วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
Trendy Review : Microsoft Surface Pro 3

Trendy Review : Microsoft Surface Pro 3

  • Share:

Trendy Review ครั้งนี้พาไปรีวิว Microsoft Surface Pro 3 แล็ปท็อปที่พกพาได้แบบแท็บเล็ต และสามารถแทนที่เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กของคุณได้ แต่จะแทนแบบไหน แล้วจะให้ประสบการณ์ใช้งานอย่างไร ลองติดตามอ่านกันครับ...

ตอนที่ไมโครซอฟท์ (Microsoft) เปิดตัว Microsoft Surface RT มาเมื่อสองปีก่อน ผมก็เป็นคนนึงที่สอยมาลองเล่นตั้งแต่มันออกมาวันแรกๆ เลยล่ะครับ และจากที่ได้ลองเล่นแบบจริงจัง ก็เปรยๆ ออกมาผ่าน Social media ว่า “ถ้าจะให้น่าซื้อมาใช้จริงๆ ต้องรอประมาณรุ่นที่ 3 หรือรุ่นที่ 4 ล่ะ” และตอนนี้ รุ่นที่ 3 ของ Microsoft Surface ก็มาแล้ว นั่นคือ Microsoft Surface Pro 3 นั่นเอง และด้วยความเอื้อเฟื้อจากไมโครซอฟต์ประเทศไทย ผมก็เลยได้ Microsoft Surface Pro 3 รุ่นที่เป็น Core i5 แรม 8GB มี SSD ความจุ 256GB มาใช้ราวๆ สองสัปดาห์ครับ และ ณ ช่วงที่เขียนบล็อกนี้อยู่ก็ผ่านมาได้แล้ว 1 สัปดาห์ ก็เลยคิดว่าน่าจะเขียนถึงให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกันสักหน่อยครับว่าเจ้านี่เป็นยังไงบ้าง … ลองติดตามอ่านกันครับ

Microsoft Surface Pro 3

Microsoft Surface Pro 3 … Laptop ที่ไม่ได้มาพร้อมกับ Keyboard
สโลแกนของ Microsoft Surface Pro 3 ที่ทาง Microsoft ให้มาก็คือ “The tablet that can replace your laptop” หรือแปลเป็นไทยก็คือ “แท็บเล็ตที่สามารถมาแทนเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กของคุณได้” นั่นเอง และเพราะเหตุนั้นละมั้ง Microsoft เลยยังคงจงใจวางจำหน่าย Microsoft Surface Pro 3 แยกกับ Keyboard เหมือนเดิม และให้ Keyboard (งวดนี้เป็น Type cover) เป็นแค่อุปกรณ์เสริมมาในสนนราคา 4,490 บาท

Type cover

ทว่าโดยความเห็นส่วนตัวของผมแล้ว การจะใช้ Microsoft Surface Pro 3 (หรือรุ่นใดๆ ก่อนหน้า) ให้ได้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดจริงๆ จะต้องมี Keyboard ครับ จะเป็น Keyboard คอมพิวเตอร์แบบปกติก็ได้ เพียงแต่เวลาจะพกไปใช้งานนอกสถานที่มันจะพกลำบากเอาเรื่อง … สุดท้าย การเลือกซื้อ Keyboard cover ของ Microsoft จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า … และ Microsoft เดินเกมแตกต่างจาก Apple ที่ออกแบบตัวเครื่องให้มีชุดแม่เหล็กเอาไว้ใช้กับ Smart Cover ของตน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตอุปกรณ์เสริม ทำพวก Wireless keyboard มาใช้งานแบบสองหน้าที่ คือ เป็นทั้ง Cover ก็ได้ เป็นทั้ง Keyboard ก็ได้ … แต่ Microsoft นั้น แทบไม่เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมทำ Keyboard cover แจ่มๆ มาใช้คู่กับ Microsoft Surface Pro 3 เลย

ปุ่มกดของ Type cover

ที่บอกว่า Microsoft Surface Pro 3 (และรุ่นก่อนหน้า) ควรมี Keyboard ถึงจะใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพก็เพราะว่า นอกเหนือจาก Modern UI ที่เป็น User Interface สำหรับการใช้งานในโหมดแท็บเล็ตแล้ว ระบบปฏิบัติการ Windows 8.1 มันก็ยังคงมีโหมด Desktop ให้ใช้ทำงานแบบระบบปฏิบัติการ Windows แบบเดิมๆ อยู่ด้วย ซึ่งการใช้นิ้วสัมผัสนั้นไม่ค่อยสะดวกสักเท่าไหร่ (จริงๆ คือ มันอำนวยความสะดวกบางส่วน แต่ในอีกหลายๆ ส่วน มันก็ไม่สะดวก) ฉะนั้น การมี Type cover ของ Microsoft ที่มีทั้ง Keyboard เต็มรูปแบบ และ TouchPad ใช้ควบคุมเมาส์เคอร์เซอร์ ก็จะทำให้เราใช้ประโยชน์จาก Microsoft Surface Pro 3 ได้มากที่สุดนั่นเอง

ฉะนั้น ถ้าเชื่อผมนะ หากใครอยากซื้อ Microsoft Surface Pro 3 และใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุดละก็ ไม่ว่าคุณกำลังเล็งรุ่นไหนราคาเท่าไหร่อยู่ ขอให้บวก 4,490 บาทเอาไว้เสมอ เป็นค่า Type cover ครับ

