วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หลักฐานมัดแน่นคดีเกาะเต่า คุม 2 ผู้ต้องหาทำแผนแล้ว

หลักฐานมัดแน่นคดีเกาะเต่า คุม 2 ผู้ต้องหาทำแผนแล้ว

  • Share:

ผบ.ตร.นำตัวนายเวพิว หรือ วิน ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปเกาะเต่าทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลักฐานแน่นพบโทรศัพท์มือถือ น.ส.ฮานนาห์ ที่บ้านพักผู้ต้องหาบนเกาะเต่า ใช้เป็นหลักฐานมัดตัว 

วันที่ 3 ต.ค.เมื่อเวลา 08.30 น. พ.ต.ต.วิทยา พิทักษ์ รอง สวป.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว นายเวพิว หรือ วิน อายุ 22 ปี แรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาร์ ผู้ต้องหาร่วมก่อเหตุข่มขืนฆ่า น.ส.ฮานนาห์ และฆ่านายเดวิด ออกจากห้องควบคุม สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ในสภาพใช้ผ้าคลุมศีรษะปิดบังใบหน้า และใช้กำลังตำรวจล้อมตัวขึ้นรถยนต์สายตรวจนำตัวไป ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี อ.พุนพิน หลังจากตำรวจพบอยู่ในกลุ่มผู้ต้องสงสัยมีพิรุธออกเดินทางจากเกาะเต่า เมื่อคืนวันที่ 1 ต.ค.57 ถูกตำรวจควบคุมตัวได้เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 2 ต.ค.57 ที่ท่าเทียบเรือนอนเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี นำไปสอบปากคำจนให้การรับสารภาพ

หลังจากนั้นเวลา 09.15 น. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.เดชา บุตรน้ำเพชร ผบช.ภาค 8 พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช ผบก.สส.ภาค 8 และ พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เดินทางมายังท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี และได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปพร้อมนายเวพิว หรือ วิน เดินทางไปยัง ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน เพื่อนำ นายเวพิว หรือ วิน เดินทางไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพและแถลงข่าว

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวก่อนขึ้นเฮลิคอปเตอร์ว่า เมื่อคืนใกล้เที่ยงคืน ได้รับรายงานจากกองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า ผลการตรวจดีเอ็นเอของชาวเมียนมาร์ 2 รายตรงกันกับดีเอ็นเอ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บได้จากที่เกิดเหตุ ซึ่งไม่ได้รายงานผลอย่างเป็นทางการให้สถานทูตอังกฤษทราบ แต่คาดว่า ท่านทูตคงได้รับทราบจากสื่อแล้ว

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า คดีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งกำชับให้ได้ตัวผู้ต้องหาโดยเร็ว จึงมอบให้ตำรวจท้องที่ ตำรวจนครบาล และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ ร่วมกับการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนเกาะ ซึ่งต้องใช้เวลาโดยไม่มีการหยุดทำด้วยความรอบคอบไม่เน้นความไวในการทำคดีเน้นรายละเอียดถูกต้องประกอบการดูกล้องวงจรปิดจนทราบตัวผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 2 คน มีส่วนในการกระทำผิดและเก็บดีเอ็นเอไปตรวจสอบที่กรุงเทพฯ ที่กระบวนการต้องใช้เวลา 24 ชั่วโมง

“จนผลดีเอ็นเอ ที่ปรากฏในตัวผู้ตาย (น.ส.ฮานนาห์) ตรงกับ 2 คน คือ เวพิว หรือ วิน และนายซอวิน หรือ โซเชน ส่วนนายเมาไม่มีดีเอ็นเอในตัวผู้ตาย ซึ่งสอบนายเมาไม่มีส่วนร่วมกระทำผิด (ข่มขืน) ซึ่งดีเอ็นเอเป็น 1 ในพยานหลักฐานจับคนร้าย และเมื่อคืนตำรวจบนเกาะเต่า ได้ค้นบ้านพักนายวิน ได้พบโทรศัพท์มือถือผู้ตายถูกทิ้งไว้ใกล้เคียง ที่จะเป็นหลักฐานใช้มัดตัวผู้ต้องหาให้ได้หลังจากทราบว่า โทรศัพท์มือถือของผู้ตายหายไป” พล.ต.อ.สมยศ กล่าว

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวและว่า กล้องวงจรปิดบนเกาะเต่ามี 366 ตัว ใช้เวลาตรวจสอบตัวละ 6-10 ชั่วโมง และต้องใช้ผู้ชำนาญในการตรวจสอบจึงต้องใช้เวลามาก ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 3 คน ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลจะอนุมัติ ซึ่งจากนั้นจะนำไปชี้ที่เกิดเหตุและหาหลักฐานที่นำไปทิ้งหรือนำไปเก็บไว้

