วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ดาราช่อง3รวบโจร

ดาราช่อง3รวบโจร

  • Share:

นศ.สาวช่วยจับ แก๊งเขมรแสบ ดักล้วงกระเป๋า

นักแสดงหนุ่ม-นศ.สาว ช่วยจับหนุ่มเขมรนักแซงก์ส่งตำรวจ หลังชวนพวกก่อเหตุล้วงกระเป๋าที่ป้ายรถเมล์ด้านตรงข้ามห้างบิ๊กซี สาขาถนนอิสรภาพ ฝั่งธนฯ 2 รายติด สารภาพอาศัยช่วงชุลมุนแกล้งเบียดล้วงกระเป๋าเหยื่อ หาเงินส่งให้ลูกสาวที่บ้านเกิด ตำรวจอยู่ระหว่างตามผู้ต้องหาอีกรายที่ยังหลบหนี

รวบหนุ่มนักแซงก์ชาวเขมร เปิดเผยเมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 2 ต.ค. พ.ต.อ.ยุทธนา ปุญชรัศมิ์ ผกก.สน.บุปผาราม พ.ต.ท.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว สว.สส. สน.บุปผาราม พร้อมฝ่ายสืบสวนแถลงข่าวจับ นายเบิ้ม อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาชาวกัมพูชา ของกลางแท็บเล็ต ซัมซุง กาแลคซี่ 1 เครื่อง เงินสด 500 บาท บัตรเอทีเอ็ม 2 ใบ และกระเป๋าเป้สีดำ 1 ใบ จับกุมได้ที่ป้ายรถประจำทาง ฝั่งตรงข้ามห้างบิ๊กซี สาขาถนนอิสรภาพ แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี กทม. หลังก่อเหตุล้วงกระเป๋าผู้เสียหาย 2 ราย

พ.ต.ท.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว เผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 1 ต.ค. นายเบิ้ม ผู้ต้องหาที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ร่วมกับนายตรี อายุ 35 ปี เพื่อนชาวเขมรอยู่ระหว่างหลบหนี ก่อเหตุล้วงกระเป๋าผู้เสียหายที่ป้ายรถประจำทางดังกล่าว 2 รายซ้อน รายแรก น.ส.ปาริฉัตร จิตเจริญ อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ทรัพย์สินเป็นโทรศัพท์ไอโฟน 5 เอส 1 เครื่อง เงินสด 500 บาท และบัตรเอทีเอ็ม 2 ใบ อีกรายคือนายจตุรวิช หรืออู๋ กลมเกลี้ยง อายุ 24 ปี นักแสดงซีรีส์ละครธรรมนำชีวิต ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ได้แท็บเล็ต ซัมซุง กาแลคซี่ 1 เครื่อง หลังก่อเหตุผู้เสียหายทั้ง 2 ราย รู้ว่าตกเป็นเหยื่อ ช่วยวิ่งไล่จับกุมนายเบิ้มไว้ได้พร้อมของกลาง ก่อนแจ้งตำรวจเดินทางมารับตัว

สอบสวนนายเบิ้มสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ลักลอบเข้าเมืองมาแล้วหนึ่งครั้ง ถูกตำรวจ สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จับกุมผลักดันกลับประเทศ เพิ่งหนีเข้าเมืองได้อีกครั้งประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา ทำงานเป็นคนงานก่อสร้างและเข็นของในตลาดย่าน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ รายได้ไม่พอส่งกลับไปเลี้ยงลูกสาววัย 7 ขวบ และ 5 ขวบ ที่บ้านเกิด จึงชวนนายตรีเพื่อนร่วมชาติออกตระเวนล้วงกระเป๋า หาเหยื่อที่ป้ายรถประจำทางฝั่งตรงข้ามห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาอิสรภาพ เนื่องจากคนพลุกพล่านหาจังหวะก่อเหตุง่าย ส่วนของกลางโทรศัพท์มือถือไอโฟน 5 เอส ของ น.ส.ปาริฉัตร ส่งให้นายตรีระหว่างแยกย้ายหลบหนี