ทีนี้มาดูรูปร่างหน้าตาของ Microsoft Surface Pro 3 บ้าง
ในภาพรวม ดีไซน์ของ Microsoft Surface Pro 3 นั้นจะเป็นแนวแท็บเล็ตครับ เน้นบางและเบาเป็นหลักเลย และ Microsoft ก็ทำออกมาได้ดีอย่างเหลือเชื่ออีกด้วยนะครับ ในครั้งนี้ผมต้องยอมรับเลยว่า Microsoft ได้แก้ไขข้อจำกัด และข้อผิดพลาดที่เคยทำไว้ใน Microsoft Surface รุ่นก่อนๆ ออกไปหลายจุดทีเดียว

Microsoft Surface Pro 3 ด้านหน้า

ด้านหน้าของ Microsoft Surface Pro 3 เป็นหน้าจอขนาด 12 นิ้ว อัตราส่วนการแสดงผลประหลาดกว่าพวกแท็บเล็ตคู่แข่ง คือ เป็นแบบ 3:2 ครับ ฉะนั้นจะให้ขนาดของตัวเครื่อง และสัดส่วนของตัวเครื่อง ประมาณกระดาษ A4 แผ่นนึงเลย (ขนาดแตกต่างกันเล็กน้อย) ความละเอียดในการแสดงผลของหน้าจอนั้นอยู่ที่ 2160×1440 พิกเซล หรือ ระดับ 2K นั่นเอง มีกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มากเกินพอสำหรับการใช้งานเป็นเว็บแคมเพื่อสนทนาวิดีโอทางไกล และมีปุ่ม Windows key เพียงปุ่มเดียวบนหน้าจอ นอกจากนี้ก็มีลำโพงสเตริโอคู่หน้าครับ

Microsoft Surface Pro 3 ด้านหลัง

ด้านหลังของ Microsoft Surface Pro 3 เป็นอะลูมิเนียมเรียบๆ มีข้อความ “Surface” บอกให้รู้ว่านี่เป็น Surface tablet นะ และมีกล้องดิจิตอลความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ซึ่งก็มากเพียงพอสำหรับการใช้งานถ่ายรูปแบบชิลๆ ละครับ เพียงแต่อาจจะไม่มากเทียบเท่ากับแท็บเล็ตคู่แข่งบางราย … น่าเสียดายที่ยังไม่มี Flash มาให้ … ส่วนอีกครึ่งของด้านหลังนั้น เป็น Kickstand หรือขาตั้งนั่นเอง

Kickstand ของ Microsoft Surface Pro 3
Kickstand ของ Microsoft Surface Pro 3 กางได้ถึงระดับนี้เลย

Kickstand ของ Microsoft Surface Pro 3 นั้น เรียกได้ว่าออกแบบมาแก้ไขปัญหาที่มีในรุ่นก่อนๆ ได้ซะที … โดยรุ่นก่อนๆ นั้น Kickstand มีองศาในการตั้งที่จำกัด ทำให้ไม่ค่อยเหมาะในการใช้งานในหลายๆ สถานการณ์สักเท่าไหร่ โดยเฉพาะในการใช้งานแบบวางบนตัก ที่มักจะเป็นท่าพื้นฐานในการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กของผู้ใช้งานทั่วๆ ไป เลย (ก็เพราะการใช้งานแบบวางบนตักนี่แหละ ทำให้ฝรั่งเขาเรียกโน้ตบุ๊กว่า Laptop ไง หรือแปลเป็นไทยก็คือ บนตัก นั่นแหละ) … งวดนี้ Kickstand ของ Microsoft Surface Pro 3 ถูกออกแบบมาให้กางได้องศามากขึ้น และมีความหนืด จึงทำให้ใช้งานได้หลากหลายองศา ผู้ใช้งานจะยืนทำงาน หรือวางบนตักทำงาน ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป

Microsoft Surface Pro 3 ด้านบน

ด้านบนของ Microsoft Surface Pro 3 นั้นมีแค่ปุ่ม Power ครับ ที่เหลือก็เป็นช่องระบายความร้อนของตัวเครื่อง … ต้องไม่ลืมนะครับ Microsoft Surface Pro 3 นั้น มีให้เลือกทั้งรุ่นที่ใช้ชิป Intel Core i3, Intel Core i5 และ Intel Core i7 กันเลย เราจึงเห็นความแตกต่างของ Microsoft Surface Pro กับพวกแท็บเล็ตคู่แข่งตรงที่ต้องมีช่องระบายความร้อนแบบจริงจังนี่แหละ

Microsoft Surface Pro 3 ด้านล่าง

ด้านล่างของ Microsoft Surface Pro 3 ก็มีแค่ตัว Connector สำหรับต่อกับ Type cover และ Docking (อาจจะมาวางจำหน่ายในประเทศไทยในภายหลัง) ครับ

Microsoft Surface Pro 3 ด้านซ้าย

ด้านซ้ายของ Microsoft Surface Pro 3 มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และปุ่มปรับระดับเสียง

Microsoft Surface Pro 3 ด้านขวา
สล็อต MicroSD Card ที่อยู่ด้านใน Kickstand

ด้านขวาของ Microsoft Surface Pro 3 เป็น Mini Display Port (ใช้ร่วมกับของ MacBook Pro ได้นะ), USB 3.0 จำนวน 1 พอร์ต และช่องสำหรับเสียงตัว Connector ของชาร์จเจอร์ … หากกางเอา Kickstand ออกมา ก็จะเห็นสล็อตใส่ MicroSD card ด้วยครับ

ครั้งนี้ต้องขอชมเชย Microsoft จริงๆ ที่ดีไซน์ตัว Microsoft Surface Pro 3 ออกมาได้ค่อนข้างดีมากๆ ทุกอย่างดูลงตัวจริงๆ และการที่ Kickstand สามารกางได้หลากหลายองศา ช่วยให้ Microsoft Surface Pro 3 เหมาะกับการใช้งานในแบบต่างๆ จริงๆ ครับ

