วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อย่าให้ซ้ำรอย “นักการเมือง”

อย่าให้ซ้ำรอย “นักการเมือง”

โดย สายล่อฟ้า
4 ต.ค. 2557 05:01 น.
  • Share:

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใน 3 เดือนสุดท้ายของปี 2557 ด้วยวงเงิน 3.24 แสนล้านบาท ถือเป็นเงินก้อนใหญ่พอสมควร หากสามารถดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายได้ก็จะทำให้เศรษฐกิจผงกหัวขึ้นมาได้

แม้จะมีการคาดการณ์กันว่าเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2557 จีดีพี จะโตเพียงแค่ 1.2% แต่ปีหน้า 2558 จะเติบโตถึง 4%

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ รัฐบาล “ประยุทธ์ 1” คงจะเบาใจได้

มาตรการกระตุ้นนั้นได้วางแผนเอาไว้ 2 โครงสร้างใหญ่ๆ

1. การสร้างงานวงเงิน 324,465 ล้านบาท เงินกันเบิกจ่ายเหลื่อมปี (ปี 48-56) วงเงิน 24,895 ล้านบาท โดยจะเร่งรัดลงนามสัญญาในเดือน ธ.ค.57

เร่งทำสัญญาจ้างลงทุนปี 57 วงเงิน 147,050 บาท ต้องเบิกจ่ายให้หมดในเดือน ธ.ค. 57

เร่งทำสัญญาจ้างลงทุนปี 58 วงเงิน 129,522 ล้านบาท

ในส่วนนี้เป็นงบลงทุนเชื่อมต่อระหว่างปี 57-58 และจะต้องเร่งรัดให้บีโอไออนุมัติการลงทุน 380 ราย ในวงเงิน 429,208 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน งบกลางเหลื่อมปี (55-57) จากงบไทยเข้มแข็ง 23,000 ล้านบาท ของรัฐบาลที่เหลือมา แต่ยังใช้ไม่หมด ก็จะนำเงินออกไปดำเนินการโครงการต่างๆ

เช่น ซ่อมอาคารเรียนอาชีวะ 2,526 ล้านบาท ซ่อมอาคารมหาวิทยาลัยรัฐ 1,827 ล้านบาท จ้างขุดลอกคลองด้วยแรงงานคน 2,442 ล้านบาท สร้างบ้านพักกระทรวงกลาโหม 736 ล้านบาท สร้างบ้านพักแพทย์ 2,724 ล้านบาท และบูรณะถนนสายหลัก 3,898 ล้านบาท

2. เพิ่มรายได้ให้ชาวนา 40,000 ล้านบาท กำหนดหลักเกณฑ์เอาไว้ดังนี้ มีที่ดินเกิน 15 ไร่ จะเหมารวม 15,000 บาท/ครอบครัว 1.6 ล้านครอบครัว

มีที่ดินไม่เกิน 15 ไร่ จะให้ไร่ละ 1,000 บาทต่อไร่ จำนวน 1.8 ล้านครอบครัว

หลังรัฐบาลประกาศมาตรการต่างๆออกมาก็มีมุมมองที่ต่างกัน แต่ส่วนใหญ่เห็นจะพอใจ เพราะเชื่อว่าจะทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ และถึงมือระดับล่างโดยตรง และเห็นว่าเป็นความจำเป็นที่จะต้อง ทำอย่างนี้จะได้ผลทันเวลาพอดิบพอดี

แต่ก็มีการมองต่างมุมว่า น่าจะมีวิธีการที่ดีกว่านี้ เพราะแม้ว่าจะนำเงินจ่ายให้ชาวนาโดยตรง แต่เกรงว่าเม็ดเงินอาจไม่ถึงมือชาวนาอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เพราะเชื่อว่าจะมีนายทุนที่พยายามซิกแซ็กเพื่อจะได้เงินก้อนนี้ด้วย

รวมถึงเกรงว่าหากไม่มีมาตรการดูแลที่ดี ไม่มีการตรวจสอบอย่างถูกต้อง เกรงว่าจะเกิดการมั่วขึ้นได้

เพราะเรื่องอย่างนี้ “นักการเมือง” นั้นเชี่ยวชาญและหากินกันมามากแล้ว

ก็ต้องบอกกันตั้งแต่เนิ่นๆว่า จะต้องควบคุมกันให้ดีด้วย

แต่เมื่อเม็ดเงินกระจายออกไปได้ก็จะทำให้เกิดการหมุนเวียนได้หลายรอบ ซึ่งจะทำให้เกิดการกระตุ้นที่เร็วที่สุด

อีกอย่างแน่นอนว่าเป็นความจำเป็นที่รัฐบาลต้องลงมือทำทันที ทำให้เวลาในการคิดหรือตัดสินใจจึงมีไม่มากนัก ดังนั้น หลายโครงการอาจจะไม่รอบคอบหรือที่จำเป็นเร่งด่วนไม่ได้ทำ แต่ยังไม่ควรก็ไปทำ

เหมือนแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปก่อน หรือเป็นความต้องการของผู้มีอำนาจ

อย่างไรก็ดี มีประเด็นหนึ่งที่เป็นความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจไม่น้อย หลังจากที่รัฐบาลได้แก้ไขการใช้จ่ายงบประมาณให้สามารถลงนามได้ทันทีในวงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาท เพื่อความรวดเร็ว

ปรากฏมีข่าวว่า มีการติดต่อวิ่งเต้นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เสนอโครงการที่งบไม่เกิน 100 ล้านบาท เพื่อจะได้อนุมัติให้ดำเนินการและหึ่งๆกันมากเสียด้วย

ใครคิด ใครทำ ลองไปตรวจสอบกันให้ดีเถอะ.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้