วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ครุฯ จุฬาฯ ร่วมมือเอกชน เปิดเวทีพัฒนา 'วิชาชีพครู' ให้เป็นสากล

ครุฯ จุฬาฯ ร่วมมือเอกชน เปิดเวทีพัฒนา 'วิชาชีพครู' ให้เป็นสากล

  • Share:

คณบดีครุฯ จุฬาฯ ร่วมราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และภาคเอกชน เปิดมหกรรมเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู EDU 2014 ชูแนวคิด "การประเมินเพื่อการเรียนรู้" ชี้ช่วยพัฒนาครูให้เป็นสากลมากขึ้น พร้อมดึงส่วนจิตแพทย์ด้านเด็กให้ความรู้ครู ช่วยเหลือเด็กก่อนถึงขั้นเรื้อรัง ขณะมีผู้เชี่ยวชาญจากฟินแลนด์ร่วมแลกเปลี่ยน...

เมื่อวันที่ 2 ต.ค.57 ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ.ดร.บัญชา ชลาภิรมย์ คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ครุศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมมือกับโครงการ EDUCA 2014: มหกรรมทางการศึกษาเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู ครั้งที่ 7 ภายใต้แนวคิด "Assessment for Learning : การประเมินเพื่อการเรียนรู้" เนื่องจากเห็นความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพของวิชาชีพครู ซึ่งลูกศิษย์ และนิสิตนักศึกษาครุศาสตร์ หรือศึกษาศาสตร์จะได้มีส่วนเติมเต็มความรู้และเทคนิคในการจัดการเรียนการสอน ทั้งนี้ คาดหวังว่านิสิตวิชาชีพครู และครูทั่งประเทศจะได้พัฒนาคุณภาพให้เป็นสากลมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิรูปการศึกษาที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะครูเป็นเหมือนคานงัดการศึกษาไทย อย่างไรก็ตาม คอนเซปต์การจัดการที่เน้นการประเมินเพื่อการเรียนรู้ เห็นว่าไม่ใช่การพัฒนาด้านการวัดผล แต่เป็นการรู้เขารู้เรา คือ ครูรู้จักตัวตนของนักเรียนที่สอนมากขึ้น ก่อนนำไปสู่การวางแผนการสอนเฉพาะตัวครู และเด็ก

รศ.ดร.บัญชา ชลาภิรมย์ คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ด้าน ศ.คลีนิค พญ.วินัดดา ปิยะศิลป์ รองประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ปัญหาด้านการพัฒนาการของเด็กเรื้อรังมานานสิบปี แต่ยังแก้ปัญหาไม่ได้ ซึ่งกลุ่มจิตแพทย์เด็ก และวัยรุ่น พบว่า เด็กที่มาถึงมือแพทย์มักจะมีปัญหาอย่างมาก จนแก้ไขไม่ได้ เพราะผู้ปกครอง และครูไม่รู้ว่าจะแก้ไขอย่างไร จึงปล่อยให้เรื้อรัง สุดท้ายแก้ไม่ได้ จึงมาถึงหมอ ขณะที่จำนวนจิตแพทย์ด้านนี้ทั่วประเทศมีเพียง 140 คนเท่านั้น ดังนั้น การร่วมพัฒนาครูด้านจิตวิทยาจึงมีความจำเป็นเช่นกัน เพราะวิชาชีพแพทย์เองก็เป็นครูที่ต้องคอยแนะนำ สอนคนไข้เรื่องการดูแลสุขภาพ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วย ทั้งนี้ พบว่าในปัจจุบัน ประชากรเด็กในประเทศไทยมีจำนวนลดลงอย่างมาก เข้าสู่การศึกษาไม่ถึงล้านคนต่อปี ทำให้มีการคาดการณ์ว่าอีกสามปีข้างหน้า จำนวนเด็กที่จะเข้าเรียนอยู่ที่ประมาณ 7 แสนคนเท่านั้น ทั้งนี้ ยังมีปัญหาเรื่องของจำนวนเด็กที่ไม่ได้มาจากครอบครัวคุณภาพ มาจากปัญหาคุณแม่ไม่พร้อมบ้าง หรือมาจากแรงงานต่างชาติที่เข้ามาในประเทศด้วย ทำให้ความสำคัญการดูแลเด็ก นอกจากแพทย์แล้ว ยังต้องมีครู ผู้ปกครอง และภาคส่วนอื่นๆ ด้วย

นางกีร์สตี้ เวสต์ฟาเลน เอกอัครราชทูตฟินแลนด์ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า เป็นที่ทราบว่าการศึกษาของฟินแลนด์เป็นระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก แต่การศึกษานั้นเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงเข้ากับประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ดังนั้น การจะถ่ายทอดไปยังประเทศใดประเทศหนึ่งจะต้องใช้ความพยายาม และหาวิธีการที่สอดคล้องกับบริบทของประเทศนั้นๆ เช่นเดียวกับประเทศ ซึ่งฟินแลนด์ก็ทำงานร่วมกับองค์กรด้านการศึกษา เพื่อหาว่ามีวิธีการใดบ้างที่เหมาะสมกับการจัดการศึกษาในประเทศไทย ซึ่งในการประชุมที่จะเกิดจะมีผู้เชี่ยวชาญจากฟินแลนด์มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้วย เพื่อหาความร่วมมือต่อไปในอนาคต

นางกีร์สตี้ เวสต์ฟาเลน เอกอัครราชทูตฟินแลนด์ ประจำประเทศไทย

ขณะนายศีลชัย เกียรติภาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริษัท ปิโก้ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คอนเซปต์ของการ "การประเมินเพื่อการเรียนรู้" เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญมากในการจัดการเรียนการสอน เพราะครูจะได้คอยสังเกต และประเมินผู้เรียนตลอด ซึ่งจะทำให้เข้าใจ และติดตามการเรียนรู้ของเด็ก ซึ่งในงาน EDUCA 2014 จะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา 6 ประเทศ คือ ฮ่องกง สิงคโปร์ ออสเตรเลีย ฟินแลนด์ แคนาดา และนิวซีแลนด์ ร่วมบรรยาย ขณะเดียวกัน ยังมีเวทีให้ครูทั่วประเทศเข้าเวิร์กช็อปกว่า 200 เวที รวมถึงตัวอย่าง 5 ห้องเรียนต้นแบบในด้านต่างๆ ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าว ได้รับความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ สมาคมวิทยาศาตร์ และเทคโนโลยี ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย และสถานทูตฟินแลนด์ โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 15-17 ต.ค.57 อาคารอิมแพค ฟอรั่ม (ฮอลล์ 9) เมืองทองธานี.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้