Type cover อุปกรณ์เสริมที่ไม่ควรขาดของ Microsoft Surface Pro 3

Type cover ของ Microsoft Surface Pro 3

ในรุ่นที่ 3 นี้ Type cover ก็มีการปรับปรุงในด้านการยศาสตร์ (Ergonomics) ของการใช้งานจริงๆ ครับ ที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ มีการเพิ่มชุดแม่เหล็ก เพื่อให้ไปดูดติดกับหน้าจอของ Microsoft Surface Pro 3 เพื่อให้ตัว Keyboard นั้นยกทำมุมเอียงเล็กน้อย ให้พิมพ์ได้คล่องมือขึ้น คล้ายกับ Keyboard แบบเต็มๆ พอสมควร … นอกจากนี้ วัสดุที่นำมาใช้ทำ ทาง Microsoft ก็บอกว่าเลือกใช้ของที่ดีขึ้นกว่าเดิมอีก เพื่อแก้ปัญหาที่ผู้ใช้งานบางคนพบ คือ ตัวผิวที่เคลือบไว้เมื่อใช้ไปนานๆ มันหลุดลอกออกมาน่ะ

ตัว Type cover มีแม่เหล็ก ทำให้เวลาใช้งานมันจะทำมุม พิมพ์สะดวก

คุณสมบัติเดิมๆ ของ Type cover ก็ยังคงอยู่ครับ ไม่ว่าจะเป็นชุดแม่เหล็กที่ใช้ยึดกับตัวเครื่อง Microsoft Surface Pro 3, ไฟส่องสว่างใต้คีย์บอร์ด, TouchPad ที่รองรับ Multitouch, ตัวชุดแม่เหล็กที่ใช้บอกว่าให้ Surface Pro 3 ปิดหน้าจอเมื่อมีการปิด Type cover เป็นต้น

Microsoft Surface Pro 3 พร้อม Type cover

เมื่อใช้คู่กับ Type cove แล้ว Microsoft Surface Pro 3 ก็ให้ความรู้สึกประมาณเดียวกับสมุดจดโน้ตขนาดกระดาษ A4 โดยประมาณจริงๆ ครับ

Surface Pen ของ Microsoft Surface Pro 3
Microsoft Surface Pro 3 มาพร้อมกับปากกา Stylus ที่เรียกว่า Surface Pen ครับ โดยมีขนาดประมาณปากกาจริงๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานใช้สะดวกมือเหมือนกำลังเขียนอยู่ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางในการออกแบบ Microsoft Surface Pro 3 ที่ให้มีขนาดหน้าจอ 12 นิ้ว อัตราส่วนการแสดงผล 3:2 ที่เหมือนกับกระดาษจริงๆ … อย่างไรก็ดี การออกแบบ Surface Pen นี้ สิ่งที่ขาดไปก็คือ การเก็บเพื่อพกพาครับ

Stylus ของ Microsoft Surface Pro 3

ไม่ใช่ว่า Microsoft ไม่คิดถึงเรื่องนี้นะครับ ตัว Microsoft Surface Pro 3 จะมีตัวเหน็บแถมมาให้ด้วย ซึ่งจะมีกาวเอาไว้ติดกับ Type cover ได้ แต่นั่นก็จะเกิดประโยชน์เฉพาะเมื่อเราซื้อ Type cover มาด้วยเท่านั้นแหละ และมันไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ หากเราเกิดอยากจะเปลี่ยนตำแห่งที่จะติดเจ้าตัวเหน็บนี้ แม้ว่า Microsoft จะบอกว่าสามารถแกะออกมาแปะที่อื่นได้ แต่ด้วยความที่ใช้ “กาว” ผมว่า แกะเข้าแกะออกหลายๆ รอบหน่อย ความเหนียวแน่นในการติดมันก็จะน้อยลงอ่ะ

Stylus ของ Microsoft Surface Pro 3

ดูเหมือนตัว Surface Pen นี่มีการเชื่อมต่อกับ Microsoft Surface Pro 3 ด้วย Bluetooth ด้วย เราจึงสามารถใช้ Surface Pen ในการสั่งงานเพื่อให้เปิดโปรแกรม OneNote เพื่อให้พร้อมสำหรับการใช้จดงานได้สบายๆ … เรียกว่า มีไอเดียใหม่ๆ อะไรนึกออกมาได้ ก็กดเจ้าปุ่มนี้ แล้วเปิดโปรแกรม OneNote ขึ้นมาจดได้เลย

ปุ่มกดสำหรับเรียกใช้งานโปรแกรม OneNote

และเพื่อต้องมีการเชื่อมต่อแบบไร้สายแบบนี้ ก็เลยต้องมีการใส่แบตเตอรี่ (ถ่านไฟฉายนั่นแหละ) เพื่อให้พลังงานไฟฟ้าด้วยนะครับ โดยขนาดของตัว Surface Pen เป็นข้อจำกัดให้ต้องเลือกใช้ถ่ายไฟฉายแบบ AAAA ซึ่งไม่ค่อยจะได้เห็นทั่วไปสักเท่าไหร่ แต่หากลองไปถามหาตามร้านกล้องถ่ายรูปใหญ่ๆ หน่อย ก็น่าจะมีขายนะ (เคยได้ยินมาว่าอย่างนั้น)

