วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รวบสองพี่น้องแสบ วิ่งราว นศ.สาว ก่อเหตุนับไม่ถ้วน

รวบสองพี่น้องแสบ วิ่งราว นศ.สาว ก่อเหตุนับไม่ถ้วน

  • Share:

ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ ตามตะครุบสองพี่น้องแสบ ควบ จยย.ตระเวนก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์นักศึกษาสาว ย่านถนนประชาอุทิศ สารภาพเลือกเหยื่อที่เป็นนักศึกษาหญิง เนื่องจากไม่มีทางสู้ อ้างหาเงินเลี้ยงครอบครัว ก่อเหตุมาแล้วเกือบ 10 คดี...

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 3 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สน.ราษฎร์บูรณะ พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รรท.ผบก.น.8 พ.ต.อ.เจษฎา สวยสม ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ พ.ต.ท.ณัฐจักร จันลา รอง ผกก.สส.สน.ราษฎร์บูรณะ และ พ.ต.ท.ทรงวุฒิ เชื้อพลากิจ สว.สส.สน.ราษฎร์บูรณะ ร่วมกันแถลงการจับกุม นายพิชัย หรือกอล์ฟ พรหมทอง อายุ 31 ปี และ นายพิชิต หรือไก่ พรหมทอง อายุ 29 ปี สองพี่น้องซึ่งร่วมกันวิ่งราวทรัพย์สาวนักศึกษาย่านถนนประชาอุทิศ พร้อมของกลาง รถ จยย.ฮอนด้า รุ่นซูเมอร์เอ็กซ์ สีเหลืองดำ ทะเบียน 2กว-3002 กรุงเทพมหานคร รถ จยย.ยามาฮ่า รุ่นมีโอ สีน้ำเงินดำ ทะเบียน 2กต-2069 กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง ไอแพดมินิ 1 เครื่อง กระเป๋าสะพายแบบผู้หญิง 1 ใบ และเอกสารสำคัญของผู้เสียหายอีกหลายรายการ โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านพักในซอยประชาอุทิศ 22 แยก 3 แขวงและเขตราษฎร์บูรณะ กทม.

พ.ต.อ.ฤชากร กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากในห้วงเวลาตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันมีผู้เสียหายหญิง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ ว่า ถูกคนร้ายชาย 2 คน สลับใช้ รถ จยย.สีเหลืองดำ และ รถ จยย.สีน้ำเงินดำ ก่อเหตุวิ่งราวกระเป๋าสะพายแล้วหลบหนีไปจำนวนหลายคดี โดยคนร้ายชาย 2 คนนี้มักจะเลือกก่อเหตุในช่วงหัวค่ำจนถึงกลางดึก จากนั้นฝ่ายสืบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ จึงออกหาข่าวตามร้านขายของเก่า ร้านรับซื้อโทรศัพท์มือถือ ตลอดจนโรงรับจำนำในละแวกใกล้เคียง จนพบว่า นายพิชัย และ นายพิชิต ผู้ต้องหาซึ่งเป็นพี่น้องกัน มักนำทรัพย์สินที่ได้จากการวิ่งราวทรัพย์ไปขายกระทั่งนำกำลังติดตามไปจับกุมตัวได้ที่บ้านพัก เบื้องต้นต้องขอขอบคุณบรรดาเจ้าของร้านรับซื้อของเก่า และร้านรับซื้อโทรศัพท์มือถือด้วยที่ช่วยกันเก็บหลักฐาน โดยการนำข้อมูลบัตรประชาชนของผู้นำทรัพย์สินไปขายเอาไว้ในบัญชีของทางร้าน จนสามารถติดตามรวบตัวผู้ก่อเหตุได้เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา

