วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผู้ว่าฯ ธปท.มองศก.ไทยผ่านจุดต่ำแล้ว ประเมินจีดีพีปีหน้าโต 4.8%

ผู้ว่าฯ ธปท.มองศก.ไทยผ่านจุดต่ำแล้ว ประเมินจีดีพีปีหน้าโต 4.8%

  • Share:

ผู้ว่าฯ ธปท.มองเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้วหลังโรครุมเร้าเพราะพิษการเมือง คาดจีดีพีปี 57 โต 1.5% ปีหน้าโต 4.8% จับตาสภาวะเคลื่อนย้ายเงินทุน-ประชาชนออมน้อย หันลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง...

เมื่อวันที่ 2 ต.ค. นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยเปรียบได้กับคนไข้ที่มีร่างกายอ่อนแอ มิหนำซ้ำยังถูกโรคภัยไข้เจ็บรุมเร้า ซึ่งจะเห็นได้ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรกเติบโตเพียง 0.1% เท่านั้น โดยอัตราการขยายตัวนั้นต่ำกว่าศักยภาพของประเทศค่อนข้างมาก ดังนั้น หากประเทศไทยไม่ตกอยู่ในสภาวะป่วยไข้ เศรษฐกิจไทยจะสามารถเติบโตได้ดีกว่านี้ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาการเมืองในประเทศค่อนข้างมีความยืดเยื้อยาวนาน

ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้ายังไม่มีการฟื้นตัวเต็มที่ แม้จะมีบางประเทศที่เติบโตได้แต่ก็นับว่าเป็นเพียงการเติบโตอย่างช้าๆ จึงส่งผลให้ภาคส่งออกยังไม่ได้รับอานิสงส์เท่าที่ควร เพราะฉะนั้น ธปท. จึงต้องสร้างความมั่นใจในภาคการบริโภคของประชาชน โดยดูแลตลาดการเงินให้มีเสถียรภาพ พร้อมๆ กับ ดูแลกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือเอสเอ็มอีให้มีศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้น ควบคู่ไปกับการควบคุมภาวะการก่อหนี้ของภาคครัวเรือน

"ธปท. มองว่าเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงของการฟื้นตัวในระยะแรก โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 57 จะสามารถเติบโตได้ 1.5% ส่วนปี 58 ประเมินว่าจะเติบโตทั้งปี 4.8%" นายประสาร กล่าว

ทั้งนี้ เชื่อว่า ภายหลังจากนี้ทิศทางของการเมือง การบริหารงานและการใช้จ่ายภาครัฐจะเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเป็นเครื่องสนับสนุนความเชื่อมั่นในการลงทุนให้เกิดแก่ภาคเอกชน และกระตุ้นการใช้จ่ายภาคครัวเรือนให้ปรับตัวดีขึ้น โดยจะเห็นได้จากดัชนีชี้วัดการใช้สินค้าไม่คงทนในภาคครัวเรือนที่ปรับตัวดีขึ้น รวมทั้ง อุตสาหกรรมการก่อสร้าง การท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ก็เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามมีอยู่ 2 ประเด็น คือ เศรษฐกิจโลกมีการฟื้นตัวแตกต่างกันออกไป ดังนั้น นโยบายทางการเงินของแต่ละประเทศจึงมีความแตกต่างกันออกไป จึงอาจส่งผลให้เกิดสภาวะเคลื่อนย้ายเงินทุนได้ และอีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ การคงดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำจะทำให้ประชาชนมีแรงจูงใจในการออมน้อยลงและหันไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้