ถ่านแบบ AAAA ที่ใช้กับ Stylus ของ Microsoft Surface Pro 3

ประสิทธิภาพของ Surface Pen ของ Microsoft Surface Pro 3 เรียกว่าดีทีเดียว สามารถรองรับแรงกดระดับต่างๆ ได้สบายๆ ผมลองเอามาใช้กับโปรแกรม Autodesk Sketchbook Express ดู ก็วาดรูปได้ชิลๆ เหมือนกับการวาดรูปบนกระดาษจริงๆ เลยครับ … เรียกว่าจะใช้จดงานแบบสมุดจดโน้ต หรือจะใช้วาดรูปต่างๆ ก็สามารถทำได้สบายๆ บนหน้าจอเดียวกันนี่แหละ และก็มีระบบ Palm detection เพื่อตรวจจับการวางฝ่ามือ ดังนั้นก็วางใจได้ (ในระดับหนึ่ง)​ ว่าเวลาวาดรูปอยู่แล้ววางฝ่ามือบนหน้าจอ มันก็จะไม่ไปขัดขวางการวาดครับ

ทดสอบประสิทธิภาพของ Surface Pen

สเปกของ Microsoft Surface Pro 3
Microsoft Surface Pro 3 มีให้เลือกกัน 5 รุ่นครับ แตกต่างกันที่ตัว CPU ที่ใช้ ปริมาณหน่วยความจำ และความจุของฮาร์ดดิสก์ (เป็น Solid state drive หรือ SSD) ส่วนที่เหลือก็จะเป็นสเปกเหมือนๆ กันครับ ดังนี้
• CPU: มีให้เลือก 3 แบบ คือ
• Intel 4th Gen Core i3-4020Y 1.5GHz + Intel HD Graphics HD4200
• Intel 4th Gen Core i5-4300U สูงสุด 2.5GHz + Intel HD Graphics HD4400
• Intel 4th Gen Core i7-4650U สูงสุด 3.3GHz + Intel HD Graphics HD5000
• หน้าจอแสดงผล: Clear Type Full HD Plus 12 นิ้ว อัตราส่วนการแสดงผล 3:2 ความละเอียด 2160×1440 พิกเซล
• หน่วยความจำ และความจุ SSD แตกต่างไปตามรุ่นดังนี้
• Core i3 หน่วยความจำ 4GB มี SSD ความจุ 64GB
• Core i5 หน่วยความจำ 4GB มี SSD ความจุ 128GB
• Core i5 หน่วยความจำ 8GB มี SSD ความจุ 256GB
• Core i7 หน่วยความจำ 8GB มี SSD ความจุ 256GB
• Core i7 หน่วยความจำ 8GB มี SSD ความจุ 512GB
• กล้องดิจิตอล: ด้านหน้า 5 ล้านพิกเซล ด้านหลัง 5 ล้านพิกเซล
• การเชื่อมต่อเครือข่าย:
• WiFi 802.11a/b/g/n/ac
• Bluetooth 4.0
• พอร์ตการเชื่อมต่อ:
• USB 3.0 1 พอร์ต
• MicroSD card reader
• ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.
• Mini DisplayPOrt
• Cover Port
• ระบบปฏิบัติการ: Windows 8.1 Pro
• Dimensions: 292.1 มม. x 201.4 มม. x 9.1 มม.
• น้ำหนัก: 798 กรัม (1,093 กรัม เมื่อรวม Type cover)
• อื่นๆ: Surface Pen
พิจารณาจากแง่ของสเปกแล้ว เรียกว่าให้มาไม่ขี้เหร่เลย … ที่น่าสนใจคือ Microsoft เลือกให้มีรุ่น Core i3 ไว้สำหรับผู้ที่เริ่มใช้งาน เป็น Entry level ที่พยายามกดราคาให้ต่ำที่สุด แต่ในความเห็นส่วนตัวของผม หากจะเลือกซื้อมาใช้จริงๆ ขอแนะนำให้เลือกเป็น Core i5 แรม 4GB ความจุ 128GB เป็นขั้นต่ำไว้ดีกว่าครับ

ประสบการณ์ในการใช้งาน Microsoft Surface Pro 3

มาพูดถึงเรื่องการใช้งานบ้างนะครับ … อันดับแรกเลย ในฐานะที่ใช้สโลแกน The tablet that can replace your laptop ผมก็เลยต้องขอพูดถึงประสบการณ์ในฐานะ Laptop หรือที่ใครๆ ในบ้านเราเรียกว่าโน้ตบุ๊กกันก่อนครับ

ประสบการณ์ใช้งานแบบแล็บท็อป

Microsoft Surface Pro 3 พกพาสะดวกมาก เบามาก
ขอย้ำอีกครั้ง Microsoft Surface Pro 3 พกพาสะดวกมากครับ การออกแบบให้มีความหนาแค่ 9.1 มม. และมีขนาดแค่ประมาณกระดาษ A4 เท่านั้น มันทำให้ Microsoft Surface Pro 3 นี่ พกพาใส่กระเป๋าอะไรก็ไม่ลำบากครับ แต่ผมพกว่าการใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายไหล่มันทำให้รู้สึกหนักกว่าที่ควรจะเป็น แต่หากใส่ไว้ในเป้สะพายหลังแล้ว ชิลสุดๆ ครับ

โดยส่วนตัว ที่ออฟฟิศผมเขาให้พก MacBook Air 11 นิ้ว ซึ่งก็ถือว่าขนาดใกล้เคียงกับ Microsoft Surface Pro 3 แต่ความรู้สึกในการพกพามันแตกต่างกันพอสมควรครับ ถ้าให้เปรียบเทียบแล้ว ผมชอบสไตล์ของ Microsoft Surface Pro 3 มากกว่า เพราะมันคล้ายกับการพกแท็บเล็ตมากกว่าการพกโน้ตบุ๊กครับ

