วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'บิ๊กตู่' เห็นใจชาวนา เร่งระบายข้าวในสต๊อก ทวงสถิติส่งออก 11 ล.ตัน

'บิ๊กตู่' เห็นใจชาวนา เร่งระบายข้าวในสต๊อก ทวงสถิติส่งออก 11 ล.ตัน

  • Share:

นายกฯ ขอบคุณทัพนักกีฬาไทยอินชอนเกมส์ ลั่น ไม่ยอมให้ใครงาบงบประมาณก่อนถึงมือประชาชน ยัน อัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ แจงช่วยเหลือชาวนา จ่ายไร่ละพันบาท พร้อมเร่งหาตลาดให้ ชี้ เร่งแก้ปัญหาข้าวค้างสต๊อก ยันไม่ได้ปิดกั้นสื่อ

เมื่อเวลา 20.15 น. วันที่ 3 ต.ค. 57 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ตอนหนึ่งว่า ตนขอแสดงความขอบคุณนักกีฬาไทยทุกท่านที่ได้ทำหน้าที่ตัวแทนประเทศชาติได้อย่างสมเกียรติ ในมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 17 ที่จะสิ้นสุดลงในวันพรุ่งนี้ ตลอดห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพวกเราทุกคนต่างเฝ้าติดตามคอยเป็นกำลังใจให้กับทัพนักกีฬาไทยทุกท่าน ในกีฬาหลายประเภทเราทำได้ดีกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้ จากสรุปเหรียญรางวัล วันที่ 2 ตุลาคม 2557 ได้ 9 เหรียญทอง 6 เหรียญเงิน 26 เหรียญทองแดง อยู่ในลำดับที่ 7 ซึ่งก็มีความคาดหวังว่าจะดีขึ้นอีกกว่านี้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องที่นำความสุข นำรอยยิ้ม และความภาคภูมิใจมาให้กับประชาชนคนไทยทุกคน สำหรับบางประเภทกีฬา ซึ่งเราอาจจะทำไม่ได้ตามที่คาดหมาย เป็นเรื่องธรรมดาของการแข่งขันกีฬาที่ก็ต้องมีผู้แพ้ผู้ชนะ ก็อยากให้ถือว่าเป็นโอกาสที่จะทำให้เราได้นำบทเรียนต่างๆ ประสบการณ์ที่ได้รับกลับมาพัฒนาตนเองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เหรียญรางวัลก็เสมือนเป็นเครื่องหมายของชัยชนะ แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น การชนะใจตนเอง การได้แสดงความมีน้ำใจนักกีฬา การรู้แพ้รู้ชนะ การให้เกียรติยกย่องให้กำลังใจผู้ที่เราแข่งขันด้วย และการเคารพกฎกติกาเปรียบเป็นเครื่องหมายของความสำเร็จอันยิ่งใหญ่กว่า ที่เราจะชนะใจคนทั้งโลก

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ทั้งในฐานะนักกีฬาและในฐานะตัวแทนประเทศไทย ซึ่งนักกีฬาไทยทุกคนก็ได้แสดงให้เห็นสิ่งเหล่านี้ และนำความภาคภูมิใจมาสู่ประเทศชาติ ขอขอบคุณนักกีฬาทุกคน ผู้ควบคุม ผู้ฝึกสอน ที่ได้นำความสุขและรอยยิ้มมาให้กับพวกเราทุกคน ในส่วนของการหลังจากการแข่งขันมาแล้วนี้ รัฐบาลก็จะดูแลในเรื่องของรางวัล เรื่องของกำลังใจต่อไป ตลอดจนพัฒนาให้มีความก้าวหน้าต่อไปอย่างยั่งยืน โดยรวดเร็วด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในช่วงนี้ยังคงเป็นเรื่องที่ทุกคนกังวล เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าภาคการส่งออกของไทย ซึ่งเราเป็นหลักในเรื่องของรายได้ประเทศมากกว่า 60% นั้น เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศมาโดยตลอด ยังมีปัญหาอันเป็นผลกระทบมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำทั่วโลก ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศตัวเลขการส่งออกล่าสุดเดือนสิงหาคม ที่หดตัวลงกว่าร้อยละ 7 จากเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว ประกอบกับภาคเศรษฐกิจอื่นๆ ทั้งภาคการบริโภคและภาคการลงทุน ก็ยังซบเซามาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจากปัญหาทางการเมืองและสถานการณ์โลก รัฐบาลจึงเห็นมีเพียงภาครัฐ ซึ่งเป็นเครื่องมือเดียวในขณะนี้ที่จะช่วยเหลือประคับประคองเศรษฐกิจของประเทศในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้ต่อไปได้

