วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โดย
4 ต.ค. 2557 05:01 น.
"โช-อึ้น-อ่ะ-ชิม-อิม-นี-ดะ" เกาหลี…มีดีกว่าที่คิด (2)

"โช-อึ้น-อ่ะ-ชิม-อิม-นี-ดะ" เกาหลี…มีดีกว่าที่คิด (2)

โดย
4 ต.ค. 2557 05:01 น.
  • Share:

ป้อมฮวาซอง

ถ้าจะถามว่า ไปดูอะไรที่เกาหลี...นอกจากตามรอยละครซีรีส์ที่ชื่นชอบแล้ว คำตอบอื่นๆ ก็น่าจะมีอยู่บ้าง เช่น ไปดูธรรมชาติความสวยงามตามฤดูกาลต่างๆ ทั้งใบไม้เปลี่ยนสี หิมะตก โดยเฉพาะหิมะนี่ชัดเจนมากว่าบ้านเราไม่มีให้ดูแน่นอน หรืออีกอย่างก็คือไป “กิน” เพราะอาหารเกาหลีบางอย่าง รสชาติอร่อยถูกปากคนไทยไม่น้อย โดยเฉพาะเมนูปิ้งย่างต่างๆ

วันที่สองในแดนกิมจิ วันนี้เรามีโปรแกรมไปเยือนหมู่บ้านฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเกาหลีในเมืองชุนชอน จังหวัดคังวอน ที่ชื่อว่า “ลา เปอตีต์ ฟรานซ์” หรือ La Petite France Village ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่ง

มุมสวยใน Le Petite France Village

อาคารรูปทรงตะวันตกหลากสี แนวโรแมนติกผสมกับกลิ่นอายฝรั่งเศส สร้างลดหลั่นกันตามไหล่เขา บ้านแต่ละหลังตกแต่งด้วยสีสัน บางหลังดัดแปลงเป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านขายของที่ระลึก เหมือน พาเลโอ, มิโมซ่า, ซานโตรินี่ ฯลฯ บ้านเรานั่นละ ไกด์บอกว่า ที่นี่ได้รับแรงบันดาลใจในการก่อสร้างมาจากนวนิยายฝรั่งเศสที่ชื่อว่า “Le Petit Prince” หรือ “The little Prince” ที่บ้านเรานำมาแปลเป็นภาษาไทยว่า “เจ้าชายน้อย”

เสน่ห์อย่างหนึ่งของ “ลา เปอตีต์ ฟรานซ์” คือ สถานที่ตั้งที่ถูกล้อมไว้ด้วย ภูเขาโฮมีซัน (Homyeongsan) และ ทะเลสาบซอนเพียงโฮ (Cheongpyeongho) ช่วยเพิ่มบรรยากาศโรแมนติก ระหว่างที่เดินในหมู่บ้านมีเพลงคลาสสิกเปิดให้ฟัง ถ้าเป็นหน้าหนาวมีหวังได้นึกว่าตัวเองเป็นนางเอกซีรีส์เกาหลีสักเรื่องแน่ๆ

ด้านในของหมู่บ้าน มีมุมที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูป คือ ส่วนที่เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำซีรีส์เรื่อง Beethoven Virus มีการจัดโซฟา เปียโน และพรมแบบฝรั่งเศส อุปกรณ์น่ารักๆ เช่น หมวกสไตล์ฝรั่งเศส กระเป๋าสะพาย ร่มน่ารักๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ใช้เป็นพร็อพสำหรับถ่ายรูปด้วย สำหรับคนชอบถ่ายรูป ชอบโพสต์รูป น่าจะมีความสุขกับการมาเที่ยวที่นี่

“ทักคาลบี” อาหารเลื่องชื่อของเมืองชุนชอน

ออกจากหมู่บ้านเจ้าชายน้อยแห่งฝรั่งเศส เรามีนัดกับเมนูอาหารเกาหลีขึ้นชื่อที่ชื่อว่า “ทักคาลบี” หรือ ไก่ผัดบาร์บีคิวซอสเกาหลี เป็นเมนูอาหารเลื่องชื่อของเมืองชุนชอน เป็นเมนูที่นำไก่ซึ่งหมักด้วยซอสบาร์บีคิวสไตล์เกาหลี แป้งต๊อก หรือ ข้าวเหนียวปั้นเกาหลี มันหวาน ผักต่างๆ มาผัดกับซอสพริกเกาหลีในกระทะแบน เวลากินให้เอาไก่และเครื่องเคียงทั้งหลายที่ผัดในกระทะห่อกับผักกาดแก้ว พอใกล้ๆจะอิ่มให้เอาข้าวสวยและสาหร่ายแห้งผัดรวมกับทักคาลบี กลายเป็นอาหารชนิดใหม่ คือ “ทัก-คาลบีบกคึม” หรือข้าวผัดพริกไก่ เพิ่มรสชาติ แต่ส่วนใหญ่แล้ว คนไทยมักอิ่มไก่ก่อนที่จะเอาข้าวไปผัด เพราะไก่ที่นี่ชิ้นใหญ่มาก แถมน้ำซอสยังอร่อยอย่าบอกใครอีกต่างหาก

ช่วงบ่าย แม้แดดจะร้อน แต่เพื่อไม่ให้พลาดไฮไลต์สำคัญ เรามีโปรแกรมไปสัมผัสกับเครื่องเล่นชิ้นใหม่ของเกาหลีที่ เมืองจองซอน (Jeongseon) ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดคังวอน

Rail Bike รถจักรยานบนรางรถไฟ

เครื่องเล่นที่ว่านี้ เรียกว่า Rail Bike หรือจักรยาน 4 ล้อแบบพิเศษ เป็นจักรยานที่ใช้คนปั่นตั้งแต่ 2-4 คน แล่นไปตามรางรถไฟ เพื่อชมธรรมชาติอันบริสุทธิ์ของเมืองจองซอนที่ปกคลุมไปด้วยป่าเขา ด้านซ้ายจะเป็นแม่น้ำ ส่วนด้านขวาจะเป็นขุนเขาสลับซับซ้อน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นทุ่งนาเขียวขจีและแปลงผักของเกษตรกรชาวเกาหลีที่ขนาบอยู่ริมสองฝั่งน้ำ ลอดอุโมงค์ซึ่งเจาะทะลุภูเขา ไปตามเส้นทางลาดเอียงลงไปตามไหล่เขา

ทางรถไฟทอดยาวราว 4 กิโลเมตร

หลายคนในคณะของเราให้ความเห็นว่า เมืองไทยน่าจะนำไอเดียนี้ไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในบ้านเรา เช่น ทางรถไฟสายมรณะที่กาญจนบุรี ซึ่งมีจุดขายคือประวัติศาสตร์ในช่วงสงครามโลกที่น่าสนใจอยู่แล้ว หรือนำไปใช้บนรางรถไฟเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้วในบางจังหวัด จะเกิดประโยชน์มาก

คืนนี้เรามีกำหนดการจะไปพักที่เมืองซูวอน ในเขตจังหวัดคย็องกี ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของกรุงโซล ประมาณ 30 กิโลเมตร เป็นเมืองหลวงที่ใหญ่ที่สุดและเป็นจังหวัดที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในเกาหลีใต้ด้วย

ซูวอน....เมืองมรดกโลก

นอกจากเมืองซูวอนจะเป็นเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 หรือ ค.ศ.1997 แล้ว ซูวอนยังมีสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของเกาหลีที่น่าสนใจ นั่นก็คือ ป้อมฮวาซอง ซึ่งเป็นป้อมปราการและกำแพงโบราณที่ยังคงสภาพสมบูรณ์ที่สุด

ป้อมปราการแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าจองโจ กษัตริย์องค์ที่ 22 แห่งราชวงศ์โชซอน ในปี ค.ศ.1794 มีความยาว 5.5 กิโลเมตร สร้างตามแนวไหล่เขาและที่ราบ มีลักษณะเหมือนเป็นกำแพงยาวที่โอบล้อมเมืองซูวอนไว้ ถือเป็นสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยี่ยมชม

อ่านตามประวัติเขาบอกว่า ป้อมนี้จริงๆแล้ว พระเจ้าจองโจ พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 22 แห่งราชอาณาจักรโชซอนสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับและเป็นที่ฝังพระศพของ ซาโด เซจา พระบิดาของพระองค์ที่ถูกพระเจ้ายองโจ พระอัยกาของพระองค์เองลงโทษ โดยการขังไว้ในถังข้าว ให้อดข้าว อดน้ำ จนองค์ชายซาโด ซึ่งเป็นพระบิดาของพระองค์สิ้นพระชนม์ในถังข้าว ฟังดูก็โหดดี เหมือนที่เคยดูในซีรีส์ประวัติศาสตร์ของเกาหลีไม่มีผิด

พระราชวังฮวาซองแฮงกุง

ป้อมฮวาซอง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ก่อนที่เมืองซูวอนจะได้เป็นมรดกโลกเสียอีก คณะกรรมการมรดกโลก ให้เหตุผลในการขึ้นทะเบียนป้อมแห่งนี้เป็นมรดกโลก ว่า เนื่องจากเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลที่ทำให้เกิดการพัฒนาสืบต่อมาในด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม อนุสรณ์สถาน ประติมากรรม สวน และภูมิทัศน์ ตลอดจนการพัฒนาศิลปกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือบนพื้นที่ใดๆของโลกซึ่งทรงไว้ซึ่งวัฒนธรรม และยังเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว

นอกจากตัวป้อมปราการแล้ว บริเวณด้านหน้าที่เป็นลานกว้างยังเป็นสนามยิงธนู ซึ่งว่ากันว่าสมัยก่อนกษัตริย์จองโจทรงใช้ลานแห่งนี้ฝึกซ้อมยิงธนูกับบรรดาอุปราช และมีพระราชวังฮวาซองแฮงกุงอยู่ด้านหลัง เป็นที่พักผ่อนของพระองค์ท่านด้วย

มุมสวยของแม่น้ำฮัน

น่าเสียดายที่เวลาจำกัด ไกด์บอกว่ายังมีอาคารด้านหลังอีกแห่งหนึ่ง ที่มีความสำคัญ พอถามว่าสำคัญอย่างไร เขาบอกว่า เป็นฉากสำคัญในละครอิงประวัติศาสตร์ของราชวงศ์โชซอน

สำคัญขนาดไหน ถ้าบอกชื่อคงร้อง “อ๋อ” เพราะละครเรื่องนั้น ชื่อ “แดจังกึม”

สัปดาห์หน้าไปตะลุยกรุงโซลต่อ กระซิบใกล้ๆ งานนี้ไปเที่ยวไม่เกี่ยวกับฟุตบอล.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้