ท่วงท่าการใช้งาน Microsoft Surface Pro 3 เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊ก
ในแง่ของท่วงท่าการใช้งาน ไม่ว่าจะตั้งโต๊ะ หรือ วางบนตัก หรือจะยืนใช้งาน ด้วย Kickstand แบบใหม่นี่ทำให้สามารถใช้ได้ทุกท่วงท่า ไม่แตกต่างจากโน้ตบุ๊กปกติจริงๆ … อย่างไรก็ดี มันมีท่วงท่าการใช้งานนึงที่ผมเคยใช้กับโน้ตบุ๊กแต่ไม่สามารถใช้กับ Microsoft Surface Pro 3 ได้ก็คือการวางบนแขนแล้วพิมพ์ครับ คือ Kickstand กับขอบตัวเครื่องของ Microsoft Surface Pro 3 มันจิกแขนเจ็บไปหน่อย และการพิมพ์บน Type cover ก็ไม่สะดวกเท่าโน้ตบุ๊กในท่วงท่านี้

การพิมพ์บน Microsoft Surface Pro 3 ด้วย Type cover
เมื่อจะเอามาใช้ในฐานะโน้ตบุ๊ก การพิมพ์เป็นเรื่องสำคัญมาก และ Microsoft ก็ปรับปรุง Type cover มาได้ค่อนข้างดีกว่าเดิมมาก พิมพ์ได้สะดวกมือกว่าเดิมมาก … ไม่ต้องเอาอะไรมากครับ ผมลองกลับไปหยิบ Microsoft Surface RT ที่ใช้ Type cover รุ่นแรกมาลองพิมพ์เปรียบเทียบ บอกได้เลยว่าดีกว่าเดิม พิมพ์มันกว่าเดิมมาก

แต่หากให้เปรียบเทียบกับ Keyboard แบบเต็มๆ ของโน้ตบุ๊กแล้ว ผมว่า Type cover มันยังขาด Feeling บางอย่างไปครับ มันคืออารมณ์ “เด้งดึ๋ง” แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยแบบที่เราหาได้เฉพาะกับ Keyboard แบบจริงๆ จังๆ มากกว่า ซึ่งตรงนี้ผมเข้าใจว่า Type cover คงทำให้ได้แบบนั้นยากอ่ะครับ เพราะพื้นที่จำกัด … เลยทำให้รู้สึกว่าพิมพ์ไม่มันเท่ากับ Keyboard จริงๆ เท่าไหร่

หน้าจอแสดงผล 2K กับโปรแกรมบน Desktop
เราอาจจะคิดว่าหน้าจอแสดงผลแบบ 2K นี่คงทำให้ User Interface ต่างๆ ของโปรแกรมบน Desktop เปลี่ยนไปเยอะมาก แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่แบบนั้นหรอกนะครับ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะความละเอียดหน้าจอของ Microsoft Surface Pro นั้น เป็น 2160×1440 พิกเซล ซึ่งแตกต่างจากความละเอียดระดับ Full HD 1920×1080 พิกเซลแค่นิดหน่อยครับ

การเปิดเว็บบน Microsoft Surface Pro 3

ฉะนั้น ในภาพรวมแล้ว เราจะไม่ได้รู้สึกว่าแตกต่างอะไรมากสักเท่าไหร่ … ที่ผมว่าจะใช้ยาก ก็น่าจะเป็นตัวโปรแกรม Adobe Photoshop CC 2014 ครับ เพราะดูเหมือนจะถูกออกแบบมาสำหรับหน้าจอความละเอียดสูงๆ ที่มีขนาดหน้าจอใหญ่ๆ ซะมากกว่า ผลก็คือ User Interface ออกมาเล็กกระจิ๋วหลิวจริงๆ ใช้งานลำบาก

SurfacePro3 Adobe Photoshop UI

แต่กับโปรแกรมอื่นๆ เท่าที่ผมลองใช้ดู ไม่ได้มีปัญหาอะไรนะครับ … ในแง่ของการใช้งานโปรแกรม สเปกของ Microsoft Surface Pro 3 ก็มีแบบที่สามารถใช้งานกับงานหนักๆ อย่างพวกการตัดต่อกราฟิกได้สบายๆ อยู่ ฉะนั้นที่สำคัญคือการเลือกซื้อรุ่นที่เหมาะกับการใช้งานนั่นเอง (เพียงแต่ต้องเข้าใจว่าสนนราคาก็จะแพงตามไปด้วยนะ … เดี๋ยวจะพูดถึงเรื่องราคาในภายหลัง)

ปรับความสว่างจนสุด ก็พอใช้ในสภาพแสงที่สว่างๆมากๆได้อยู่

ความสว่างของหน้าจออยู่ในระดับที่พอเพียงครับ ใช้ในเวลากลางวัน ปรับความสว่างของหน้าจอให้สุดๆ แล้วอยู่ภายในร่มสักนิดหน่อย ให้พอมีเงาบังๆ บ้าง ก็ยังเห็นภาพบนหน้าจอได้โอเคอยู่ แต่หากไปอยู่กลางแดด หรือมีแหล่งกำเนิดแสงส่องมา อันนี้แอบลำบากใจ เพราะว่ากระจกมันสะท้อนแสงเข้าตา … ติดฟิล์มแบบขุ่นอาจจะพอช่วยได้บ้าง ​(ในกรณีใช้งานในร่ม แต่มีแหล่งกำเนิดแสงส่องมาบนหน้าจออ่ะนะ)

ทีนี้มาดูที่การใช้งานในฐานะแท็บเล็ตกันบ้างครับ …

Microsoft account ประสบการณ์ใช้งานหลายอุปกรณ์แบบไร้รอยต่อ
จุดเด่นของระบบปฏิบัติการ Windows ก็คือ การรองรับการใช้งานแบบผู้ใช้งานหลายคน โดยแต่ละคนก็จะมี User account เป็นของตัวเอง โดยสามารถปรับแต่ง Desktop แต่งดังใจแบบตัวใครตัวมัน ดังนั้นเวลาที่ล็อกอินเป็นแต่ละคนเข้ามา Start screen ของแต่ละคนก็จะสีสันแตกต่างกันไป และเห็น App แต่ละคนแตกต่างกันไปเช่นกัน