"สำหรับในช่วงระยะเวลานี้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะ 3 เดือน เราจะให้ภาครัฐมาช่วยกันเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลัก ได้สั่งการให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม เร่งรัดการเบิกจ่ายเงิน ในส่วนของงบประมาณเดิมที่กันไว้แต่ยังไม่ได้มีการเบิกจ่ายหรือทำสัญญา ซึ่งคาดว่าหากสามารถเร่งเบิกจ่ายได้เร็วทันสิ้นปีจะช่วยให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ กว่า 160,000 ล้านบาท และจะเป็นการสร้างงานได้อีกจำนวนมาก นอกจากนั้น ได้สั่งการให้เร่งรัดทำสัญญาจ้าง สำหรับงบลงทุนปี 2558 ให้สามารถเบิกจ่ายได้ในไตรมาสแรกของปีหน้า ทั้งนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบอีกกว่าแสนล้านบาท รวมแล้วในส่วนของภาครัฐเอง หากทุกคนร่วมมือช่วยเหลือกัน ทั้งในส่วนของการเร่งกระบวนการของภาครัฐ การตรวจสอบความโปร่งใส และในส่วนของการจ้างงานและการทำสัญญาของภาคเอกชน ก็จะทำให้มีเม็ดเงินเข้ากระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในปีนี้ และในต้นปีหน้า รวมกันกว่า 250,000 ล้านบาท" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานได้พิจารณาถึงความจำเป็นและความสำคัญอย่างรอบคอบ จัดลำดับความเร่งด่วน ควบคู่ไปด้วยกับการให้พี่น้องเกิดความมั่นใจในเรื่องของความโปร่งใส ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ในทุกยุคทุกสมัยนั้น มักจะมีคำกล่าวว่าเวลาเราอัดฉีดเม็ดเงินลงไปเพื่อกระตุ้นระบบเศรษฐกิจ ก็เหมือนกับการให้ขนม แต่มักจะไม่ถึงมือพี่น้องประชาชนทั้งชิ้นหรือทั้งก้อน สุดท้ายแล้วพี่น้องประชาชนก็ได้รับแต่เปลือก หรือส่วนน้อย แต่ในครั้งนี้ผมจะไม่ยอมให้ใครมาแกะห่อขนมกินกลางทาง ก่อนถึงมือพี่น้องประชาชนโดยเด็ดขาด ทุกหน่วยงาน ทุกระดับ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ต้องช่วยกันเฝ้าระวัง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า นอกจากการเร่งรัดการเบิกจ่ายแล้ว มาตรการกระตุ้นในครั้งนี้ จะส่งเสริมให้ในเรื่องการจ้างงานในท้องถิ่น และโครงการลงทุนท้องถิ่นที่อาจจะมีมูลค่าไม่มากนัก แต่ก็จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ หากทำได้จะช่วยยกระดับความเจริญในท้องถิ่นได้อย่างต่อเนื่องไปในระยะยาว เช่น โครงการจ้างงานเกษตรกรในท้องที่ ซึ่งในช่วงฤดูแล้งไม่สามารจะทำการเกษตรได้ มาช่วยกันขุดลอกคูคลอง ใช้แรงงานเพื่อแก้ปัญหาระบบชลประทานในท้องถิ่น มีหลายอย่างที่จ้างงานได้ โครงการลงทุนเพื่อซ่อมแซมสาธารณูปโภคพื้นฐานที่สำคัญ อันนี้ก็อยากจะให้ใช้ผู้ที่เรียนเทคนิค ช่างกล อะไรต่างๆ ไปช่วยด้วย สาธารณูปโภคพื้นฐานที่สำคัญในเรื่องของการพัฒนาท้องถิ่นต่างๆ ทั้งในเรื่องของการทำนุบำรุง บูรณะเส้นทาง การซ่อมแซมอาคารเรียน และโครงการลงทุนเพื่อประโยชน์ต่อประชาชนในท้องถิ่น การสร้างบ้านพักให้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้ใกล้กับโรงพยาบาลที่ยังขาดแคลนอยู่ สถานีอนามัยเพื่อจะให้ประชาชนในท้องถิ่นได้สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้โดยง่ายและทั่วถึง ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมการจ้างงานในท้องถิ่นให้เป็นการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นเพิ่มเติมอีกได้ประมาณกว่า 2 หมื่นล้านบาท