จากการสอบสวน นายพิชัย ให้การรับสารภาพว่า ตนเคยถูกตำรวจ สน.ทุ่งครุ จับกุมข้อหาค้ายาบ้ามาแล้วครั้งหนึ่ง ติดคุกพ้นโทษออกมาเมื่อปี พ.ศ.2551 ปัจจุบันเป็นพนักงานโรงงานทำสเตนเลส ย่านประชาอุทิศ ส่วน นายพิชิต น้องชายไม่ได้ทำงานอะไร เคยถูกตำรวจ สน.ทุ่งครุ จับกุมข้อหาเสพยาบ้า โดยตนทั้ง 2 คน ล้วนมีลูกเมียต้องดูแล ทำให้รายได้ไม่พอใช้ จึงชักชวนกันออกก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์เหยื่อนักศึกษาสาวที่เดินอยู่ตามข้างทางยามค่ำคืน หรือพวกที่นั่งรับประทานอาหารตามร้านริมถนนแล้ววางกระเป๋าเอาไว้ล่อตา โดยตนทำหน้าที่ขับขี่รถให้ นายพิชิต ลงมือวิ่งราวทรัพย์ ร่วมกันก่อเหตุมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม จนถึงปัจจุบันประมาณเกือบ 10 คดี เมื่อได้ทรัพย์สินมาแล้ว อาทิ โทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องประดับก็จะนำไปขายตามร้านในพื้นที่ใกล้เคียงและพื้นที่ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ก่อนเอาเงินมาแบ่งกันใช้จ่าย สำหรับสาเหตุที่เลือกลงมือกับนักศึกษาสาวนั้น เพราะเห็นว่าเป็นผู้หญิง ไม่มีทางสู้ และที่ผ่านมาก็ไม่เคยทำร้ายเหยื่อแต่อย่างใด

ขณะที่ น.ส.นฤมล ม่วงไหมทอง อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าว่า ราวทุ่มครึ่งวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา ตนกำลังเดินกลับเข้าหอพักภายในซอยประชาอุทิศ 53 กับเพื่อนอีก 2-3 คน โดยตนเดินอยู่ริมถนนด้านนอกสุด สักพักคนร้ายก็ขับรถมาประกบในลักษณะเฉียดให้ตนตกใจก่อนอาศัยช่วงที่สติเตลิดเปิดเปิง วิ่งราวเอากระเป๋าสะพายภายในบรรจุไอแพดมินิ 1 เครื่อง และโทรศัพท์มือถืออีก 1 เครื่องไปอย่างรวดเร็ว

ด้าน น.ส.มิรันตี กลั่นน้ำทิพย์ อายุ 18 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ผู้เสียหายอีกราย เล่าว่า เมื่อช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา ตนกับเพื่อนเพิ่งกลับจากธุระจากย่านมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต จึงแวะนั่งกินโจ๊กริมถนนย่านบางปะกอกก่อนเข้าบ้าน โดยระหว่างที่ตนเดินไปซื้อของในร้าน 7-11 และให้เพื่อนผู้หญิง 1 คน นั่งเฝ้ากระเป๋าอยู่ที่โต๊ะเพียงลำพังนั้น จู่ๆ คนร้ายทั้ง 2 ราย ก็พากันขับขี่ รถ จยย.มาฉวยโอกาสวิ่งราวกระเป๋าสะพายของตนไป ซึ่งในกระเป๋ามีโทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง เงินสด 800 บาท และบัตรสำคัญจำนวนหนึ่ง โชคดีที่หลังแจ้งความแล้ว ตำรวจช่วยตามจับกุมได้ทันทำให้ได้ทรัพย์สินกลับคืนมาเกือบทั้งหมด

ทางด้าน พ.ต.ท.ทรงวุฒิ กล่าวว่า วันนี้สามารถติดตามตัวผู้เสียหายนักศึกษาสาวมาชี้ตัวผู้ต้องหาได้ จำนวน 3 ราย ทุกคนยืนยันว่า จดจำยานพาหนะที่คนร้ายใช้ได้อย่างชัดเจน จึงแจ้งข้อหาแก่พี่น้องทั้ง 2 รายว่า “ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุมหรือรับของโจร” ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย สำหรับผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่สงสัยว่าจะถูกผู้ต้องหาคู่นี้ลงมือก่อเหตุ ขอให้เดินทางมาดูตัวและยานพาหนะได้ที่ สน.ราษฎร์บูรณะ เพื่ออายัดตัวแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกันต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้