วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"ณรงค์ชัย" ลั่นปฏิรูปพลังงาน เดินหน้าชนเอ็นจีโอเปิดสัมปทานปิโตร-ไฟฟ้าถ่านหิน

"ณรงค์ชัย" ลั่นปฏิรูปพลังงาน เดินหน้าชนเอ็นจีโอเปิดสัมปทานปิโตร-ไฟฟ้าถ่านหิน

  • Share:

“ณรงค์ชัย” ประกาศเดินหน้าปรับโครง-สร้างราคาพลังงานให้เสร็จใน 1 ปี ส่งสัญญาณคืนความสุขคนใช้เบนซิน ส่วนผู้ใช้เอ็นจีวี แอลพีจี และน้ำมันดีเซลเตรียมรับมือราคาปรับขึ้นแน่ พร้อมลุยเปิดสัมปทานปิโตรเลียม-เจรจาพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ด้าน “ประจิน” ยันเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน ได้แถลงวานนี้ (3 ต.ค.) ถึงนโยบายของกระทรวงพลังงานที่จะเร่งดำเนินการคือ ทยอยปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้สะท้อนต้นทุนและเกิดความเป็นธรรม รวมถึงปรับโครงสร้างภาษีต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่จะต้องปรับเพิ่มขึ้น และกลุ่มผู้ใช้น้ำมันเบนซินต้องได้ใช้น้ำมันเบนซินในราคาที่ลดลงจากปัจจุบัน โดยทั้งหมดนี้จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี

นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน

ส่วนการปรับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) โดยเฉพาะในภาคขนส่งที่ขณะนี้มีราคาถูกมาก หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยเหตุใดรัฐจึงไม่ปรับขึ้นราคาแอลพีจีภาคขนส่งไปเท่ากับภาคครัวเรือนในครั้งเดียว เรื่องนี้ต้องให้เวลาเพราะคนที่ซื้อรถยนต์และตัดสินใจลงทุนเปลี่ยนมาใช้แอลพีจี เพราะคิดว่าราคาจะถูกไปตลอดซึ่งไม่ใช่ความผิดของเขา จึงต้องให้สัญญาณใหม่จะได้มีเวลาปรับตัว แต่ขอยืนยันว่าจากนี้ไปราคาจำหน่ายน้ำมัน เบนซินและแก๊สโซฮอล์จะทยอยถูกลง และราคาน้ำมันดีเซลจะทยอยปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากที่ถูกตรึงไว้ 30 บาทต่อลิตรในปัจจุบัน

นอกจากนี้ นโยบายกระทรวงพลังงานจะเน้นการดูแลความมั่นคงด้านพลังงาน ดังนั้นภายใน 1 ปี ตนจะเร่งตัดสินใจในเรื่องการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ หรือรอบที่ 21 และการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมร่วมอย่างแหล่งปิโตรเลียมพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ซึ่งล่าสุดในการประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียนที่ประเทศลาว เมื่อเร็วๆนี้ ไทยและกัมพูชาได้มีข้อตกลงจัดตั้งคณะทำงานร่วมกันขึ้นมาเพื่อหารือรายละเอียดความร่วมมือที่จะมีขึ้น

สำหรับพม่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ประเทศไทยมีความร่วมมือด้านความมั่นคงพลังงาน เนื่องจากไทยมีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากพม่ามาผลิตไฟฟ้าเป็นหลัก ซึ่งตลอด 20 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยนำเข้าก๊าซฯจากพม่าแล้ว 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะ จะเดินทางไปพม่าระหว่าง 9-10 ต.ค.นี้เพื่อความร่วมมือด้านพลังงานร่วมต่อไป โดยไทยมีกลุ่มบริษัทพลังงานที่เข้มแข็งคือ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

“ประเทศไทยนำเข้าก๊าซฯจากพม่าจำนวนมหาศาลในทุกๆปี ถ้าพม่าปิดท่อส่งก๊าซฯมายังประเทศไทยเมื่อใด เราจะลำบาก และพม่าก็ต้องการความร่วมมือกับประเทศไทย เพราะเรามีกลุ่มพลังงานที่มีศักยภาพทั้ง ปตท. และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. และ กฟผ. เพราะพม่ายังมีโรงงานที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ไม่มากนัก จึงต้องการให้ประเทศไทยไปช่วยพัฒนาการผลิตไฟฟ้าและลงทุนในกิจการปั๊มน้ำมันให้ รวมทั้งการลงทุนธุรกิจกลั่นน้ำมัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีของไทยก็จะไปเจรจาในเรื่องดังกล่าวต่อไป”

นายณรงค์ชัยกล่าวว่า ตนขอยืนยันว่าจะเดินหน้าก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ๆ เพิ่มขึ้นในประเทศไทย ให้สำเร็จตามแผนที่กำหนดไว้ก่อนหน้านี้ โดยในปีงบประมาณ 2558 ประเทศไทยต้องมีข้อสรุปที่ชัดเจนในเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินว่าจะสร้างกี่แห่ง ที่ใดบ้าง กำลังการผลิตเท่าใด เพราะถ่านหินคือเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าที่มีต้นทุนเรื่อง ราคาถูกที่สุด รองลงมาจึงเป็นก๊าซธรรมชาติ ขณะที่พลังงานทดแทนก็จะเร่งให้การส่งเสริมแต่ต้องยอมรับว่ามีค่าไฟฟ้าที่แพง มากกว่าเชื้อเพลิงประเภทอื่นๆ ดังนั้นในเรื่องนี้จะมีการทำควบคู่ไปกับการรณรงค์ การลดใช้พลังงานหรือแผนอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งขณะนี้ได้มีการจัดสรรงบประมาณที่จะดำเนินการในปี 2558 แล้ว ซึ่งนโยบายนี้จะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าลงมาซึ่งก็หมายถึงการลดการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในที่สุด

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยหลังประชุมหารือร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า ภาคเอกชนต้องการทราบความชัดเจนเกี่ยวกับการดำเนินโครงการตามแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม เพราะเกรงว่าจะไม่สามารถดำเนินการได้จริง ซึ่งตนยืนยันว่าจะผลักดันตามแผนงานแน่นอน แต่ยังเปิดเผยรายละเอียดไม่ได้ เพราะเกรงว่าจะมีผลต่อผู้ประกอบการที่จะไปเก็งกำไรที่ดินไว้ล่วงหน้า

ทั้งนี้ ภาคเอกชนพอใจในแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม โดยเฉพาะแผนการก่อสร้างเส้นทางหลัก เส้นทางเสริม และเส้นทางท่องเที่ยวให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค เช่น เชื่อมถนนฝั่งอันดามันกับอ่าวไทย จากพังงา-ภูเก็ต-สุราษฎร์ธานี และเชื่อมจากกรุงเทพมหานคร-เพชรบุรี-ระนอง เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันกระทรวงอยู่ระหว่างประชุมสรุปแผนปฏิบัติการ (แอ็กชั่นแพลน) ด้านการขนส่งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำอยู่ เพื่อเสนอ ครม. ให้ได้ในสิ้นเดือน ต.ค.นี้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้