Start screen ของระบบปฏิบัติการ Windows 8.1

คุณสมบัติที่มี Desktop เป็นของตัวเอง อยู่ที่ว่าล็อกอินเป็นใครเข้ามา … อันนี้เป็นประโยชน์มากเวลาที่มีหลายอุปกรณ์ครับ เช่น คุณพ่อทำงานกับเครื่อง Desktop ที่ห้องทำงาน แล้วหยิบ Microsoft Surface Pro 3 ไปทำงานต่อที่ห้องนั่งเล่น เวลาล็อกอินด้วย Microsoft account ของตัวเอง ก็จะได้หน้าตา และ App ที่ตัวเองเคยติดตั้งไว้มาด้วย … ที่ต้องทำเพิ่มก็คือ กดดาวน์โหลดมาเท่านั้นแหละครับ

เพิ่มประโยชน์การใช้งานด้วย App จาก Windows Store

Windows Store บน Microsoft Surface Pro 3

ตัว Windows Store ที่เป็น App Store สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows 8.1 ก็มีตัวเลือกของ App มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแล้ว เมื่อเทียบกับตอนเปิดตัวครั้งแรกเป็น Windows 8 ดังนั้นก็ต้องขอบอกว่าประสบการณ์ในการใช้งานในฐานะแท็บเล็ตนั้น เรียกว่าดีขึ้นกว่าแต่ก่อนพอสมควร ใครที่อยากจะเล่นเกม ก็มีตัวเลือกให้เล่นมากมายเช่นกัน เช่น เกม Modern Combat 5: Blackout นี่ เล่นบน Microsoft Surface Pro 3 ได้สบายๆ เลยครับ (แหม อันนี้ก็ไม่น่าแปลกอะไร เพราะ CPU สำหรับโน้ตบุ๊กแบบเต็มรูปแบบ มันแรงกว่าพวกสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเยอะ)

เกม Modern Combat 5: Blackout บน Microsoft Surface Pro 3

ทว่าประสบการณ์ในการใช้งานในฐานะแท็บเล็ตของระบบปฏิบัติการ Windows 8.1 เนี่ย มันยังไม่ฟินแบบสุดๆ นะครับ เพราะการสลับกลับไปกลับมาระหว่าง Modern UI (เป็น User Interface แบบใหม่สำหรับการใช้งานในโหมดแท็บเล็ต) และ Desktop UI (เป็น User Interface แบบเดิม) มันยังไม่ต่อเนื่องดีเท่าไหร่

Screenshot

แต่ในแง่การทำงานแบบ Multitasking นั้น Windows 8.1 กินขาดระบบปฏิบัติการคู่แข่งนะครับ เพราะอันนี้คือจุดเด่นแต่ไหนแต่ไรของระบบปฏิบัติการ Windows อยู่แล้ว ซึ่งเราสามารถเปิด Desktop ไปพร้อมๆ กับ App บน Modern UI ได้สบายๆ เลย

คุณภาพเสียงของลำโพงของ Microsoft Surface Pro 3
เมื่อจะใช้งานในฐานะแท็บเล็ตด้วยแล้ว คุณภาพของลำโพงก็จะต้องดีระดับหนึ่งล่ะครับ เพราะในฐานะแท็บเล็ตแล้ว เราก็อาจจะเอามาใช้ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมแบบชิลๆ โดยไม่พึ่งพาพวกลำโพงเสริม หรืออย่างเก่งก็อาจจะใส่พวกชุดหูฟังเท่านั้นเอง ฉะนั้น เลยต้องขอรีวิวเรื่องคุณภาพเสียงลำโพงกันสักหน่อยครับ

ลำโพงของ Microsoft Surface Pro 3

เสียงจากลำโพงให้มิติความเป็น Stereo ที่ดีมาก พื้นที่เสียงกว้าง ฟังแล้วให้ความรู้สึกโปร่ง เนื้อเสียงดีมีมวลที่ฟังดูอิ่ม แต่น่าเสียดายที่แสดงเสียงออกมาติ๋มมากไปหน่อย มีโทนเสียงที่นวลมากจนรู้สึกขาด Attack และ Dynamic (การเน้นน้ำหนัก ความดังเบา) ของเสียง บวกกับทั้งๆที่ขับเสียงเบสออกมาได้ค่อนข้างดี แต่ระดับเสียงเบามากแม้เปิดสุดแล้วทำให้ฟังแล้วไม่สะใจ ผมจึงรู้สึกเหมือนถูกกั๊กความสุนทรีย์ น่าเสียดายจริงๆ

ทั้งนี้ ตอนดูไฟล์ประเภทภาพยนตร์ จะรู้สึกต่างออกไป เพราะมีภาพมาดึงความสนใจออกไปจากเรื่องเสียง ก็ต้องยอมรับว่า Surface Pro 3 นี้ตอบสนองได้ดีอยู่ แต่ถ้าเสียงดังได้มากกว่านี้ก็จะดีมาก เพราะถ้าไม่ได้อยู่ในที่เงียบมากๆ (แค่เสียงแอร์ดังๆ ก็อาจกลบได้เลยทีเดียว) หรือเจอไฟล์ที่เสียงเบาสักหน่อยก็จบเห่เลย

