วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไทยพาณิชย์ คาดกระตุ้นเศรษฐกิจ หนุนจีดีพีปีหน้าโต 4.8%

ไทยพาณิชย์ คาดกระตุ้นเศรษฐกิจ หนุนจีดีพีปีหน้าโต 4.8%

  • Share:

ไทยพาณิชย์ แนะ 3 แนวทาง ใช้นวัตกรรมสูง แสวงหาตลาดใหม่ ปรับตัวสอดคล้องพฤติกรรมกลุ่มใหม่ ยกระดับการเติบโตเศรษฐกิจไทย คาดจีดีพีปีหน้าโต 4.8% ประเมินสินเชื่อปี 57 โต 5% เชื่อมาตรการช่วยเหลือชาวนากระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น...

นางสาวสุทธาภา อมรวิวัฒน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์และผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส ศูนย์วิจัย เศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า การขาดแคลนแรงงานของไทยทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ รวมถึงการลงทุนที่อยู่ในระดับต่ำในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา และยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงวิกฤติปี 1997 จึงทำให้ศักยภาพในการเติบโตของประเทศไทยในระยะกลางเฉลี่ยอยู่ที่ 3.5% เท่านั้น

ขณะเดียวกัน ได้เสนอ 3 แนวทางเพื่อใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของประเทศไทยในการยกระดับศักยภาพในการเติบโต ดังนี้ 1. ขับเคลื่อนประเทศไปสู่ห่วงโซ่การผลิตที่ใช้นวัตกรรมที่สูงขึ้น โดยทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันส่งเสริมการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับอุปสงค์ในตลาดโลก และการกระตุ้นให้ภาคเอกชนของไทยสนใจลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา เช่น การสร้างศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ผลิตไทยในการพัฒนานวัตกรรม เพื่อให้ไทยสามารถขยับไปสู่ห่วงโซ่การผลิตที่สูงขึ้น

2. แสวงหาตลาดผู้บริโภคใหม่ๆ โดยการเสริมสร้างศักยภาพให้ SMEs ไทย สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ตัวอย่างเช่น การปรับโครงสร้าง BOI เพื่อให้บริการที่ครอบคลุมการทำธุรกิจในต่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบ จะเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับธุรกิจไทยในการบุกเบิกตลาดที่มีโอกาสทางธุรกิจสูง เช่น ตลาดในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) และกลุ่มชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทยและนักท่องเที่ยว ซึ่งมีความต้องการสินค้าและบริการที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

3. ปรับตัวให้เข้ากับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป ซึ่งธุรกิจควรปรับกลยุทธ์และโมเดลธุรกิจเพื่อรองรับความต้องการที่แตกต่างของผู้บริโภคจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว และบทบาทที่เพิ่มขึ้นของกลุ่ม Gen Y (ผู้ที่เกิดในช่วงปี 1981-2000) ซึ่งปัจจุบันคิดเป็น 28% ของประชากร ใกล้เคียงกับกลุ่มผู้สูงอายุ และมีพฤติกรรมการใช้จ่ายที่แตกต่างชัดเจนจากประชากรกลุ่มอื่นๆ

ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ออกมาโดยเฉพาะในส่วนที่ช่วยเหลือชาวนา 40,000 ล้านบาท จะสามารถช่วยเศรษฐกิจได้ในระยะสั้น ซึ่งไม่ส่งเสริมให้ก่อหนี้ จึงไม่บิดเบือนกลไกตลาด แต่จะเป็นการกระตุ้นการใช้จ่าย เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายสูง

อย่างไรก็ตาม ในระยะต่อไปไทยยังคงมีความเสี่ยงทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งการขาดแคลนแรงงานฝีมือและการลงทุนขนาดใหญ่ ซึ่งหากมีการแก้ไขได้จะช่วยให้ภาคเอกชนลงทุนตาม ซึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะช่วยให้จีดีพีปีหน้าขยายตัวได้ร้อยละ 4.8

ด้านนายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร SCB ประเมินว่า สินเชื่อปีหน้ายังคงเติบโตระดับ 5-7% ซึ่งได้ปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และน่าจะเติบโตจากอุตสาหกรรมก่อสร้าง ขณะที่สินเชื่อในปีนี้ คาดว่าจะโต 5%.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้