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในครั้งนี้ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างรอบคอบรัดกุม ก็จะช่วยให้ประเทศสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ในช่วงเวลาวิกฤติเศรษฐกิจทั่วโลกในขณะนี้ อย่าตื่นตระหนก เราต้องมีสติ เหมือนคำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เราจะต้องมีสติ รู้ตัว รู้คิด รู้ปฏิบัติ ตลอดเวลา เอาวิกฤติมาเป็นโอกาส ถือว่าเป็นการท้าทาย ทุกภาคส่วนช่วยกันกำกับ ช่วยกันตรวจสอบ ไม่ให้เกิดปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ถ้าพบรายงานเข้ามา หรือเราจัดคณะกรรมการไปตรวจพบเองก็จะรีบลงโทษโดยเร็ว ขณะนี้รัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบดูแลแล้ว โดยจะเชิญผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน รวมทั้งสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย เข้ามาร่วมช่วยกันดูแลในเรื่องนี้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม อย่าให้โครงการเหล่านี้ชักช้า เสียเวลา เพราะเราต้องการขับเคลื่อน แต่ต้องโปร่งใส เพราะฉะนั้น ทุกคนต้องเร่งรัดในการดำเนินการตรวจสอบให้ได้โดยเร็ว ไม่ต้องกลัวถ้าทุกคนทำสุจริตแล้ว ขอให้ทำไปเลย จะทำการตรวจสอบที่หลัง หลังจากทำแล้วก็ได้ แต่ถ้าผิดก็ต้องลงโทษ หยุดการดำเนินการทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น อย่าไปเชื่อในคำแอบอ้างต่าง ๆ จากใครก็ตามที่อ้างว่า คสช. อ้างว่ารัฐบาล อ้างว่าตน หรือใครสั่งมาให้ ไม่มีทั้งสิ้น ขอให้ตรวจสอบและก็ให้ยืนยันมาที่รัฐบาลด้วย ถ้าหากว่ามีคนแอบอ้างเหล่านั้น