จุดสังเกตเกี่ยวกับลำโพงอีกจุดก็คือ แม้ลำโพงจะอยู่ด้านหน้า แต่การวางลำโพงกับพื้นผิวก็ส่งผลกับลักษณะเสียงไปด้วย คือทำให้เสียงชัดเจนน้อยลง เพราะเสียงต่ำสะท้อนจากด้านหลังลำโพงย้อนออกมา แม้เครื่องจะมีน้ำหนักที่เบา แต่ถ้าถือนานๆ ก็เมื่อยอยู่นะ สำหรับผมแล้วหากลดคุณภาพเสียงลงหน่อยแล้วได้เสียงที่ดังขึ้น บวกกับแก้ปัญหาเสียงต่ำย้อนออกมา น่าจะทำให้เจ้า Microsoft Surface Pro 3 นี้มีเสน่ห์ขึ้นมากๆ

สำหรับช่องหูฟัง ตอนแรกผมทดสอบด้วยหูฟัง Westone UM2 พบว่าเสียงต่ำออกมามากเกินไปจนฟังเบลอและฟุ้งไปหมดจนต้องเปลี่ยนมาทดสอบด้วย Apple EarPods แทน เสียงที่ได้จึง Match กันมากขึ้น รายละเอียดเสียงถูกแสดงออกมาสมดุลกันดี มีน้ำหนักเบสที่ดี ย่านกลาง Flat และย่านสูงที่กำลังสวยดีเลย แต่มีข้อสังเกตคือเสียงที่เน้นลงย่านต่ำลึกๆ จะขาดความกระชับไปหน่อย และมีขอบเสียงต่ำที่ออกมากวนรายละเอียดอื่นๆ ในเพลงไปบ้าง เรื่องระดับเสียงนั้นตรงกันข้ามกับลำโพง ช่องหูฟังกลับมีกำลังขับเสียงที่ล้นเหลือมากๆ จนต้องลดระดับเสียงลงมากว่าครึ่งเลยทีเดียวถึงจะมีระดับเสียงที่พอดี

ความร้อนระหว่างการใช้งาน Microsoft Surface Pro 3
จากประสบการณ์ในการใช้งานอุปกรณ์จำพวก Hybrid ที่ผ่านมา ผมพบว่าการใช้งานแท็บเล็ตที่ใช้ชิป Intel Core i5 เนี่ย ในการใช้งานบางอย่าง (และหลายๆ อย่าง)​ มันก่อให้เกิดความร้อนไม่น้อยทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้งานในฐานะโน้ตบุ๊กไปพักใหญ่ๆ แล้วจะเปลี่ยนมาใช้งานในโหมดแท็บเล็ตต่อเลย บางครั้งความร้อนที่เกิดขึ้นมันก็มากขนาดที่ผู้ใช้งานจับใช้เครื่องในฐานะแท็บเล็ตต่อแล้วรู้สึกไม่สบายมือเลย

ตอนที่ผมเข้าไปร่วมงานเปิดตัว Microsoft Surface Pro 3 รอบบล็อกเกอร์ในประเทศไทย ทาง Microsoft ค่อนข้างภูมิใจกับเรื่องระบบระบายความร้อนของ Microsoft Surface Pro 3 มาก ซึ่งจากที่ทดลองใช้งานดู ผมก็เห็นด้วยว่าระบบระบายความร้อนทำได้ดีกว่าเมื่อก่อนมากทีเดียว แต่ว่าเมื่อใช้งานไปนานๆ ก็ยังรู้สึกได้ว่ามีความร้อนเกิดขึ้น แม้จะไม่ถึงขนาดระดับไม่สบายมือ แต่ก็ยังรู้สึกรำคาญเวลาถือใช้ในฐานะแท็บเล็ตอยู่

บางที Microsoft อาจจะต้องมองในมุมกลับบ้าง เช่น หากไม่สามารถทำให้ความร้อนมันเกิดขึ้นน้อยมากๆ ได้ ก็อาจจะเปลี่ยนวิธีมาเป็น แม้จะเกิดความร้อนขึ้น ผู้ใช้งานก็จะไม่รู้สึกเวลาที่จับถือตัวอุปกรณ์ในฐานะแท็บเล็ตละมั้ง

กล้องถ่ายรูปและวิดีโอของ Microsoft Surface Pro 3
ตัว Microsoft Surface Pro 3 นั้นมาพร้อมกับกล้องดิจิตอลความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ก็พอเพียงสำหรับการถ่ายภาพในแบบต่างๆ อยู่ครับ เพียงแต่ User Interface ของ Camera app นั้นไม่ค่อยมีฟังก์ชั่นอะไรมากสักเท่าไหร่ครับ จริงๆ ถ้าทำให้สามารถปรับโฟกัสและปรับชดเชยแสงได้ด้วยการแตะบนหน้าจอก่อน จากนั้นค่อยกดปุ่มชัตเตอร์เพื่อถ่ายภาพ มันจะดีกว่านี้ แต่นี่การแตะบนหน้าจอ ก็จะเป็นการปรับโฟกัสแล้วถ่ายภาพเลย ไม่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานได้เลือกโฟกัสสักเท่าไหร่

ตัวอย่างรูปภาพ 1
ตัวอย่างรูปภาพ 2

คุณภาพของภาพถ่าย ก็ต้องบอกว่าเพียงพอจริงๆ ครับ คือ ปกติแล้วพวกกล้องบนแท็บเล็ตนั้น แม้จะมีเซ็นเซอร์ที่จำนวนพิกเซลเท่ากัน คุณภาพของภาพถ่ายก็จะสู้พวกกล้องของสมาร์ทโฟนไม่ได้อยู่แล้ว … Microsoft Surface Pro 3 นี่ก็เช่นกันครับ … ข้อจำกัดอีกอย่างของ Camera app บน Windows 8.1 Pro (และ Windows 8.1) ก็คือ ลูกเล่นจำกัดมาก เช่น ไม่มี HDR ไม่สามารถปรับ Exposure ได้ อะไรแบบนี้ เวลาถ่ายภาพในที่สว่างจ้าๆ มันก็เลยออกมาแสงโอเวอร์ในบางจุดนี่แหละครับ

