ชี้ขาดสถานะ13 เด็กอุ้มบุญ คาดรู้ผลชัดสัปดาห์หน้า

ข่าว

    ชี้ขาดสถานะ13 เด็กอุ้มบุญ คาดรู้ผลชัดสัปดาห์หน้า

    ไทยรัฐออนไลน์

      2 ต.ค. 2557 16:13 น.

      มอบพม.เจ้าภาพถกสถานะ13 เด็กอุ้มบุญชาวญี่ปุ่น คาดสัปดาห์หน้าได้ข้อสรุป ด้านกลุ่มหลากหลายทางเพศแสดงความต้องการที่อยากมีบุตร ขอชะลอพิจารณา...

      เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมเพื่อขับเคลื่อนระบบงานด้านการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์(อุ้มบุญ)ว่า ได้เชิญแพทยสภากระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนอัยการ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ หารือความคืบหน้าประเด็นต่างๆซึ่งองค์ประกอบของการอุ้มบุญเกี่ยวข้องทั้งด้านกฎหมาย แม่อุ้มบุญ ด้านสังคมและเด็กที่เกิดขึ้น

      ขณะนี้ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาจากนั้นจะนำเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยกระบวนการคาดว่าปีหน้ามีความเป็นไปได้ที่จะสามารถบังคับใช้เป็นกฎหมายส่วนเด็ก 13 คนที่เกิดจากหญิงรับจ้างตั้งครรภ์แทนให้กับพ่อชาวญี่ปุ่นซึ่งอยู่ในความดูแลของ พม.นั้นได้กำชับให้ดูแลอย่างดี ส่วนสถานะของเด็กนั้นยังไม่มีความชัดเจน ได้มอบหมายให้ พม.เป็นเจ้าภาพหารือกับแพทยสภาพิจารณาให้รอบคอบทั้งในแง่กฎหมายจิตวิทยา และด้านสังคม คาดว่าสัปดาห์หน้าน่าจะมีความชัดเจน

      นอกจากนี้ ได้ขอให้แพทยสภาเพิ่มมาตรฐานคลินิกหรือสถานพยาบาลให้บริการทำอุ้มบุญที่ขึ้นทะเบียนไว้ 42 แห่งและทำความเข้าใจกับแพทย์ในเชิงจริยธรรมถึงการอุ้มบุญจะต้องไม่ให้มีการซื้อขายหรือกระทำการใดๆ เชิงพาณิชย์ ต้องเป็นไปเพื่อดูแลผู้ที่มีบุตรยาก และต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของมารดาที่ตั้งครรภ์แทนด้วยซึ่งต้องตรวจสอบให้ชัดเจน หากฝ่าฝืนต้องมีบทลงโทษตามมาตรการแพทยสภา

      ด้าน พญ.วิบูลพรรณ ฐิตะดิลก ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า รมว.พม.เน้นย้ำเรื่องการดูแลคุ้มครองเด็กที่เกิดจากการอุ้มบุญที่ต้องดำเนินการอย่างครบวงจรทั้งสุขภาพกายและใจ แต่บางช่วงที่ยังมีอะไรไม่ชัดเจนต้องคุ้มครองดูแลเด็กเหล่านี้ไว้อย่างดีและดำเนินการจัดการให้มีคุณพ่อคุณแม่ที่สมบูรณ์ครบถ้วนที่สุด ทั้งนี้ ต้องยึดตามหลักกฎหมายด้วยซึ่งการดูแลเด็กกลุ่มนี้มีทั้งมิติทางการแพทย์ กฎหมาย และสังคมส่วนกรณีกลุ่มหลากหลายทางเพศแสดงความต้องการที่อยากมีบุตรด้วยนั้นต้องมองว่าสังคมไทยใช้กฎหมายไทยอยู่ดังนั้นความหลากหลายทางเพศจะต้องขอคิดหรือชะลอไว้ก่อน แต่เราไม่ได้ปิดกั้น เพียงแต่ต้องตั้งต้นก่อนว่าอยากให้เด็กมีพ่อแม่มีแม่ที่สามารถจะให้นมลูกได้.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม 2564 เวลา 14:29 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์