"ตนขอเน้นย้ำว่า การส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดินที่มีธรรมาภิบาล และการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ เรามุ่งเน้นการปฏิรูประบบราชการให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม อำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนและสร้างความน่าเชื่อถือต่อระบบการปฏิบัติงานของหน่วยงานราชการ รัฐบาลได้ผลักดันกฎหมาย ร่างกฎหมาย 2 ฉบับ ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ และร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งคงจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชนในการลดระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ ควบคู่ไปกับมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องของการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ในส่วนของการปรับปรุงระบบการจัดซื้อจัดจ้างของทางราชการ ที่ได้มีการดำเนินการไปแล้ว เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2557 ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กรมบัญชีกลาง องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ในการประเมินความเสี่ยงด้านจริยธรรมในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ได้มีการเชิญผู้ประกอบการภาคเอกชนที่มีประสบการณ์ในการทำธุรกรรมกับภาครัฐมาเข้าร่วมเสนอความคิดเห็น เพื่อนำไปประมวลผลร่วมกับข้อคิดเห็นที่ได้รับจากภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ของรัฐบาล นักวิชาการ ทั้งนี้ เพื่อจะนำผลที่ได้รับไปพิจารณาปรับปรุงกระบวนการหรือมาตรฐานในการจัดซื้อจัดจ้างต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า จากการประชุมคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ หรือซุปเปอร์บอร์ด ในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ผมได้อนุมัติแนวทางการนำกระบวนการเพิ่มความโปร่งใส มาใช้ในโครงการก่อสร้างและโครงการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐวิสาหกิจ ได้แก่ กระบวนการที่มีการตรวจสอบความโปร่งใส ของโครงการก่อสร้างที่เป็นสากล เรียกว่า COST ตั้งแต่ขั้นตอนจัดทำความต้องการ TOR การจัดซื้อจัดจ้าง และการส่งมอบงาน กระบวนการตามข้อตกลงสัญญาคุณธรรม integrity pact ที่ให้ประชาชนและผู้เชี่ยวชาญอิสระเข้ามาตรวจสอบในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ทั้งนี้ จะเริ่มนำร่องมาใช้กับโครงการจัดหารถเมล์ NGV ของ ขสมก. โครงการก่อสร้างปรับปรุงสนามบินสุวรรณภูมิระยะที่ 2 ของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย และโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินของการรถไฟขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และเรื่องอื่นๆ อีกต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า มีเกษตรกรหลายอย่าง หลายประเภท วันนี้ที่เดือดร้อนมากที่สุดวันนี้ก็คือชาวนา คนละประเภทกับอีกของประเภทอื่นๆ เราก็ดูแลทุกประเภทอยู่แล้ว แต่วันนี้เราดูว่าในระยะเวลาอันใกล้มีอะไรอยู่บ้างก็เป็นประเภท ประเภทไป วันนี้ในส่วนของชาวนา เราถือว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ของประเทศมีเป็นจำนวนมาก และก็เข้าไม่ถึง ไม่มีรายได้ที่เพียงพอ ผมตรวจสอบจากบัญชีธนาคารของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) บางคนยังไม่มีเงินเข้าเลย ไม่เคยมีการโอนเงินเข้าเลย เพราะว่าเป็นเจ้าของพื้นที่จำนวนน้อย เพราะฉะนั้น ผลผลิตออกมาก็ขาย เพราะฉะนั้นผลผลิตออกมาก็ขายไม่ได้มากนัก อาจจะใช้ทำกินได้อะไรได้แล้วเหลือขายนิดหน่อย ซึ่งที่ผ่านมาแทบจะไม่มีเงินเลย เราก็เป็นห่วงคนเหล่านี้ว่าจะอยู่ได้อย่างไร จะบริโภคอะไรกันได้อย่างไร ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคจะนำเงินมาจากที่ไหน เพราะฉะนั้น รัฐบาลก็กำลังดำเนินการปรับการดูแลคนเหล่านี้ด้วย พร้อมๆ ไปกับเกษตรกรประเทศอื่นๆ ด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้รัฐบาลยังอยู่ระหว่างการจัดการกับปัญหาจำนวนข้าวที่อยู่ในสต๊อก ที่ผ่านจำนวน 18 ล้านตัน ขณะนี้อยู่ในขั้นการตรวจสอบการระบายข้าวอยู่ก็ใกล้จะเสร็จเรียบร้อยแล้วภายในเดือนนี้ และก็เรามีแผนการในการระบายข้าวโดยคณะอนุกรรมการ โดยกระทรวงพาณิชย์ด้วย เราจะระบายข้าวเฉพาะในส่วนที่ไม่เป็นปัญหา ไม่มีความผิด ไปตามกระบวนการยุติธรรม ว่าจะต้องตรวจสอบกันตรงไหนไม่ครบตรงไหนไม่สมบูรณ์ ตรงไหนเสื่อมสภาพ ตรงไหนมีปัญหาเรื่องการทุจริตก็ต้องเก็บไว้ก่อน แต่ทั้งหมดต้องมีหลักฐานชัดเจนส่วนใดที่เรียบร้อยส่วนใดที่มีสภาพดี เราก็จะขายให้ได้ตามราคา

ทั้งนี้ เพื่อจะควบคุมทั้งปริมาณและคุณภาพและต้องรองรับราคา รองรับในส่วนของผลผลิตในกรอบใหม่นี้ด้วยก็ใกล้ที่จะเก็บเกี่ยวแล้วในช่วงหน้านี้ เพราะฉะนั้นทำอย่างไรจะไม่เกิดผลกระทบโดยรวมต่อกัน เพราะฉะนั้นเราคาดว่าจะมีการจัดการระบายข้าวได้อย่างต่อเนื่องต้องใช้เวลาถึง 3 ปี เพราะจำนวนมากพอสมควร

