วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คุมหมอทําอุ้มบุญ ส่งอัยการฟ้องแล้ว เจ้าตัวไม่หวั่นยิ้มสู้

คุมหมอทําอุ้มบุญ ส่งอัยการฟ้องแล้ว เจ้าตัวไม่หวั่นยิ้มสู้

  • Share:

ตำรวจนำตัว “หมอพิสิฐ” เจ้าของคลินิกที่ รับทำ “อุ้มบุญ” ให้หนุ่มญี่ปุ่น พร้อมสำนวนการสอบสวน ส่งให้อัยการศาลแขวงปทุมวันพิจารณาสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง แต่มั่นใจหลักฐาน มีน้ำหนักเพียงพอให้อัยการสั่งฟ้องได้ ด้านหมอ ไม่หวั่นยิ้มสู้

ความคืบหน้าการดำเนินการกับคลินิกออล ไอวีเอฟ ที่เกี่ยวข้องกับการ “อุ้มบุญ” เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ต.ค. ที่สำนักงานอัยการคดีศาลแขวง 6 (ปทุมวัน) ถนนพระราม 4 ร.ต.ท.ณัฐพล ล่อดงบัง พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี นำตัว นพ.พิสิฐ ตันติวัฒนากุล อายุ 40 ปี เจ้าของคลินิก “ออล ไอวีเอฟ” ย่านเพลินจิต ซึ่งทำอุ้มบุญให้นักธุรกิจชาวญี่ปุ่น ที่ถูกตำรวจแจ้งข้อหาประกอบกิจการและดำเนินสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมสำนวนพยานหลักฐานเอกสารจำนวน 1 แฟ้ม และความเห็นสมควรฟ้องผู้ต้องหา 2 ข้อหา คือ

1.ประกอบกิจการและดำเนินสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท และ 2.ไม่ควบคุมและดูแลให้แพทย์ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสถานพยาบาล ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม ที่มีโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล 2541 มาส่งมอบให้นายเจริญเดช ศัลยพงษ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 6 (ปทุมวัน) พิจารณาทำความเห็นสั่งคดี โดยนายเจริญเดช อัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 6 มีคำสั่งนัดให้ นพ.พิสิฐ ผู้ต้องหามารายงานตัวพร้อมฟังคำสั่งคดีในวันที่ 9 ต.ค. เวลา 10.00 น.ซึ่งเป็นวันที่ครบกำหนดการผัดฟ้องครั้งที่ 5 ที่เป็นครั้งสุดท้าย

ภายหลังเข้าพบอัยการนาน 30 นาที นพ.พิสิฐ พร้อมด้วยนายรุ่งโรจน์ ดิจบรรจง เดินทางกลับ และพยายามหลบเลี่ยงทัพนักข่าว นพ.พิสิฐกล่าวเพียงสั้นๆกับผู้สื่อข่าวที่ถามว่ามั่นใจการต่อสู้คดีหรือไม่ ว่า เจอกันวันที่ 9 ต.ค. ส่วนนายรุ่งโรจน์ ทนายความ นพ.พิสิฐ กล่าวถึงการต่อสู้คดีว่า สำนวนการสอบสวนพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนส่งให้อัยการมีหลาย 100 หน้า แต่ยืนยันเราดำเนินการทุกอย่างถูกต้อง โดยวันที่ 9 ต.ค. ต้องมารายงานตัวกับอัยการ

ขณะที่นายเจริญเดช ศัลยพงษ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 6 กล่าวว่า หลังจากนี้จะต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด ตรวจพิจารณาข้อเท็จจริง พยานเอกสาร พยานบุคคล พยานวัตถุในสำนวนว่าที่พนักงานสอบสวนสรุปมานั้นเพียงพอที่อัยการจะวินิจฉัยทำความเห็นสั่งคดีได้หรือไม่ จะรายงานเรื่องนี้ให้อธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลแขวง ผู้บังคับ บัญชาทราบตามลำดับชั้นด้วย เพราะเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน วันนี้ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาต่ออัยการ เหมือนในชั้นสอบสวน โดยเช้าวันที่ 9 ต.ค. อัยการนัดให้ผู้ต้องหามารายงาน หากอัยการมีความเห็นสั่งคดีได้ทันจะแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบ แต่ถ้าไม่สามารถมีคำสั่งได้ทัน แล้วถ้าภายหลังจะมีคำสั่งให้ฟ้อง ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายคือ นำเสนอสำนวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้องเสนอนายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด เพื่อขออนุญาตฟ้องตามกฎหมายคดีศาลแขวง แล้วจึงจะประสานให้พนักงานสอบสวนนำตัวผู้ต้องหามาฟ้องศาลตามขั้นตอนต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้