนทราบตัวผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 คนมีส่วนในการกระทำผิดและเก็บดีเอ็นเอไปตรวจสอบที่กรุงเทพฯ กระบวนการต้องใช้เวลา 24 ชั่วโมงจนผลดีเอ็นเอที่ปรากฏในตัว น.ส.ฮานนาห์ คือนายเวพิวและนายซอลิน ส่วนนายเมา ไม่พบดีเอ็นเอ โดยนายเมาให้การว่าไม่มีส่วนร่วมในการข่มขืน

“ดีเอ็นเอเป็น 1 ในพยานหลักฐานที่ใช้จับคนร้าย เมื่อคืนตำรวจที่อยู่บนเกาะเต่าเข้าตรวจค้นบ้านพักนายวินพบโทรศัพท์มือถือของผู้ตายที่หายไป ส่วนกล้องวงจรปิดบนเกาะเต่ามี 366 ตัว ใช้เวลาตรวจสอบตัวละ 6-10 ชั่วโมงและต้องใช้ผู้ชำนาญการในการตรวจสอบจึงต้องใช้เวลามาก ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 3 คน ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลจะอนุมัติ จากนั้นจะนำตัวไปชี้ที่เกิดเหตุและหาหลักฐานที่นำไปทิ้งหรือนำไปเก็บไว้” ผบ.ตร.กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่าจากการสอบปากคำเบื้องต้นนายเวพิว หรือวิน ให้การรับสารภาพร่วมกับนายซอลินฆ่านายเดวิดและข่มขืน น.ส.ฮานนาห์ แล้วใช้จอบทุบตีเสียชีวิต โดยผลการตรวจดีเอ็นเอก็ตรงกับนายเวพิวและนายซอลิน จากการสอบประวัติพบแรงงานพม่าทั้ง 3 คนมาจากเมืองยะไข่ ประเทศพม่า ลักลอบเข้ามาทำงานบนเกาะเต่าโดยนายเวพิวเป็นลูกจ้างร้านอาหารแห่งหนึ่งบนเกาะเต่า ส่วนนายซอลินและนายเมาทำงานรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ของผู้นำท้องถิ่นบนเกาะเต่า ทั้งนี้ ตำรวจได้หลักฐานจากภาพวงจรปิดในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นบริเวณหาด-ทรายรี ที่นายเมาเป็นคนเข้าไปซื้อบุหรี่ยี่ห้อแอล-เอ็มแดง ก่อนเที่ยงคืนวันที่ 14 ก.ย. ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กันตัวนายเมาไว้เป็นพยาน

วันเดียวกัน ศาลจังหวัดเกาะสมุยอนุมัติหมายจับ ที่ จ.76-77/2557 ลงวันที่ 3 ตุลาคม 2557 ประกอบด้วยนายเวพิว หรือวิน และนายซอลิน หรือ โซเรน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้นั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงและเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน

ต่อมาเวลา 10.40 น. พล.ต.อ.สมยศ พร้อมคณะคุมตัวนายเวพิว และนายซอลิน สองผู้ต้องหาที่ร่วมกันฆ่าสองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษมาแถลงข่าวที่ศาลาอเนกประสงค์หาดทรายรี จากนั้นคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพริมชายหาดด้านปลายแหลม จปร.หาดทรายรี หมู่ 2 ต.เกาะเต่า ก่อนทำแผน ประทุษกรรม พล.ต.อ.สมยศได้สักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 บริเวณลานหิน จปร. ใกล้ที่เกิดเหตุ เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยไปไหว้ขอพรให้การสืบสวนคลี่คลายคดีโดยเร็ว

การทำแผนครั้งนี้เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังชุดควบคุมฝูงชนถึง 300 นายเข้าควบคุมสถานการณ์ โดยเริ่มจากนายเวพิว นายซอลิน และนายเมาเมา นั่งดื่มเหล้าสูบบุหรี่และเล่นกีตาร์ที่ขอนไม้แนวต้นสนหน้าชายหาดทรายรี ก่อนที่นายเมาเมาจะแยกตัวกลับที่พักไปก่อน ระหว่างนั้นนายเวพิวและนายซอลิน เห็นนายเดวิดและ น.ส.ฮานนาห์ เดินผ่านไปทางชายหาดไปที่โขดหินจุดที่ทั้งสองพลอดรักกัน ทั้งคู่จึงเดินตามไป โดยนายซอลินถือจอบจากแปลงผักตีศีรษะนายเดวิดจนล้มคว่ำแล้วลากไปริมทะเล จาก นั้นนายเวพิวลงมือข่มขืน น.ส.ฮานนาห์ คนแรกเสร็จแล้วนายซอลินข่มขืนต่อ ก่อนที่นายเวพิวจะใช้จอบตีเสียชีวิตอีกศพ นำจอบไปทิ้งสวนหย่อม โดยการทำแผนใช้เวลาประมาณ 1 ชม. จากนั้นเจ้าหน้าที่คุมตัวผู้ต้องหาไปสอบเพิ่มเติมที่หน่วยบริการประชาชนเกาะเต่าและคุมตัวกลับไปคุมขังที่ สภ.เกาะสมุย จะพา ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดเกาะสมุยในวันที่ 4 ต.ค.ต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.มนู เมฆหมอก ผบช.สพฐ.ตร. กล่าวถึงการตรวจดีเอ็นเอแรงงานพม่าว่า ผลตรวจดีเอ็นเอนายเวพิว และนายซอลิน ตรงกับผลตรวจคราบอสุจิที่ช่องคลอดและทวารหนักของนักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษ และผลตรวจดีเอ็นเอที่ก้นบุหรี่ของกลางใกล้ที่เกิดเหตุตรงกับของนายเวพิวและนายเมาเมา โดยผู้เชี่ยวชาญได้เร่งผลตรวจพิสูจน์ได้ผลทางการเวลา 24.00 น.วันที่ 3 ต.ค. และได้รายงานผลเปรียบเทียบดีเอ็นเอให้ ผบ.ตร.ทราบ

พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รรท.รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า คดีดังกล่าวเป็นการลงแขกของชุดสืบสวนนครบาลที่มี พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รรท.ผบก.ศสส.บช.น. ลงพื้นที่ร่วมกันเพื่อสืบสวนหาตัวผู้ต้องสงสัยและตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนได้พยานหลักฐานนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา ผลตรวจดีเอ็นเอตรงกับพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ สอดรับคำรับสารภาพของผู้ต้องหาและชุดสืบสวนได้ของกลางแว่นตา และโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตชาวอังกฤษที่คนร้ายทิ้งไว้ใกล้ที่พักบนเกาะเต่า

เมื่อเวลา 16.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ให้สัมภาษณ์กรณีที่ตำรวจจับกุม 2 ผู้ต้องหาแรงงานชาวพม่าที่ลงมือฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ว่า ตำรวจรายงานความคืบหน้าตั้งแต่วันที่ 2 ต.ค.แล้ว ผลการพิสูจน์ดีเอ็นเอชัดเจนแล้วและมีการรับสารภาพ มีการทำแผนฆาตกรรม ผบ.ตร. ได้ชี้แจงไปแล้ว ดังนั้น ต่อไปเป็นขั้นตอนการดำเนินคดี สิ่งที่เราควรพูดต่อคือการให้กำลังใจเพราะเจ้าหน้าที่ทำงานกันเต็มที่ และตนยืนยันได้ว่าจะใช่ตัวจริงหรือไม่ใช่ตัวจริงทางเจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามันเป็นแพะไม่ได้ เพราะพิสูจน์กันด้วยดีเอ็นเอจากเหยื่อเลย ต้องชมเชยเจ้าหน้าที่ ตนจะต้องพูดคุยให้รางวัลชมเชยกับผู้ที่ทำงานด้วย ต่อไปนี้มีอย่างเดียวคืออย่าให้เกิดขึ้นอีกโดยการเฝ้าระวัง มาตรการต่างๆต้องดี และการขึ้นบัญชีแรงงานต่างด้าว เคยบอกไปแล้วว่าต้องขึ้นบัญชีให้ครบให้หมดทุกคนทุกที่ทุกเกาะ ผู้ต้องหา 2 คนดังกล่าวก็ยังไม่ได้ขึ้นบัญชีเหมือนกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเทศอังกฤษพอใจหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เอกอัครราชทูตอังกฤษและผู้แทนของอังกฤษพบกับ ผบ.ตร.เมื่อวันที่ 2 ต.ค.แล้วในตอนนั้นยังไม่มีความชัดเจนด้วย ทาง ผบ.ตร.ได้ชี้แจงว่าทางรัฐบาลไทยให้ความสำคัญ มีการโทร.สั่งการเร่งรัดทุกวัน ติดตามความตลอดหลายวันที่ผ่านมา ทางอังกฤษพอใจไม่ติดใจเพราะเห็นว่าเราดำเนินการมาตามขั้นตอนตามมาตรฐาน ใช้การพิสูจน์ทางดีเอ็นเอ อังกฤษคิดว่ามีความทันสมัย ยอมรับได้ ส่วนเรื่องอื่นๆเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการกันต่อไป เมื่อถามว่า จะต้องเอาผิดผู้ประกอบการหรือไม่ เพราะ 2 ผู้ต้องหาเป็นแรงงานที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เดี๋ยวก็ไปลงโทษกันมา ไปว่ากันมา ตนไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ต้องให้กระทรวงรับผิดชอบ สั่งกระทรวงแรงงานไปแล้ว และฝ่ายความมั่นคงให้ไปไล่หาดูว่าจะทำอย่างไร

ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) เช้าวันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงคดีฆ่านักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่าจนสังคมมองว่าเกิดความสับสนว่า ไม่สับสนอย่าไปมองว่าเรื่องนี้สับสน เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานตามขั้นตอน ส่วนผู้ต้องหาค่อนข้างจะชัดเจนตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานไว้ ไม่รู้ว่าจะจับกุมคนร้ายเมื่อใด แต่เราทราบว่าพวกเราทำอะไรไปบ้างและได้รับข้อมูลรายงานความคืบหน้าจาก พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. มาตลอด ขอให้มั่นใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะได้ทำงานอย่างเต็มที่ เมื่อถามย้ำว่า มั่นใจว่าจะไม่มีแพะ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “อย่าไปพูดว่ามีแพะ ตำรวจทำงานของเขาอยู่แล้ว หากตำรวจได้ยินอย่างนี้ คงเสียใจแยะเลย”

นายไชยันต์ ธุระสกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเกาะเต่า เปิดเผยว่า ชาวเกาะเต่ารู้สึกโล่งใจที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้ มีความมั่นใจและเชื่อใจว่าเป็นคนร้ายตัวจริงไม่ใช่แพะแน่นอน โดยแรงงานต่างด้าวจะต้องช่วยกันควบคุมดูแลไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก และหลังจากนี้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวบนเกาะเต่าจะช่วยกันจัดกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวให้กลับมา

ส่วนนางวรรณี ไทยพาณิชย์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะพะงัน กล่าวว่า การจับกุมคนร้ายที่ไม่ใช่คนไทยเป็นผู้ก่อเหตุ ทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทยดีขึ้นมาก ลักษณะการก่อเหตุดังกล่าวไม่ใช่ปกติวิสัยของคนไทย และผู้ประกอบการในพื้นที่ไม่มีใครทำลายบ้านและรายได้ของตัวเอง เชื่อมั่นว่าจะเป็นผลกระทบเพียงระยะสั้นเท่านั้นและนักท่องเที่ยวจะกลับเข้ามาพักผ่อนท่องเที่ยวตามเดิม เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นวิกฤติที่ผู้ประกอบ–การและภาครัฐจะได้จัดระเบียบแรงงานต่างด้าวให้ถูกต้องเสียที รวมทั้งจะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยแสงสว่างและกล้องวงจรปิด และร่วมจัดกิจกรรมสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างประเทศ เพราะปีนี้เกาะเต่าเพิ่งได้รับเลือกเป็นเกาะท่องเที่ยวดำน้ำสวยที่สุดของเอเชียที่ควรจะต้องรักษาไว้

ขณะที่ พล.ต.ธีร์ณฉัตฐ์ จินดาเงิน ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกสุราษฎร์ธานี กล่าวถึงการจับกุมแรงงานต่างด้าวฆ่านักท่องเที่ยวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุทหารได้เข้าตรวจสอบในทางลับพบว่าแรงงานต่างด้าวทั้งหมดบนเกาะเต่ามีอยู่ทั้งหมดกว่า 7,000 คน แต่มีข้อมูลที่ผู้ประกอบการแจ้งเพียง 4,000 คนเท่านั้น ส่วนที่หายไปกว่า 3,000 คนอยู่ที่ไหน และเป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่าแรงงานต่างด้าวที่เป็นผู้ต้องหาเป็นแรงงานที่ผิดกฎหมาย ระหว่างที่ตำรวจกำลังดำเนินการตรวจสอบหาผู้ต้องสงสัย ยังไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการบางราย ไม่ยอมแจ้งจำนวนและส่งแรงงานต่างด้าวเหล่านั้นให้ฝ่ายตำรวจตรวจสอบ ตนจะสั่งการไปยังผู้เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการหาพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดผู้ประกอบการเหล่านั้นฐานให้ที่พักพิงแรงงานต่างด้าวโดยผิดกฎหมาย และไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการคลี่คลายคดี โดยจะประสานฝ่ายตำรวจในการเข้าดำเนินการขั้นเด็ดขาด

นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวถึงกรณีแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ 2 คนตกเป็นผู้ต้องหาฆ่านักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่าว่า บนเกาะเต่ามีแรงงานต่างด้าวประมาณ 4,000 คน ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนถูกต้อง ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงเปิดให้นายจ้างนำแรงงานต่างด้าว 3 สัญ-ชาติคือ ลาว กัมพูชา และเมียนมาร์ ไปขอขึ้นทะเบียนได้จนถึงวันที่ 31 ต.ค. จึงถือว่ายังอยู่ในช่วงดำเนินการเข้ามาขอยื่นจดทะเบียนได้ตามกำหนดเวลา ส่วนที่มองว่าเป็นเกาะทำให้แรงงานต่างด้าวไม่สนใจขึ้นฝั่งมาจดทะเบียนนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ทางจังหวัดสุราษฎร์ธานีและกระทรวงแรงงานจะนำหน่วยเคลื่อนที่ไปให้บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวที่ อ.เกาะพะงัน ซึ่งเป็นพื้นที่ครอบคลุมไปถึง ต.เกาะเต่า ระหว่างวันที่ 13-27 ต.ค. ส่วนในเกาะที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละจังหวัด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้