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลก็ได้ดำเนินการเจรจาหาตลาดใหม่ๆ เพิ่ม เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจากับอิหร่านด้วย ก็จะมีการหารือในช่วงเดือนพฤศจิกายน คาดว่าปีนี้ถ้าเป็นไปได้อย่างไม่มีปัญหาอะไรเลย ทุกอย่างเป็นไปตามกติกาตามสัญญาอะไรต่างๆ ทั้งหมดนี้ เราอาจจะสามารถส่งออกข้าวได้ถึงประมาณ 11 ล้านตันอีกครั้ง พร้อมทั้งได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์เร่งตรวจสอบและแก้ไขปัญหาของผู้ส่งออกอีกทางหนึ่ง เพื่อช่วยลดอุปสรรคที่มีมาอย่างต่อเนื่องและเร่งกระบวนการส่งออกข้าวให้เป็นไปได้อย่างราบรื่นมากขึ้น

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า จากปัญหาข้าวค้างสต๊อกจากโครงการจำนำข้าวนี้ อยากให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่า ประเทศไทยนั้นไม่ได้เป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ ลำดับต้นๆ เราเป็นแต่เพียงผู้ส่งออกรายใหญ่ในภูมิภาคแถบนี้ ทั้งโลกก็มีอีก เพราะฉะนั้น ผลผลิตของข้าวของเรานั้น เมื่อเทียบกับผลผลิตทั้งโลกแล้วคิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 4 ของทั้งโลกเท่านั้น ถึงแม้จะส่งมากเป็นอันดับหนึ่งก็ตาม ประเทศไทยไม่สามารถจะไปกำหนดราคาในตลาดโลกได้ จำเป็นต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกของตลาดอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้น มาตรการที่รัฐบาลจะนำเข้ามาใช้ในการแทรกแซงราคานั้น ไม่ใช่มาตรการที่เหมาะสมและจะเป็นปัญหาผิดข้อตกลงทางการค้าและเป็นปัญหาหนี้สาธารณะของประเทศอย่างมากในอนาคตต่อไป อย่างเช่นในอดีตที่ผ่านมา วันนี้ก็ยังมีเพิ่มปริมาณหนี้สาธารณะมากขึ้น จนทำให้เราไม่สามารถใช้งบประมาณไปทำอย่างอื่นได้มากนัก

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเข้าใจดีถึงความเดือดร้อนของพี่น้องชาวนา ซึ่งเวลานี้ก็ใกล้หน้าการเก็บเกี่ยวแล้ว เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็มีนโยบายที่จะไม่เข้าไปแทรกแซงราคา โดยทั้งนี้จะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด เพื่อเป็นการช่วยเหลือให้พี่น้องชาวนาผู้มีรายได้น้อยสามารถปรับตัวได้ จากการปรับเปลี่ยนระบบการจำหน่ายข้าวในครั้งนี้นั้น รัฐบาลเห็นถึงความเดือดร้อนก็มีแนวทางช่วยเหลือทางการเงิน เรียกว่าเป็นมาตรการช่วยเหลือดีกว่า ทางการเงินเพื่อจะแบ่งเบาภาระในหน้าการเก็บเกี่ยวข้าว ให้มีการปรับตัวและเปลี่ยนวิถีการจำหน่ายข้าวให้เข้ากับกลไกของตลาด และก็สามารถพึ่งตนเองได้ในอนาคต

