วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ย้อนนาทีแกะรอยล่า มือฆ่าฝรั่ง 'เกาะเต่า' วกวน-จนเจอตัว?

ย้อนนาทีแกะรอยล่า มือฆ่าฝรั่ง 'เกาะเต่า' วกวน-จนเจอตัว?

  • Share:

นับเป็นเวลานานกว่า 17 วันมาแล้ว ที่คดีคนร้ายก่อเหตุฆาตกรรม นางสาวฮานนาห์ วิคตอเรีย วิทเธอริดจ์ กับนาย เดวิด วิลเลียม สองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ เสียชีวิตที่เกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งคดีนี้เป็นคดีที่คนในสังคมให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญ คนร้ายก่อเหตุอย่างอุกฉกรรจ์ และกินเวลานานกว่า 2 สัปดาห์ กว่าการเก็บรวบรวมหลักฐานของตำรวจ จะเริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่าง จนสามารถควบคุมตัวนายโช ชาวพม่า พร้อมเพื่อนอีก 2 ราย เอาไว้ได้ ซึ่งในเบื้องต้นนายโช ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุจริง ตำรวจจึงทำบันทึกไว้

เจ้าหน้าที่เก็บหลักฐาน

เพื่อรอผลดีเอ็นเอมาใช้มัดคนร้าย!??

ย้อนไปดูปฐมบทของเหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดขึ้นวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา ตำรวจพบศพ นางสาวฮานนาห์ นอนอยู่ในสภาพเปลือยกาย หลังโขดหินริมทะเล สภาพศพมีบาดแผลถูกตีที่ศีรษะจนกะโหลกหน้าผากยุบ และห่างไปประมาณ 20 เมตร พบศพนายเดวิด ในสภาพเปลือยกายเช่นกัน มีบาดแผลถูกตีเป็นแผลฉกรรจ์ ที่บริเวณท้ายทอย และศีรษะ ในที่เกิดเหตุพบร่องรอยการต่อสู้ และพบหลักฐานสำคัญ เป็นจอบขุดดินเปื้อนเลือดวางอยู่ รวมทั้งถุงปุ๋ยสีแดงกับถุงยางอนามัยอีก 1 ชิ้น และก้นบุหรี่ตกอยู่ ตำรวจจึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุการณ์ พลตำรวจโทปัญญา มาเม่น ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 8 ได้ลงมาจัดชุดไล่ล่าคนร้ายด้วยตัวเอง พร้อมสั่งการให้นำศพส่งผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ และเก็บดีเอ็นเอจากหลักฐานทุกอย่างที่พบ เอาไว้เปรียบเทียบกับผู้ต้องสงสัย ที่ตำรวจขีดวงเอาไว้หลายกลุ่ม

ผลการผ่าชันสูตรพบว่า ผู้เสียชีวิตมีร่องรอยการมีเพศสัมพันธ์กันมาก่อนที่จะเสียชีวิต และพบอสุจิทั้งในช่องคลอด และทวารหนักในตัวเหยื่อสาว แต่ก็ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นของใคร ดังนั้น ผลตัวอย่างทั้งดีเอ็นเอที่ได้จากศพ และหลักฐานอื่นๆ จึงนับเป็นหลักฐานสำคัญ ที่จะรอการเปรียบเทียบกับตัวอย่างดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัย ที่ตำรวจเก็บตัวอย่างดีเออ็นเอ เอาไว้ถึง 800 ราย

เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ล่าคนร้าย

แต่สุดท้ายก็ไม่พบว่าตรงกับดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยรายใด!??

การทำงานของตำรวจในเบื้องแรก เหมือนย่ำเท้าอยู่กับที่ ชุดคลี่คลายคดี จึงพยายามหาหลักฐานอื่นๆ มาประกอบ ไม่ว่าจะเป็นภาพชายต้องสงสัยจากกล้องวงจรปิด และการสอบปากคำพยานแวดล้อมที่ให้การแตกต่างกันไป แต่ข้อสันนิษฐานแรกที่ตำรวจตั้งเป้าไว้ นั่นคือ กลุ่มแรงงานต่างด้าว ที่เข้ามาทำงานบนเกาะเต่า ที่ตกเป็นกลุ่มต้องสงสัยมากที่สุด

เจ้าหน้าที่หาหลักฐานเพิ่ม ตรงบริเวณโขดหิน

จนกระทั่งในช่วงต้นสัปดาห์ มีคำสั่งจาก พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พลตำรวจโทจักรทิพย์ ชัยจินดา รักษาการรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงไปควบคุมการไล่ล่า และมีการตรวจสอบพยานหลักฐานทุกอย่างใหม่อีกครั้ง เน้นที่กลุ่มแรงงานพม่าที่ยังไม่ได้ตรวจดีเอ็นเอ ที่อาจจะหลงเหลืออยู่ จนกระทั่งพบว่า นายโช ชาวพม่า เข้าข่ายต้องสงสัยมากที่สุด เพราะหลังเกิดเหตุหลบหนีออกจากพื้นที่ไปอย่างไร้ร่องรอย จนกระทั่งตำรวจไปตามจับกุมเอาไว้ได้ที่ท่าเทียบเรือ เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี เมื่อตอนเช้ามืดวันที่ 2 ตุลาคม

จากการสอบสวนนายโช ในชั้นนี้ให้การยอมรับสารภาพว่า ก่อเหตุจริง และเป็นคนเดียวกันกับชายในกล้องวงจรปิด ขณะที่ตำรวจสอบพบว่า คำให้การของนายโช ก็สอดคล้องกับพยานหลักฐานที่เก็บรวบรวมไว้ จึงส่งดีเอ็นเอไปตรวจพิสูจน์เพื่อนำมาเปรียบเทียบ ส่วนผู้ต้องสงสัยอีก 2 ราย ยังคงให้การแบ่งรับแบ่งสู้ ซึ่งตำรวจจะได้นำดีเอ็นเอไปตรวจและนำมาเปรียบเทียบเช่นกัน

"ตัวจริง" หรือ "ตัวปลอม" วัดกันที่พยานหลักฐาน!?!

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้