วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สัปดาห์หน้า ‘ฮั่วเซ่งเฮง’ แนะติดตามเปิดรายงานประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ

สัปดาห์หน้า ‘ฮั่วเซ่งเฮง’ แนะติดตามเปิดรายงานประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ

  • Share:

สัปดาห์นี้ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบ ระหว่าง 1,204-1,223 ดอลลาร์ ต่อออนซ์ เงินดอลลาร์ที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่องในช่วงต้นสัปดาห์เป็นปัจจัยหลักที่กดดันต่อราคาทองคำ...

จากการคาดการณ์แนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรปจะผ่อนคลายมากขึ้น โดยดัชนีค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี และเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับยูโรแข็งค่าสูงสุดในรอบ 2 ปี อย่างไรก็ดี ในช่วงกลางสัปดาห์ การเปิดเผยตัวเลขภาคการผลิตของสหรัฐฯ ที่อ่อนแอ ทั้งดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต และดัชนี ISM ภาคการผลิตเดือนกันยายน ทำให้เงินดอลลาร์เริ่มอ่อนค่าลง และช่วยหนุนราคาทองคำได้บ้าง

สำหรับการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันพฤหัสฯ ตัดสินใจตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.05% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ประธานธนาคารกลางยุโรปเปิดเผย ธนาคารกลางยุโรปจะเข้าซื้อตราสารหนี้ที่ค้ำประกันด้วยสินเชื่อคุณภาพ (covered bonds) ในช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้ และจะซื้อตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (ABS- Asset-backed securities) ก่อนสิ้นปีนี้ ธนาคารกลางยุโรปจะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมถ้าหากมีความจำเป็น

สัปดาห์หน้าไม่ค่อยมีประเด็นที่กระทบต่อราคาทองคำ ทำให้คาดราคาทองคำจะแกว่งตัวในกรอบแคบในช่วงต้นสัปดาห์ แต่ยังต้องระวังแรงเทขายจากการเปิดเผยรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 16-17 กันยายน ทั้งนี้ ถ้าเจ้าหน้าที่เฟดบางรายมีมุมมองต่อภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ดี อาจทำให้ตลาดกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าตลาด และอาจจะกดดันต่อราคาทองคำ อย่างไรก็ดี ในกรณีที่รายงานการประชุมไม่ได้ส่งสัญญาณเกี่ยวกับช่วงเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยน่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำบ้าง ทั้งนี้ การเปิดเผยรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ มีความเห็นว่าตลาดการจ้างงานฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเกินคาด และมีผลให้ราคาทองคำปรับฐานลง

สำหรับการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นในสัปดาห์หน้านั้น ไม่ค่อยมีผลต่อราคาทองคำ โดยคาดการณ์ว่ายังคงดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายต่อไปและเพิ่มปริมาณเงินเข้าสู่ระบบ 60-70 ล้านล้านเยนต่อปี ราคาทองคำมีแนวรับอยู่ที่ 1,200 และ 1,180 ดอลลาร์ ต่อออนซ์ ตามลำดับ ขณะที่มีแนวต้านที่ 1,230 และ 1,240 ดอลลาร์ ต่อออนซ์ ตามลำดับ.