“รัฐบาลได้มีมติผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาผู้มีรายได้น้อย มีที่ทำกินขนาดเล็ก โดยจะจัดสรรเงินจำนวน 1,000 บาทต่อไร่ แต่ไม่เกิน 15,000 บาท เฉพาะชาวนาและก็ที่ประกอบผลผลิตการปลูกข้าวในปี 2558 เฉพาะนาปีเท่านั้น” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ทั้งนี้ ตามที่ฝ่ายเศรษฐกิจเสนอมา นาปรังนั้นคงไม่ได้ เพราะปัญหาเรื่องน้ำมีอยู่และยังได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งให้ความรู้ ความช่วยเหลือในเรื่องเกษตรผสมผสาน เกษตรอินทรี และก็อยากให้พี่น้องชาวนาได้ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รัฐบาลเองก็จะพยายามดูแลในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เพื่อให้สามารถผลิตข้าวที่มีคุณภาพและกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนและก็ปรับทั้งอุปสงค์ อุปทานให้สมดุลกัน เพื่อราคาข้าวจะได้สูงขึ้นในอนาคตด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่เคยไปปิดกั้นอะไรท่านอยู่แล้ว เคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นการบริโภคข้อมูลข่าวสาร ในเรื่องการติดตามข่าว สถานการณ์บ้านเมือง ภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์ ทั้งกระแสประชาธิปไตย แล้วก็ท่านเป็นผู้ที่มีบทบาทในการนำข้อเท็จจริงมาสู่สายตา แล้วก็ให้ประชาชนนั้นมีความเข้าใจก็คือ พวกท่านนั้นเองคือ สื่อมวลชน เพราะฉะนั้น ตนคิดว่า ท่านเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยพัฒนาสังคมด้วย สังคมจะเป็นปกติได้ เพราะฉะนั้นท่านก็ต้องดำรงเกียรติยศ ศักดิ์ศรี ความเป็นกลาง เสนอข่าวข้อเท็จจริง ที่มีการตรวจสอบมาพอสมควร ปราศจาก “ข้อคิดเห็น” เป็นอคติ ถ้าดีก็ว่าดี ไม่ดีท่านก็บอกมา เราก็จะแก้ไข เพราะฉะนั้น หากไปชี้นำก็เกิดความเข้าใจผิดอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นการเสนอลักษณะเสนอด้านเดียว เพราะว่าปัจจุบันเทคโนโลยีทางการสื่อสารกว้างขวาง รวดเร็ว ในเรื่องของโซเชียลมีเดียเช่นกัน ก็มีปัญหามาโดยตลอด วันนี้ก็ไม่ทราบใครบ้างเขียนเข้ามา ทำให้สังคมเกิดความวุ่นวายเกลียดชังกันอยู่ ยังมีอยู่ เราก็ดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้กฎหมายต่างๆ ซึ่งเราไม่อยากทำ ในส่วนของสื่อ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้น สื่อจะต้องสื่อสารข้อมูลหลักๆ เข้ามาในสังคมให้ทราบในส่วนที่ดี ส่วนที่ไม่ดีก็จะแนะนำมาจะให้เราแก้ไขอะไร ส่วนที่ดีอยู่แล้วก็ให้ดีต่อไป ส่วนที่กำลังแก้ไขให้ดี ท่านก็นำเสนอมาว่า ได้ทำแล้ว แต่ทั้งหมดนี้ใครจะรักษาได้ต้องหลายช่วงที่ต้องต่อกันไป เพราะฉะนั้น จะต้องมีสติ ทั้งผู้ทำ สื่อ และผู้เสพ ผู้อ่าน 2 ประการ คือ (1) การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร จากหลากหลายแหล่งที่มา ต่างคนต่างไปนำมา แล้วก็ไม่ตรงกัน เสร็จแล้วก็สร้างความรู้ผิดๆ ไปไม่ได้ (2) เรื่องการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้ที่ให้ข่าวมา ผู้นำเสนอ จะต้องมีความเป็นกลางและตรวจสอบจนมั่นใจแล้ว ก็จึงจะเผยแพร่ข้อมูลต่อไป อาจจะต้องใช้เวลาจำกัด รวดเร็ว ต้องทันกับการเพื่อการพาณิชย์ของท่านด้วย ท่านต้องระมัดระวัง เพื่อเป็นประโยชน์และสร้างความรู้สร้าง ความสงบเรียบร้อยให้กับสังคมต่อไป เพราะว่าบางครั้งข้อมูลที่ท่านได้มาจากไปหาแหล่งข่าวระดับล่างมา หรือในหน่วยนั้น หน่วยนี้มา บางทีเป็นข้อมูลของระดับเด็ก ๆ ระดับผู้ปฏิบัติ บางทีเขาไม่ทราบว่า ภาพใหญ่คืออะไรที่เราทำ ทั้งภาพเป็นภาพที่ต้องต่อเนื่องเชื่อมโยงกันเป็นยุทธศาสตร์ บางทีเด็ก ๆ ไม่เข้าใจ เพราะถ้าไปถามเชิงปฏิบัติเขาก็จะรู้ในส่วนของเขาเอง นี้เป็นระบบการทำงานอยู่แล้ว ขอให้ตรวจสอบผู้บังคับบัญชา

