วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อนาคตแรงงานไทยในไต้หวันลดลงอีก โรงงานย้ายฐานไปเปิดที่จีน

อนาคตแรงงานไทยในไต้หวันลดลงอีก โรงงานย้ายฐานไปเปิดที่จีน

  • Share:

รองอธิบดีกรมการกงสุล ไปตรวจสอบแรงงานไทยในไต้หวันพบว่าลดลงจากเคยมี 2 แสนคน ลดเหลือ 7 หมื่นคน และอนาคตมีแนวโน้มลดลงอีก เพราะโรงงานในไต้หวันปิดตัวย้ายฐานไปเปิดที่จีน เนื่องจากค่าแรงถูกกว่า แต่ไต้หวันยังต้องการแรงงานไทยเพราะขยันและมีระเบียบ เตรียมเสนอเจรจาลดค่าหัวแรงงานไทยไปไต้หวัน เพื่อช่วยแรงงาน

นายประสิทธิพร เวทย์ประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมการกงสุล เปิดเผยเมื่อเช้าวันที่ 2 ต.ค. ว่า เมื่อปลายเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมชุมชนและแรงงานไทย ในไต้หวัน เพื่อไปดูว่าขณะนี้ความเป็นอยู่เป็นอย่างไร เนื่องจากข้อมูลเคยมีคนไทยและแรงงานไทยอยู่ที่ไต้หวันเป็นจำนวนมาก ประมาณ 2 แสนคน แต่จากข้อมูลล่าสุดเหลืออยู่เพียง 65,000-70,000 คน จึงติดต่อประสานงานกับสำนักงานแรงงานที่ไต้หวัน เพื่อไปตรวจเยี่ยมและตรวจสอบถึงสาเหตุที่คนไทยลดน้อยลง โดยนางรติวัณณ สนุทรา ผู้อำนวยการสำนักงานแรงงานไทยในไต้หวัน ได้จัดนำไปเยี่ยมแรงงานชายที่ทำงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรม โรงงานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า และไปเยี่ยมแรงงานหญิงที่ทำงานอยู่ในโรงงานเย็บชุดชั้นใน ที่เมืองเถาหยวน ซึ่งมีโรงงานอุตสาหกรรมอยู่มาก

สำหรับปัญหาที่พบขณะนี้ นายประสิทธิพร เผยว่า แรงงานได้รับค่าตอบแทนเป็นเพียงขั้นต่ำต่อเดือน ประมาณ 19,000 บาท ขณะที่แต่ละคนยังต้องถูกหักค่าใช้จ่าย ซึ่งส่วนหนึ่งคือค่าเดินทางไปไต้หวัน ที่ผ่านกรมการจัดหางาน บริษัทจัดหางานทางประเทศไทยช่วยดำเนินการให้ โดยร่วมกับบริษัทที่ไต้หวัน พอเดินทางไปถึงก็จะต้องโดนหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมด โดยปีแรกจะต้องโดนหักรายเดือนๆ ละ 1,800 บาท และแรงงานไทยจะต้องอยู่ในสถานที่ที่ทางบริษัทจัดหาไว้ให้ ซึ่งจะต้องมีรายจ่ายในเรื่องที่พัก ค่าอาหาร แต่ละเดือนอีกไม่น้อยกว่า คนละ 2,500 บาท รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่แรงงานแต่ละคนโดนหักใน 1 เดือน ไม่ต่ำกว่า 4,000-5,000 บาท เพราะฉะนั้น จะเหลือรายรับต่อเดือนเพียง 14,000 - 15,000 บาท ซึ่งน้อยมากถ้าเทียบกับที่อยู่เมืองไทย แต่ที่ยังคงอยู่ได้ เพราะทุกคนต้องทำงานล่วงเวลา อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 4 ชม. ทำให้มีรายได้เพิ่มอีกประมาณ 10,000 บาท ใน 1 เดือนแรงงานไทยจะมีรายได้ส่งกลับมาเมืองไทยไม่น้อยกว่า เดือนละ 25,000 บาท ทำให้มองว่าคุ้มกับการไปทำงานที่ไต้หวัน

นายประสิทธิพร รองอธิบดีกรมการกงสุล เปิดเผยถึงการดูแลแรงงานไทยในไต้หวันว่า นายจ้างให้การดูแลเป็นอย่างดี จากการสอบถามนายจ้างได้เล่าให้ฟังว่า แรงงานไทยเป็นคนที่ขยัน มีอัธยาศัยดี และรักษากฎระเบียบ เป็นอยางดี อาจจะมีปัญหาบ้างแต่เล็กน้อยเรื่องดื่มสุรา แต่ก็ทำความเข้าใจกันได้ ทำให้นายจ้างชอบแรงงานไทย

ส่วนแรงงานไทยที่เข้าไปทำงานแต่ละช่วงจะมีระยะเวลา 3 ปี หลังจากหมดสัญญา นายจ้างจะพิจารณาต่อสัญญาให้ ถ้าแรงงานคนนั้นดี ทำงานมีประสิทธิภาพ นายจ้างสามารถจ้างงานต่อเนี่องได้ไม่เกิน 4 ครั้ง คือ 12 ปีต่อเนื่อง จึงเป็นเหตุจูงใจให้แรงงานไทยมีความขยันขันแข็งและประพฤติตนดี เพื่อจะได้อยู่ต่อสัญญาตามกำหนด

"จากการตรวจเยี่ยม ได้เห็นความเป็นอยู่ ที่พัก อาหาร วันหยุดจากการทำงานสัปดาห์ละ 2 วัน แรงงานก็จะได้รับอิสระในการพักผ่อนอย่างเต็มที่ และทางการไต้หวันมีการจัดงานสังสรรค์ให้แรงงานแต่ละชาติร่วมกิจกรรมสันทนาการ พร้อมแสดงด้านวัฒนธรรม และมอบรางวัลแก่แรงงานจากต่างประเทศ ซึ่งก็มีทั้งอินโดนิเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และไทยด้วย แรงงานไทยก็ได้รับรางวัลดีเด่นในเรื่องความขยัน โดยมีป้ายประกาศ พร้อมเงินรางวัล ซึ่งจะเป็นการรับรองให้ได้รับการต่อสัญญาแน่นอน" นายประสิทธิพร กล่าว

นายประสิทธิพร กล่าวถึงเรื่องอนาคตแรงงานไทยในไต้หวัน ว่า ขณะนี้นักธุรกิจในใต้หวันได้ปิดโรงงานในไต้หวัน ไปเปิดโรงงานที่ประเทศจีนแทน เพราะค่าแรงถูก ซึ่งทำให้ความต้องการแรงงานในโรงงานลดน้อยลง แรงงานชายไทยส่วนใหญ่จะอยู่ในโรงงานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนแรงงานหญิงจะอยู่ในโรงงานเย็บชุดชั้นในชายหญิง ส่วนแรงงานที่มากจากประเทศอื่นๆ เช่น อินโดนิเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ จะอยู่ในส่วนของงานผู้ช่วยแม่บ้านและดูแลบ้าน ซึ่งแรงงานไทยไม่นิยมไปทำ มองแล้วอนาคตแรงงานไทยในไต้หวันก็อาจลดลงอีก หากโรงงานในไต้หวันย้ายฐานไปเปิดที่ประเทศจีน แต่มีแนวคิดว่าจะหารือกับกระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเจรจาเรื่องค่าหัวแรงงานไทยในไต้หวัน หากสามารถเจรจากับบริษัทนายหน้าให้ลดลง ก็จะเป็นการช่วยเหลือแรงงานไทยในไต้หวัน มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้