วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ฉัตรชัย' ถก 4 เจ้าสัว ดึงร่วมดูแลสินค้าเกษตร-ค่าครองชีพ

'ฉัตรชัย' ถก 4 เจ้าสัว ดึงร่วมดูแลสินค้าเกษตร-ค่าครองชีพ

  • Share:

"ฉัตรชัย" ถก 4 เจ้าสัว ดึงร่วมดูแลสินค้าเกษตร ค่าครองชีพประชาชน หนุนเดินหน้าปฏิรูปประเทศ มั่นใจส่งออกไทยปีนี้ไม่ติดลบแน่ ด้านเจ้าสัวเจริญ ดีใจแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เชื่อมโยงการทำงานสร้างรายได้ให้รากหญ้า...

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 2 ต.ค. นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการบริหารบริษัท ไทยเบฟเวอร์เรจ จำกัด (มหาชน) นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการและกรรมการบริหาร กลุ่มสหพัฒน์ และนายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทกลุ่มเซ็นทรัล และคณะ ได้เดินทางเข้าพบ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ พร้อมกับผู้บริหารระดับสูงกระทรวง

พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวภายหลังการหารือว่า ได้เล่าให้นักธุรกิจฟังถึงนโยบายของรัฐบาล ทั้งระยะสั้น 3 เดือนที่เน้นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และระยะยาวใน 1 ปี ที่เป็นการวางรากฐานทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งได้ขอความร่วมมือว่าปฏิรูปประเทศ และอย่าทำอะไรที่เป็นการขัดขวางการปฏิรูป ส่วนในเรื่องสินค้าเกษตรนั้น ได้ขอให้ภาคเอกชนผลิตสินค้าที่มีคุณภาพมากกว่าปริมาณ และสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในอนาคต

"ภาคเอกชน สนับสนุนให้รัฐบาลใช้กลไกตลาดเป็นตัวขับเคลื่อนราคา ไม่อยากให้รัฐบาลมีนโยบายแทรกแซงราคา ที่ทำให้กลไกตลาดบิดเบือน ส่วนราคาข้าวที่มีข่าวว่าตกต่ำนั้น ขณะนี้กำลังปรับขึ้น แต่การที่รัฐบาลยังต้องใช้เงิน 40,000 ล้านบาท ช่วยเหลือชาวนา ถือเป็นการช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อย ซึ่งจะมีผลทำให้ชาวนามีเงินใช้จ่าย และดันให้เศรษฐกิจฐานรากขยายตัวได้"

นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งได้เล่าให้ภาคเอกชนฟังว่า ขณะนี้ ประชาชนกำลังเดือดร้อนจากค่าครองชีพสูง แต่ไม่ได้ขอให้ตรึงราคาสินค้าต่อไป เพราะเชื่อว่าภาคเอกชนให้ความร่วมมืออยู่แล้ว ขณะเดียวกัน ยังได้หารือถึงการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน หากผลักดันให้ขยายตัวมากขึ้นอีก ก็จะทำให้การค้าระหว่างประเทศของไทย และเศรษฐกิจไทยขยายตัวได้อีกมาก รวมถึงได้แจ้งถึงการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ที่รัฐบาล ต้องดำเนินการเพื่อลดต้นทุนด้านการขนส่งให้กับภาคเอกชน

พร้อมกันนั้น ยังได้แจ้งอีกว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการแก้ไขกฎหมายของทุกหน่วยงานในสังกัด กระทรวงพาณิชย์ 20 ฉบับ ให้ทันสมัย และทันเหตุการณ์มากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับ ซึ่งจะแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน และต้องเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใน 3 เดือน

ส่วนสถานการณ์การส่งออกของไทยยอมรับว่า มูลค่าการส่งออกของไทยเดือน ส.ค.57 ลดลงมากเมื่อเทียบกับเดือนส.ค.56 เพราะสถานการณ์ภายในประเทศของไทย และสถานการณ์เศรษฐกิจโลกต่างกันมาก โดยเมื่อช่วงต้นปี 57 ไทยยังมีปัญหาการเมืองในประเทศ ทำให้ต่างประเทศไม่เชื่อมั่น แต่หลังจากวันที่ 22 พ.ค.57 ความเชื่อมั่นเริ่มกลับมาแล้ว เชื่อว่า มูลค่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมั่นใจอัตราการขยายตัวของการส่งออกในปีนี้ จะไม่ติดลบเหมือนที่ภาคเอกชน คาดการณ์อย่างแน่นอน

ด้านนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการบริหารบริษัท ไทยเบฟเวอร์เรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า รู้สึกดีมาก ที่กระทรวงพาณิชย์ได้มีการเชิญภาคเอกชนเข้ามาหารือ เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นระหว่างภาครัฐและเอกชนด้วยกัน เบื้องต้นได้มีการหารือเกี่ยวกับการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างรายได้ให้กับรากหญ้า แต่ยังไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดมากนัก หลังจากนี้ ภาคเอกชนจะเข้าพบ รมว.พาณิชย์ เพื่อหารือถึงสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจในต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้