วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไทยพ่ายคู่แข่ง พณ.แนะกลยุทธ์ส่งออก สนองความต้องการโลก

ไทยพ่ายคู่แข่ง พณ.แนะกลยุทธ์ส่งออก สนองความต้องการโลก

  • Share:

พาณิชย์ เผย 10 ปีที่ผ่านมา ไทยเสียความสามารถด้านการส่งออก ทั้งเชิงตลาด และสินค้า โดยเสียส่วนแบ่งตลาดในตลาดหลัก ทั้งสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ยุโรป เสียศักยภาพแข่งขันสินค้าสำคัญที่โลกต้องการ แนะปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องความต้องการโลก...

นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนย.) เปิดเผยว่า จากการที่ สนย.ได้ศึกษาถึงโครงการสร้างส่งออกสินค้า และศักยภาพการส่งออกของไทย พบว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออก โดยในเชิงตลาด ไทยกำลังเสียส่วนแบ่งการตลาด โดยเฉพาะในตลาดส่งออกหลัก ทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น และจีน ในขณะที่ตลาดใหม่ ที่มีการเติบโตสูง เช่น บราซิล รัสเซีย อินเดีย ตุรกี และเม็กซิโก ไทยกลับส่งออกไปน้อย ส่วนในเชิงสินค้า ไทยมีความสามารถในการแข่งขันลดลงในสินค้าที่โลกมีความต้องการสูง เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักร ขณะที่สินค้าเกษตรส่งออกหลักของไทย กลับเป็นสินค้าที่ตลาดโลกมีความต้องการน้อย และมีราคาตกต่ำ เช่น ยางพารา และน้ำตาลทราย นอกจากนี้ สินค้าที่ความต้องการในตลาดโลกขยายตัวสูง เช่น เหล็กและเหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ทางเภสัชกรรม กลับไม่ใช่เป็นสินค้าส่งออกหลักของไทย

“ดังนั้น ไทยจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ในการส่งเสริมการส่งออก เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป การส่งออกแบบดั้งเดิมในลักษณะเชิงการแข่งขันด้วยราคา การรับจ้างผลิต หรือการส่งออกสินค้าที่ไม่ตอบสนองกับความต้องการของโลก อาจจะไม่เหมาะสมอีกต่อไป แต่กลยุทธ์ที่เหมาะสมจะต้องตอบสนองต่อความต้องการในตลาดโลกมากขึ้น”

ทั้งนี้ ไทยต้องเร่งส่งเสริมการส่งออกไปยังตลาดและภูมิภาคใหม่ๆ ที่มีอำนาจซื้อเพิ่มสูงขึ้นและมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ เช่น กลุ่ม BRICS (บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้) และตลาดใหม่อื่นๆ เช่น อาเซียน ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ตุรกี เม็กซิโก อียิปต์ บังกลาเทศ และปากีสถาน ขณะเดียวกัน ไทยต้องรักษาส่วนแบ่งการตลาดในตลาดดั้งเดิมไว้ โดยกำหนดกลยุทธ์การส่งออกให้เหมาะสมกับตลาด เช่น เน้นการสร้างความซื่อสัตย์ในสินค้าและบริการไทย การบุกเบิกขยายตลาดและวางรากฐานการค้าต้องกระทำควบคู่ไปกับการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) รวมทั้งต้องส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเอฟทีเอ และพัฒนาการค้าชายแดน

นอกจากนี้ ไทยยังต้องปรับสินค้าส่งออกของประเทศ โดยศึกษาความต้องการของตลาด โดยมุ่งเน้นสินค้าที่โลกมีความต้องการและเติบโตสูง และสินค้าที่เป็นที่ต้องการในตลาดเฉพาะ (นิช มาร์เก็ต) ขณะเดียวกัน ต้องเร่งส่งเสริมและปรับปรุงประสิทธิภาพในการผลิตตลอดห่วงโซ่คุณค่าในสินค้าที่ไทยกำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักร และส่งเสริมการแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่มในสินค้าที่ไทยมีความสามารถในการแข่งขันสูง แต่มีความต้องการในตลาดโลกน้อยและมีราคาตกต่ำ เช่น สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป โดยมุ่งเน้นการแข่งขันด้วยคุณภาพแทนการแข่งขันด้วยราคา พร้อมทั้งพัฒนาและส่งเสริมช่องทางการค้าใหม่ๆ โดยการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มการเข้าถึงตลาดและลดต้นทุนการขาย เช่น การใช้ดิจิตอล มาร์เก็ต และการค้าขายผ่านระบบออนไลน์ รวมทั้งเพิ่มการอำนวยความสะดวกในการค้าด้วย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้