น.ส.ปาริฉัตร 1 ในผู้เสียหายเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเลิกเรียนเดินมารอรถประจำทางสาย 57 ที่ป้ายรถดังกล่าวกับเพื่อนเพื่อไปไหว้พระที่วัดระฆัง ย่านวังหลัง ขณะก้าวขึ้นรถที่ประตูหน้า นายเบิ้มผู้ต้องหาเข้ามาเบียดแย่งขึ้นรถอย่างร้อนรน ก่อนรีบเดินลงรถทางประตูหลัง คล้อยหลังไม่นานพบทรัพย์สินในกระเป๋าสะพายถูกล้วง คาดว่านายเบิ้มเป็นผู้ก่อเหตุจึงตะโกนบอกโชเฟอร์จอดรถ เพื่อวิ่งย้อนกลับไปตามหาตัวนายเบิ้มที่ป้ายรถประจำทางอีกครั้ง

“เมื่อดิฉันกับเพื่อนวิ่งมาถึงป้ายรถประจำทาง ปรากฏว่านายเบิ้มรีบวิ่งหนีขึ้นรถประจำทางสาย 40 เพื่อหลบหนี แต่ถูกดิฉันกับเพื่อนตามไปลากตัวลงมาจากรถ โดยมีนายจตุรวิชผู้เสียหายอีกราย ที่ถูกก่อเหตุแบบเดียวกัน วิ่งตามมาช่วยจับกุม ตรวจสอบกระเป๋าเป้สีดำของผู้ต้องหาพบแท็บเล็ตของนายจตุรวิช 1 เครื่อง ส่วนทรัพย์สินของดิฉันเหลือเพียงเงินสด 500 บาท และบัตรเอทีเอ็ม 2 ใบ ส่วนโทรศัพท์ไอโฟน 5 เอส ของดิฉัน นายเบิ้มสารภาพยื่นให้เพื่อนร่วมแก๊งหลบหนี ก่อนแจ้งให้ตำรวจเดินทางมารับตัวนายเบิ้มไปดำเนินคดี” ผู้เสียหายรายนี้กล่าว

ด้านนายจตุรวิชกล่าวว่า ทำงานเป็นอาจารย์รับสอนดนตรีและร้องเพลง นอกจากนี้ยังเป็นนักแสดงอิสระมีผลงานการแสดงซีรีส์ละครธรรมนำชีวิต ทางไทยทีวีสีช่อง 3 มาแล้ว 2 ตอน คือตอนความดีของพ่อและตอนฉากคนชั่ว ก่อนเกิดเหตุนั่งรถประจำทางสาย 40 มากับลูกศิษย์จากหัวลำโพง มาซื้อสายกีตาร์ที่ซอยมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ขณะลงรถที่ป้ายรถประจำทาง พบแท็บเล็ตที่ใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายหายไป เป็นจังหวะเดียวกับที่นักศึกษาสาว 2 ราย วิ่งไล่จับคนร้ายผ่านหน้าไปพอดีจึงช่วยจับกุม พบว่าแท็บเล็ตของตนถูกคนร้ายรายนี้ลักทรัพย์ไป คาดถูกก่อเหตุในจังหวะลงจากรถประจำทาง

เบื้องต้นตำรวจคุมตัวนายเบิ้มไปตรวจค้นที่พักและที่ทำงานใน จ.สมุทรปราการ ไม่พบหลักฐานเพิ่มเติม จึงนำตัวกลับมาที่ สน.บุปผารามให้ผู้เสียหายชี้ตัวยืนยัน ก่อนแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในยวดยานสาธารณะและเป็นบุคคลต่างด้าวลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการพร้อมเร่งติดตามตัวนายตรีผู้ร่วมก่อเหตุที่อยู่ระหว่างหลบหนีมาดำเนินคดี

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้