วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘ศิริราช’เก่ง ผลงานวิจัย ตัวต่อต้านไข้‘อีโบลา’

‘ศิริราช’เก่ง ผลงานวิจัย ตัวต่อต้านไข้‘อีโบลา’

  • Share:

แพทย์ศิริราชวิจัยคิดค้นผลิตแอนติบอดี ผลิตจากเม็ดเลือดขาวคนไทย ใช้เป็นต้นแบบที่นำไปประยุกต์ใช้รักษาอีโบลาได้ แต่ยังไม่มีการทดลองในสัตว์ทดลองหรือคน เผยแตกต่างจาก “ซีแมปป์” ที่ผลิตแอนติบอดีจากใบยาสูบ ประกาศจดสิทธิบัตรเป็นของไทยแล้ว เตรียมตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก

ความก้าวหน้าทางการแพทย์ของ รพ.ศิริราช มีขึ้นอีกครั้ง โดยเมื่อตอนสายวันที่ 2 ต.ค. ศ.คลินิก นพ.อุดม คชินทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ศ.พญ.รวงผึ้ง สุทเธนทร์ รองคณบดีฝ่ายวิจัย และ ศ.เกียรติคุณ วันเพ็ญ ชัยคำภา หัวหน้าทีมผู้ผลิตแอนติบอดี รักษาโรคไข้เลือดออกอีโบลา แถลงข่าวว่า คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และทีมวิจัยของศิริราช สามารถผลิตแอนติบอดีรักษาโรคไข้เลือดออกอีโบลาได้สำเร็จ ถือเป็นการผลิตได้เป็นครั้งแรกของไทย

ศ.คลินิก นพ.อุดมกล่าวว่า ถึงแม้จะยังไม่มีการทดลองในสัตว์ทดลองและคน แต่ศิริราชก็มีความมั่นใจ เพราะได้มีกระบวนการทดลองทางทฤษฎีหลาย ครั้งและได้ผลดีและไม่ได้พูดเกินจริง ไทยมีมาตรฐานการรักษาที่เป็นสากล แอนติบอดีดังกล่าวได้พิสูจน์ว่า แตกต่างจากแอนติบอดีหรือยาซีแมปป์ ที่ใช้อยู่ในสหรัฐอเมริกา เป็นแอนติบอดีแบบตัวใหญ่ แต่ของไทยมีขนาดเล็กกว่า 5 เท่า ทำให้มีประสิทธิภาพดีกว่าชัดเจน เป็นการคิดค้นโดยใช้เทคโนโลยีใหม่ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้การรักษาได้ แต่ยังเป็นแค่ต้นแบบเท่านั้น ยังต้องไปทดลองในสัตว์และคนอีก ซึ่งจะทดลองในสหรัฐฯ เนื่องจากไทยไม่มีห้องทดลองชีวนิรภัยระดับ 4 แต่หากเกิดกรณีฉุกเฉินก็ใช้รักษาได้ทันทีโดยไม่ต้องมีการทดลอง ทั้งนี้ ศิริราชยินดีที่จะร่วมมือกับองค์การอนามัยโลก หากมีการประสานมา

ด้าน ศ.เกียรติคุณ วันเพ็ญกล่าวว่า แอนติบอดีที่ศิริราชผลิตขึ้นนั้น ถือว่าเป็นยาชีววัตถุ ใช้หลักการเดียวแบบเซรุ่มแก้พิษงู แอนติบอดีที่ศิริราชผลิตจากเม็ดเลือดขาว ที่คนไทยมาบริจาคกับสภากาชาดไทยและเป็นแอนติเจนของเชื้ออีโบลาหลายตัว ที่ตอบสนองต่อโปรตีนหลายตัว ทำให้ไวรัสกดภูมิคุ้มกันของโฮสท์ไม่ได้ ไวรัสที่เพิ่มจำนวนแล้วประกอบร่างเป็นไวรัสรุ่นลูกตัวใหม่ไม่ได้และออกจากเซลล์ไปเผยแพร่เซลล์อื่นไม่ได้ ต่างจากยาซีแมปป์ของสหรัฐฯ ที่แอน– ติบอดีตอบสนองต่อแอนติเจน เฉพาะตัวที่ไวรัสจะจับกับเซลล์คนเพียงจุดเดียว ทำให้ไวรัสปล่อยโปรตีนไปในกระแสเลือดหลอกภูมิคุ้มกัน ซึ่งไวรัสสามารถพัฒนาตัวเองและกลายพันธุ์ได้ รวมทั้งสามารถขยายตัวได้เช่นเดิม แต่แอนติบอดีที่ศิริราชผลิต มีขนาดเล็กกว่า 5 เท่า เพราะใช้เพียงส่วนปลายของแอนติบอดีที่จับกับโปรตีนไวรัส หรือเรียกว่าแอนติบอดีสายเดี่ยว สามารถเข้าไปในเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสได้ เป็นการคิดใหม่ คือยอมให้ไวรัสเข้าไปในเซลล์แล้วแอนติบอดีเข้าไปยับยั้ง ไม่ให้ไวรัสเพิ่มจำนวนและออกมานอกเซลล์ได้

“การผลิตโปรตีนอีโบลานั้น เป็นการสังเคราะห์ยีนขึ้น โดยใช้ลำดับเบสอ้างอิงของเชื้อที่ระบาดอยู่ขณะนี้เป็นต้นแบบ ไม่ได้นำเชื้อเข้ามาจากต่างประเทศ แต่อย่างใด จากนั้นนำโปรตีนแต่ละชนิดไปตรึงบนพื้นผิวพลาสติกและใช้เทคโนโลยีฟาจดิสเพลย์ ที่มีมาตั้งแต่ปี 2009 มาใช้ โดยเอายีนที่สร้างภูมิคุ้มกันจากเซลล์เม็ดเลือดขาวของคนไทย ที่เก็บมาจากการบริจาคเลือดมาใส่ลงในโปรตีนของไวรัส แล้วเลือกเฉพาะฟาจที่จับกับโปรตีนไวรัสอีโบลาไปใส่ลงในแบคทีเรียชนิดพิเศษ แล้วนำไปเพาะเลี้ยงเหนี่ยวนำให้ผลิตแอนติบอดี ก็จะได้แอนติบอดีจำเพาะต่อโปรตีนของไวรัสอีโบลา กระบวนการนี้ใช้เวลาเพียงข้ามคืน ก็ได้แอนติบอดีบริสุทธิ์แล้ว ต่างจากยาซีแมปป์ที่สกัดแอนติบอดีจากใบยาสูบใช้เวลานานถึง 3 เดือน” ศ.เกียรติคุณ วันเพ็ญกล่าว

ขณะที่ ศ.พญ.รวงผึ้งกล่าวว่า ขณะนี้ศิริราชยื่นจดสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว ส่วนการยื่นขอตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ เกี่ยวกับแอนติบอดีและไวรัสวิทยา เป็นวารสารด้านการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก คาดว่าภายใน 3 เดือน จะตีพิมพ์ได้ การรักษาจะอิงตามซีแมปป์ที่ใช้ประมาณ 10 กรัมต่อครั้ง ให้จนกว่าจะหาย แต่ขณะนี้การผลิตในห้องปฏิบัติการยังทำได้เพียง 20 มิลลิกรัม จึงต้องอาศัยเทคโนโลยีในการเพิ่มจำนวนให้มากขึ้น การจะให้แอนติบอดีนั้น ต้องให้ก่อนการมีเลือดออก หมายถึงให้ตอนช่วงระยะแพร่เชื้อถึงจะได้ประสิทธิภาพที่ดี

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้