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายเวพิว หรือ วิน ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุใช้จอบทุบตีนายเดวิดเสียชีวิตและร่วมกับนายซอ ข่มขืน น.ส.ฮานนาห์ แล้วใช้จอบทุบตีจนเสียชีวิต ซึ่งนายวิน เป็นลูกจ้างร้านอาหารแห่งหนึ่งบนเกาะเต่า ส่วนนายซอวิน หรือ โซเชน และนายเมา ทำงานอยู่ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งของผู้นำท้องถิ่น บนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน

ล่าสุด เมื่อช่วงก่อนเที่ยงที่ผ่านมา มีรายงานเพิ่มเติมว่า พล.ต.อ.สมยศ พร้อมคณะนำตัว 2 ผู้ต้องหาไปทำแผนตามจุดต่างๆ ท่ามกลางการดูแลเข้มงวดเนื่องจากเกรงว่าจะถูกรุมประชาทัณฑ์ โดยมีประชาชนติดตามดูการทำแผนจำนวนมาก

วันเดียวกัน พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.พิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ผลตรวจดีเอ็นเอ 3 ชาวพม่าผู้ต้องสงสัยพบว่า ดีเอ็นเอของ 2 ราย ตรงกับดีเอ็นเอคราบอสุจิในศพนักท่องเที่ยวหญิง ส่วนอีก 1 ราย ดีเอ็นเอตรงกับมวนบุหรี่ในที่เกิดเหตุ

ขณะที่ นายไชยันต์ ธุระสกุล นายกเทศมนตรีเทศบาล ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน กล่าวว่า ชาวเกาะเต่ารู้สึกโล่งใจที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายได้ มีความมั่นใจและเชื่อใจว่าเป็นคนร้ายตัวจริงไม่ใช่แพะแน่นอน โดยแรงงานต่างด้าวจะต้องช่วยกันควบคุมดูแลไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก และหลังจากนี้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวบนเกาะเต่าจะได้ช่วยกันจัดกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวให้กลับมา

ทางด้าน นางวรรณี ไทยพาณิชย์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน กล่าวว่า การจับกุมคนร้ายทำให้คดีคลี่คลายปรากฎออกมาไม่ใช่คนไทยเป็นผู้ก่อเหตุทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยดีขึ้นมาก เนื่องจากลักษณะการก่อเหตุดังกล่าวไม่ใช่ปกติวิสัยของคนไทยและผู้ประกอบการในพื้นที่ไม่มีใครทำลายบ้านและรายได้ของตัวเอง เชื่อมั่นว่าจะเป็นผลกระทบเพียงระยะสั้นเท่านั้นและนักท่องเที่ยวจะกลับเข้ามาพักผ่อนท่องเที่ยวตามเดิม

“ เหตุการณ์ครั้งนี้จะได้ถือเป็นวิกฤตที่ผู้ประกอบการและภาครัฐจะได้มีการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวให้ถูกต้องเสียที รวมทั้งจะได้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยแสงสว่างและกล้องวงจรปิด และร่วมกันจัดกิจกรรมสร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างประเทศ เพราะปีนี้เกาะเต่าเพิ่งได้รับเลือกเป็นเกาะท่องเที่ยวดำน้ำสวยที่สุดของเอเชียที่ควรจะต้องรักษาไว้ ” นางวรรณี กล่าว

นอกจากนี้ นายพิฑูร ดำสาคร จัดหางานจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ในราวกลางเดือน ต.ค.นี้จะนำเจ้าหน้าที่พร้อมรถเคลื่อนที่ไปออกหน่วยรับจดขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวทั้งหมดในพื้นที่ อ.เกาะพะงัน ที่ว่าการอำเภอเกาะพะงัน ให้ผู้ประกอบการนำแรงงานมาเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง ซึ่งขณะนี้ มีแรงงานที่ผิดกฎหมาย ประมาณ 3,000 ราย จาก 7,000 กว่าราย

รวมภาพทำแผนฆ่า 2 นักท่องเที่ยวอังกฤษ​ ตร.ยันไม่ใช่ 'แพะ' ทั้งหมด 6 ภาพ

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.เดชา บุตรน้ำเพชร ผบช.ภาค 8 พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช ผบก.สส.ภาค 8 และ พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ควบคุมตัว 2 แรงงานเมียนมาร์ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวอังกฤษ ที่ เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้