วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สนช. รับหลักการ ก.ม.ค้างาช้าง-สงวนคุ้มครองสัตว์ป่า

สนช. รับหลักการ ก.ม.ค้างาช้าง-สงวนคุ้มครองสัตว์ป่า

  • Share:

มติ สนช. รับหลักการ ก.ม.ค้างาช้าง ร่าง พ.ร.บ.สงวนคุ้มครองสัตว์ป่า สกัดแก๊งลักลอบซื้อขายข้ามชาติ พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 15 คน

วันที่ 2 ต.ค. ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมได้ลงมติเอกฉันท์ 197 เสียง รับหลักการวาระที่ 1 พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา จำนวน 15 คน และรับหลักการร่าง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ... ด้วยมติเอกฉันท์ จำนวน 196 คน โดยใช้คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดเดียวกับร่าง พ.ร.บ.การค้างาช้าง

ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าว มี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม พิจารณา ร่าง พ.ร.บ. การค้างาช้าง พ.ศ. ... โดยมีหลักการและเหตุผลคือประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมการค้าการครอบครองงาช้าง หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากงาช้างตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า แต่ยังไม่มีกฎหมายควบคุมการค้าและการครอบครองงาช้าง หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากงาช้างตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะ จึงมีการนำช้างป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามาสวมสิทธิและจดทะเบียนเป็นสัตว์พาหนะเพื่อตัดงาช้าง

รวมถึงลักลอบนำเข้างาช้างแอฟริกาเพื่อนำมาค้า หรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากงาช้าง ประกอบกับไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) จึงมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาที่กำหนดให้ประเทศสมาชิกต้องมีมาตรการควบคุมการค้างาช้าง หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากการแปรรูปงาช้างภายในประเทศมิให้ปะปนกับงาช้างที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ทั้งนี้ ร่างดังกล่าวมีการกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้รักษาการตามกฎหมาย โดยมีสาระสำคัญ ให้ผู้ประกอบกิจการค้างาช้างต้องยื่นคำขออนุญาตประกอบกิจการต่ออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาต การอนุญาต การประกอบกิจการ และการพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ห้ามผู้ใดส่งออกหรือนำเข้างาช้าง เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี ผู้ใดที่มีงาช้างไว้ครอบครองต้องมาแจ้งต่ออธิบดี เพื่อออกเอกสารการครอบครองไว้เป็นหลักฐาน

หากกรณีใดน่าสงสัย ให้ผู้ครอบครองนำเอกสารมายืนยันว่าได้งาช้างมาโดยถูกต้องตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่สามารถพิสูจน์ได้ก็ให้ยึดตกเป็นของแผ่นดินภายใน 30 วัน แต่เจ้าของมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีได้ภายใน 15 วัน โดยให้คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีเป็นอันสิ้นสุด นอกจากนี้ หากผู้ครอบครองช้างต้องการโอนการครอบครอง เปลี่ยนแปลงสถานที่ แปรสภาพ หรือเปลี่ยนรูปร่างงาช้างที่อยู่ในความครอบครอง ต้องแจ้งเป็นหนังสือต่ออธิบดีก่อนวันดำเนินการ โดยกฎหมายให้อำนาจเจ้าพนักงาน (ตำรวจ) สามารถเข้าไปตรวจสอบสถานที่ประกอบกิจการในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทำการของสถานที่เพื่อตรวจสอบ

ส่วนการกำหนดบทลงโทษ หากไม่มีการแจ้งประกอบการกับอธิบดี หรือนำเข้า ส่งออกโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หากมีไว้ครอบครองแล้วไม่มีการแจ้ง หรือโอนการครอบครอง เคลื่อนย้าย แปรสภาพงาช้างโดยไม่แจ้งก่อนล่วงหน้า มีโทษปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท และหากไม่อำนวยความสะดวกให้กับเจ้าพนักงาน มีโทษปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท ทั้งนี้ สมาชิก สนช.ส่วนใหญ่อภิปรายสนับสนุนร่างดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีปัญหาเกี่ยวกับการลักลอบซื้อขายงาช้างจำนวนมาก และแสดงความเป็นห่วงต่อการจำแนกช้างไทย ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้มีการทำอย่างเป็นระบบและรัดกุมมากนัก ซึ่งอาจก่อให้เกิดช่องโหว่ให้เจ้าหน้าที่รัฐแสวงหาประโยชน์ หรือกลายเป็นเหตุถูกฟ้องร้องได้ 

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้