วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แม่วัย 76 เตรียมรำแก้บน ลูกชายแรงงานทาสเกาะอัมบนกลับถึงบ้าน

แม่วัย 76 เตรียมรำแก้บน ลูกชายแรงงานทาสเกาะอัมบนกลับถึงบ้าน

  • Share:

แม่วัย 76 เตรียมรำแก้บนหลวงพ่อโสธร หลังลูกชายแรงงานทาสเกาะอัมบนชาวอุดรฯ กลับถึงไทย ขณะที่ทางบ้านเตรียมเก็บกวาดบ้าน ต้อนรับลูกชาย แต่คาดว่าลูกชายจะกลับบ้านในอีก 2 วัน เพราะยังต้องให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ พม.ก่อน...

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 2 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบ บ้านเลขที่ 147 ม.11 บ้านนาทองคำ ต.หนองไผ่ อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ นายทองศรี พรหมวิบุตร อายุ 45 ปี หรือนายแบน หนึ่งในแรงงานทาส จำนวน 6 คน ในเรือประมง บนเกาะอัมบน ประเทศอินโดนีเซีย โดยเจ้าหน้าที่ส่วนเกี่ยวข้องได้เข้าไปช่วยเหลือ และนำตัวทั้ง 6 คน เดินทางกลับมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย ในช่วงเย็นวานนี้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น เมื่อไปถึงที่บ้านหลังดังกล่าว มีลักษณะทรุดโทรม ซึ่งเป็นบ้านไม้ยกสูงจากพื้น ประมาณ 1.2 เมตร หลังคามุงสังกะสีและหญ้าคา

พบเพื่อนบ้านและญาติๆ ต่างนั่งคุยกันถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น อยู่ที่ซุ้มมุงหญ้าคาหน้าบ้าน โดยมีแม่กับพ่อวัยชรา คือ นางจันดี พรหมวิบุตร อายุ 76 ปี นั่งอยู่บนแคร่ และนายชาย พรหมวิบุตร อายุ 83 ปี (หูหนวก) นั่งอยู่เปลบนระเบียงบ้านกับหลานสาว โดยมี นางสำราญ เจริญศิลป์ อายุ 36 ปี น้องสาว กำลังเก็บที่นอนหมอนมุ้ง รวมทั้งเสื้อกันหนาวตัวโปรดของพี่ชาย ที่วางอยู่ระเบียงหน้าบ้าน ซึ่งเป็นที่นอนของพี่ชายตอนที่พักอาศัยอยู่ด้วยกัน มาทำความสะอาด เพื่อรอรับขวัญพี่ชายกลับบ้านในเร็ววัน หลังจากทราบข่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือพี่ชายที่ถูกหลอกไปค้าแรงงานทาส บนเรือประมงในประเทศอินโดนีเซีย และได้เดินทางกลับมาร่วมกับเพื่อนอีก 5 คน ถึงประเทศไทยช่วงเย็นวานนี้

นางสาวสำราญ เปิดเผยว่า เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่จากศูนย์ให้คำปรึกษาปัญหาด้านแรงงานและคดีความ และเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.อุดรธานี ได้เดินทางมาตรวจสอบชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวของพี่ชาย พร้อมกับแจ้งว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าได้เข้าช่วยเหลือพี่ชายของตนที่ถูกหลอกไปค้าแรงงานทาสในเรือประมงแล้ว และจะกลับถึงบ้านเกิดอีก 2 ถึง 3 วัน เพราะต้องให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ใน กทม.

"ก่อนหน้านี้ คนในครอบครัวไม่เคยทราบเลยว่า พี่ชายไปทำงานอยู่ที่ไหน ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา รู้เพียงว่าไปหางานทำที่กรุงเทพฯ ติดต่อก็ไม่ได้ ซึ่งคนในครอบครัวและเพื่อนบ้านต่างพากันเป็นห่วง กลัวจะถูกหลอกไปค้าแรงงาน หรือไปในทางที่ไม่ดีตามที่เคยเป็นข่าว เพราะพี่ชายเป็นคนไม่แข็งแรง ป่วยเป็นวัณโรค และดวงตาด้านขวามองไม่ค่อยเห็น หรือเกือบบอดสนิท หลังจากเมื่อครั้งไปทำงานเชื่อมเหล็กโครงสร้างอาคารบ้านเรือนใน กทม. ที่ผ่านมาได้เกือบ 10 ปี" น้องสาว กล่าว

ส่วนนางจันดี กล่าวว่า นายทองศรี ลูกชายคนที่ 3 ของตน เป็นคนขยัน ไม่เกียจคร้าน และไม่มีครอบครัว เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงทำงานช่วยน้องสาวและน้องเขย หาเลี้ยงคนในครอบครัว โดยที่พี่น้องอีก 4 คน ทั้งหญิงชายต่างพากันออกบ้านไปสร้างครอบครัว จะมีก็แต่นายแบนและลูกเขย ออกไปทำงานก่อสร้างหาเลี้ยง ส่วนลูกสาวก็คอยดูแลพ่อแม่ที่แก่ชรา รวมถึงดูแลหลานสาวและหลานชายที่ยังเล็กอยู่อีก 2 คน ตลอดระยะเวลา 3 เดือน เป็นห่วงลูกชายมาก เพราะเขาไม่ติดต่อมาที่บ้านเลย ได้แต่สวดมนต์ภาวนาบนบานศาลกล่าว ต่อหน้ารูปเหมือน หรือองค์จำลองหลวงพ่อโสธร ที่ประดิษฐานอยู่ในวัดของหมู่บ้าน ให้อยู่รอดปลอดภัย หลังทราบข่าวว่าถูกหลอกไปค้าแรงงานทาสบนเรือประมง และทางเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือกลับมาประเทศไทยจนปลอดภัยแล้ว ตนดีใจและขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ช่วยเหลือลูกชายของตนในครั้งนี้ และจะได้รำถวายแก้บนต่อหน้ารูปเหมือนหลวงพ่อโสธรในวัด ช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ 2558 ที่จะถึงนี้

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้