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ตนไม่เคยปิด ทุกกระทรวง ทบวง กรม ก็ไม่ปิด เพราะเราไม่มีการหวังผลประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นทำไมต้องปิด เรื่องอะไร อยากรู้อะไรให้ถามมา เราก็จะมีเจ้าหน้าที่ มีคนชี้แจงที่รู้ดีพูดไป ผมเองก็จะพูดในรายละเอียดให้น้อยลง เพราะว่าในส่วนของการปฏิบัติ การขับเคลื่อนนั้น เป็นเรื่องของกระทรวง ทบวง กรม รัฐมนตรีต่าง ๆ ปลัดกระทรวง อะไรเขาทำกันต่อเนื่องกันไปหมด เพราะฉะนั้นต้องเป็นทอด ๆ ออกไป ถามให้ถูกจุดด้วย เพราะฉะนั้น ในเรื่องของการเสริมการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐนั้น ต้องขอความร่วมมือองค์กรภาคประชาสังคม NGO สิทธิมนุษยชน ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศด้วย ว่าเรื่องอะไรต่าง ๆ ก็ตาม ที่มีคนร้องเรียนเข้าไปแล้วนั้น ขอให้พิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริง การดำเนินงานของรัฐก่อน และเราก็พร้อมจะอธิบาย พร้อมจะแก้ไขต่าง ๆ ทั้งหมด เพราะเรารู้หน้าที่ของเราดี เราจะไม่ทำอะไรให้เสียหายอยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นอยู่แล้ว หลีกเลี่ยงอยู่แล้ว คราวนี้พอไม่ทำ พอปล่อยปละละเลยไปบ้าง อะไรไปบ้าง ก็แรงขึ้น ๆ แล้วเราก็ทำงานไม่ได้ ต้องเห็นใจเรา

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า เพราะฉะนั้นขอให้มีการติดตาม ตรวจสอบ แล้วก็ดูแลเจ้าหน้าที่รัฐบ้าง ให้กำลังใจเขาบ้าง มีมุมมองแนวคิดที่มองในผลประโยชน์ในภาพรวม วัตถุประสงค์ที่เราต้องการ ประเทศชาติเราต้องการอะไร เพราะฉะนั้นท่านเสนอให้ครอบคลุมประเด็นในทุกมิติ การรับเรื่อง ร้องเรียนต่าง ๆ ก็ต้องฟังเหตุ ฟังผลว่า จริงไม่จริง ใช่ไม่ใช่ พอสรุปมาก่อน แล้วก็เป็นปัญหาทุกที ก็มีคนรับได้รับไม่ได้ขึ้นมาอีก ในสังคมไทยนั้น ถือว่าเป็นโชคดี เราไม่ใช่คนที่ไม่รู้อะไรเลย ในสังคมไทยปัจจุบันมีผู้รู้เป็นจำนวนมาก ในทุกภาคส่วน ถ้าหากพวกเราดึงคนเหล่านี้ขึ้นเป็นพลังแฝงทั้งหมด ทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ทุกพวกมาใช้ จะเกิดประโยชน์มหาศาลให้กับประเทศชาติ เพราะฉะนั้นเราจะต้องรวมกันให้ได้ สื่อมวลชนทุกช่องทาง ถือเป็นช่องทางการติดต่อสื่อสารกับภาครัฐที่ดีที่สุด ที่จะนำการรับรู้ไปสู่ประชาชนให้ได้ ที่เราเปิดช่องทางไว้แล้ว อันแรกคือ สายด่วนรัฐบาล Hot Line : 1111 หรือ www. 1111 และช่องทางที่ 2 คือ ศูนย์ดํารงธรรม Hot Line : 1567 “Smile Line” โครงการพัฒนาคุณภาพการให้บริการ เพื่อสร้างรอยยิ้มให้กับประชาชน ทุกคนคงอยากได้รอยยิ้มกันทั้งนั้น ไม่ใช่มาเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่กัน โมโหกัน โกรธกันอยู่ตลอดเวลา วันนี้ต้องสร้างรอยยิ้มให้กัน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้