วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฝัน (ไม่) สลาย

ฝัน (ไม่) สลาย

  • Share:

บทสรุปผลงานของแข้ง “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ในศึกลูกหนังเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 17 “อินชอนเกมส์” เป็นอันว่าเราคว้าอันดับที่ 4 มาครองด้วยฟอร์มอันน่าประทับใจ และเป็นครั้งที่ 4 ในประวัติศาสตร์ที่เราทำได้

ก่อนหน้านี้เราเคยผ่านเข้าถึงรอบนี้มาแล้ว 3 ครั้ง ย้อนอดีตไปครั้งแรกในปี 1990 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ครั้งที่ 2 ปี 1998 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ และครั้งที่ 3 ปี 2002 ที่เมืองปูซาน เกาหลีใต้

ในปี 1990 คาร์ลอส โรเบอร์โต คาวัญโญ กุนซือชาวบราซิลเลียน พาทีมชาติไทยทะลุถึงรอบนี้ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ต่อเกาหลีใต้ 0-1 ชวดเหรียญทองแดงอย่างน่าเสียดาย

ต่อมาในปี 1998 ปีเตอร์ วิธ เฮดโค้ชชาวอังกฤษ ก็ทำผลงานพาทีมไทยผ่านเข้าถึงรอบนี้

เช่นกัน จำได้ว่าเกมในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของเอเชียนเกมส์ครั้งนั้น เป็นเกมที่สุดแสนจะประทับใจอีกเกมหนึ่งของแฟนบอล

ทีมของเราเหลือนักเตะในสนามเพียงแค่ 9 คน แต่พวกเขาก็สวมหัวใจสิงห์วิ่งสู้ฟัด ก่อนจะเฉือนเอาชนะ “โสมขาว” เกาหลีใต้ ด้วยประตู

“โกลเด้น โกล” อันสุดแสนจะเพอร์เฟกต์ของ “เจ้าวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ซึ่งต่อมาในรอบรองชนะเลิศเราพ่ายแพ้ต่อ “มังกร” จีน ยับเยิน 0-3

จากนั้นในปี 2002 ปีเตอร์ วิธ กลับมาคุมทีมอีกครั้ง และพาไทยเข้าถึงรอบตัดเชือกได้เป็นคำรบที่ 2 ของตัวเอง แต่ก็ต้องไปพ่ายต่อเกาหลีใต้เจ้าภาพด้วยสกอร์ขาดลอย 0-3

ครั้งนี้ที่ “อินชอนเกมส์” เราได้อันดับที่ 4 อีกครั้ง แม้ดูแล้วจะไม่ได้เป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ แต่ก็มีสถิติที่น่าสนใจเกิดขึ้น เมื่อ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กลายเป็นโค้ชไทยคนแรกที่สามารถพาทีมมาถึงรอบนี้ได้สำเร็จ

สิ่งนี้ย่อมเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจหากมองเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ “ซิโก้” บอกในการแถลงข่าวเอาไว้ว่า “นี่ไม่ใช่เวลาที่เขาจะดีใจอะไรกับเรื่องนี้ เพราะนักเตะของเขายังเสียใจอยู่กับการพ่ายแพ้และไม่ได้เหรียญทองแดง”

ขอชื่นชมในสปิริตของ “พี่โก้” นี่แหละคือสิ่งที่พวกเราอยากเห็น ความกลมเกลียวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุข เดินจับมือไปด้วย
กันในทุกๆสถานการณ์

ไม่แปลกใจเลยที่ “ทีมสปิริต” ของทีม

ชุดนี้ยอดเยี่ยม

ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์แล้ว ในรอบแรก 3 นัดเราคว้าชัยชนะเหนือมัลดีฟส์ 2-0, ติมอร์ เลสเต 3-0, อินโดนีเซีย 6-0 ตามลำดับ ส่วนในรอบ 16 ทีมสุดท้ายเชือด “มังกร” จีน 2-0 ก่อนจะมาปราบจอร์แดน 2-0 ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยฟอร์มอันน่าประทับใจ จากนั้นในรอบรองชนะเลิศ เรามาพ่ายแพ้ให้กับ “เจ้าภาพ” เกาหลีใต้ แบบน่ากังขา 0-2 และในรอบชิงอันดับ 3 ปราชัยให้กับอิรักอย่างน่าเสียดาย 0-1

สรุปโดยภาพรวมแล้วผมเชื่อว่าแฟนบอลทั้งประเทศคงไม่ผิดหวังกับผลงานในครั้งนี้ เพียงแต่เสียดายเล็กน้อยที่ไม่สามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยผลงานที่ดีกว่าเดิมได้ก็เท่านั้นเอง

สำหรับผมแล้วกีฬาฟุตบอลในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้มันไม่ใช่การ “ฝันสลาย” แต่มันกลายเป็นว่าผมได้พบกับ “ทีมชาติไทยในฝัน” ของผมแล้ว.

พาวเวอร์บอมบ์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้