แบตเตอรี่ของ Microsoft Surface Pro 3
จากสเปก Microsoft บอกว่า Microsoft Surface Pro 3 นั้นสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุด 9 ชั่วโมง … ในการใช้งานจริง จำนวนชั่วโมงมันก็แตกต่างกันออกไป ตามแต่ว่าจะใช้งานในพฤติกรรมไหน ความสว่างของหน้าจอ งานที่ทำ การใช้งาน WiFi อะไรพวกเนี้ย เป็นปัจจัยที่ทำให้จำนวนชั่วโมงที่ใช้งานต่อเนื่องได้แตกต่างออกไป

Microsoft Surface Pro 3 ตัวที่ผมได้จาก Microsoft มารีวิวนั้น เป็นรุ่น Core i5 ที่ถือว่ากลางๆ แล้ว ก็พบว่า สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ค่อนข้างนานทีเดียว ลองเอามาใช้แบบไม่ต่อเนื่องมาก แต่ไม่ปิดเครื่อง โดยใช้งานวันละ 1-3 ชั่วโมง ก็พอจะใช้งานได้ราวๆ 2-3 วัน ค่อยมาชาร์จแบตเตอรี่ครับ

Microsoft Surface Pro 3 = Laptop ในดวงใจ?!?
เรามาดูราคาของ Microsoft Surface Pro 3 ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยกันก่อนนะครับว่าเป็นยังไงบ้าง … อย่างที่บอกไปในตอนแรก หากจะให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด ก็ต้องมี Type cover ด้วย ซึ่งเท่ากับว่าเอาราคาตามตารางนี้บวกเข้าไปอีก 4,490 บาทนะครับ … นั่นเท่ากับว่าราคาเริ่มต้นของ Microsoft Surface Pro 3 นี่คือเฉียดๆ 35,000 บาทเลยนะครับ

Thailand Surface Pro 3 Price

ผมเห็นหลายๆ เว็บในต่างประเทศพูดถึงเรื่องของราคาเมื่อเทียบกับสเปกที่ได้ของ Microsoft Surface Pro 3 ว่าแพงเกินไป และเราสามารถเลือกหา Ultrabook ของยี่ห้ออื่นๆ มาใช้งานได้ในราคาที่ถูกกว่าพอสมควร ผมมองว่าเป็นการเปรียบเทียบที่ผิดประเด็นไปหน่อยครับ … โดยความเห็นส่วนตัวแล้ว ผมมองว่าแบบนี้ครับ
• สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปแล้ว แน่นอนว่าสนนราคาแอบแรงอยู่พอสมควรครับ … ราคาระดับนี้ หากเอาไปซื้อ Ultrabook นี่ มีสเปกเมพๆ ให้เลือกเยอะแยะเลยละครับ และก็เพียงพอสำหรับการใช้งานดีแล้วด้วย ฉะนั้น หากไม่ได้มองว่าความสะดวกในการพกพาเป็นเรื่องสำคัญที่สุด แต่เรื่องงบประมาณสำคัญกว่า Microsoft Surface Pro 3 ก็อาจจะไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดนะครับ
• สำหรับผู้ที่มองว่าการพกพาเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ถ้ามีปากกา Stylus ไว้จดโน่นจดนี่ด้วยยิ่งดี งบประมาณเป็นเรื่องรองลงมา ผมว่า Microsoft Surface Pro 3 นี่คือคำตอบเลยทีเดียว ด้วยน้ำหนักแค่ 800 กรัม เมื่อใช้ร่วมกับ Type keyboard ที่บางและพกสะดวกมากมาย ก็เป็น 1,093 กรัม โดยยอมจ่ายแพงเพื่อสิ่งเหล่านี้เลย

บทสรุปของการรีวิว Microsoft Surface Pro 3
ไม่นับเรื่องราคา Microsoft Surface Pro 3 แทบจะเป็นโน้ตบุ๊กในดวงใจของผมทีเดียวเลยละครับ นี่พูดในฐานะบล็อกเกอร์ และคนที่ทำงานบรรยายเป็นประจำด้วย ถือทำออกมาได้ดีมากทีเดียว ใช้งานสะดวก พกพาสะดวก … และแม้ว่าจะนับเรื่องราคาเข้ามาพิจารณาด้วยแล้ว หากเป้าหมายคือการได้โน้ตบุ๊กที่พกพาสะดวก Microsoft Surface Pro 3 ก็ยังเป็นคำตอบที่ดีอยู่ดี

อย่างไรก็ดี Microsoft ก็ยังต้องพยายามโปรโมตในเรื่องของการใช้งานในฐานะแท็บเล็ตให้มากขึ้น และพยายามปรับปรุงคุณภาพของ App บน Modern UI ให้ดีขึ้น โดยเฉพาะพวก App ที่เป็นที่นิยม เช่น Twitter, Facebook หรือ LINE อะไรทำนองนี้

แต่สำหรับคนที่งบประมาณเป็นเรื่องสำคัญ ก็อยากจะแนะนำว่ามอง Ultrabook รุ่นอื่นๆ อาจจะตอบโจทย์มากกว่าครับ.

คงเดช กี่สุขพันธ์
E-Mail: kafaak@gmail.com
Twitter: http://www.twitter.com/kafaak
Facebook: http://www.facebook.com/kafaakBlog
Google+: http://bit.ly/kafaakGPPage
Blog: http://www.kafaak.com

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้