วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กล้องถอยหลัง มีไว้ดีกว่าไม่มี

กล้องถอยหลัง มีไว้ดีกว่าไม่มี

  • Share:

ข่าวอุบัติเหตุรถตู้ถอยทับเด็กเล็กที่เกิดขึ้นสร้างความสลดหดหู่ให้กับนักขับทุกคนที่ต้องพบเจอกับการขับถอยหลังด้วยมุมมองที่อับสายตา จากขนาดสัดส่วนของความสูงในรถยนต์ยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นรถบรรทุก รถตู้ รถกระบะแบบปกติหรือแบบยกสูง รวมไปถึงรถเก๋งซีดานกับแฮตช์แบคก็มีมุมมองส่วนท้ายที่ค่อนข้างทึบและอับสายตาไม่สามารถมองได้ทั่วทั้งส่วนท้ายของพื้นที่ที่กำลังจะถอยเข้าไป ยุคสมัยที่แปรเปลี่ยนไป รถยนต์รุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบันบางแบบบางโมเดลมีกล้องมองหลังที่ทำงานร่วมแกนกับเกียร์ R หรือเกียร์ถอยหลัง กล้องมองหลังดังกล่าวได้เข้ามาเพิ่มเติมความปลอดภัยในขณะที่ผู้ขับขี่ต้องการขับถอยหลัง มุมมองที่ครอบคลุมแบบ Panorama รวมถึงเซ็นเซอร์สัญญาณแจ้งเตือนเมื่อขับเข้าไปใกล้กับวัตถุกีดขวางช่วยทำให้คุณปลอดภัยจากการถอยชนท้ายรถยนต์คันอื่น หรือถอยไปปะทะเข้ากับกระถางต้นไม้ หมาแมวที่เดินอยู่ท้ายรถหรือแม้แต่เด็กเล็กๆ ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ซึ่งมักจะคลานหรือเดินตัดส่วนท้ายของรถยนต์ขณะที่คุณกำลังขับถอยหลัง


กล้องมองด้านหลังนอกจากจะติดตั้งมาให้จากโรงงานสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่บางยี่ห้อแล้ว สำหรับท่านที่ใช้รถยนต์รุ่นเก่าหรือรถบางรุ่นที่ไม่มีกล้องดังกล่าว ก็ยังสามารถนำรถส่วนตัวไปติดตั้งอุปกรณ์ชนิดนี้ได้อย่างสะดวก เนื่องจากความนิยมในอุปกรณ์ที่สามารถสร้างความปลอดภัยขณะขับขี่ กล้องติดรถยนต์หลายแบบจึงเริ่มแพร่หลายไปทั่วสำหรับนักขับที่ต้องการความมั่นใจในด้านของความปลอดภัยในขณะที่ใช้รถยนต์ กล้องและอุปกรณ์พวกเซ็นเซอร์ถอยหลังพร้อมกับมอนิเตอร์สำหรับการเพิ่มเติมมุมมองส่วนท้ายมีหลากหลายแบบให้เลือก ส่วนกล้องมองหลัง หรือกล้องส่องหลัง สำหรับ GPS Navigator มีอยู่ 2 ชนิดคือแบบมีสาย กับแบบไร้สาย (Wireless) ในปัจจุบันนี้ กล้องมองด้านหลังที่ได้รับความนิยม ส่วนใหญ่จะเป็นกล้องแบบไร้สาย เพราะกล้องมองหลังแบบไร้ที่ใช้ระบบ Wireless มีราคาแพงกว่ากล้องมองหลังแบบมีสายไม่มากนัก สามารถนำไปติดตั้งในรถได้ง่ายและมีราคาประหยัด มีค่าติดตั้งไม่แพง ซึ่งเมื่อเทียบกับแบบมีสายแล้ว ราคากล้องแบบมีสายต่อพ่วงเปรียบเทียบกับกล้องมองหลังแบบ Wireless เมื่อรวมค่าติดตั้งแล้ว ราคาแทบไม่ต่างกัน


กล้องมองหลังแบบไร้สาย มีอุปกรณ์หลักๆ อยู่ 3 ชิ้น คือ 1.ตัวกล้อง 2.ตัวส่งสัญญาณภาพแบบ Wireless และ 3.ตัวรับสัญญาณภาพ จากภาพด้านล่าง ตัวกล้องมองหลัง และตัวส่งสัญญาณภาพแบบ Wireless อุปกรณ์ชุดนี้จะติดไว้ที่หลังรถ และต่อสายไฟเข้ากับไฟถอยหลัง ส่วนภาพด้านขวา จะเป็นตัวรับสัญญาณ Wireless เมื่อต่อกับตัว GPS Navigator และที่ชาร์จไฟในรถยนต์ การทำงานของกล้องมองหลัง เมื่อผู้ขับเข้าเกียร์ถอยหลังหรือเกียร์ R ไฟฟ้าจากรถจะเดินเข้าไปที่ตัวส่งสัญญาณ Wireless ซึ่งจะส่งสัญญาณภาพจากมุมมองผ่านเลนส์ของกล้องมองหลังไปที่ตัวรับสัญญาณ และตัวเครื่อง GPS ติดรถ จะทำการตัดภาพหน้าจอ เพื่อแสดงภาพจากกล้องที่อยู่ด้านหลังตัวรถ และเมื่อรถออกจากเกียร์ถอยหลังเมื่อไร ตัวส่งสัญญาณจะหยุดส่งภาพ และหน้าจอ GPS ติดรถ จะกลับมาแสดงแผนที่ตามปกติ ส่วนข้อเสียของกล้องมองภาพด้านหลังที่ใช้ระบบไร้สายหรือ Wireless คือความทนทานที่น้อยกว่ากล้องมองหลังแบบมีสายต่อพ่วงไปยังจอมอนิเตอร์


วิธีการเลือกซื้อกล้องมองภาพด้านหลังสำหรับติดตั้งในรถยนต์ส่วนตัวของคุณ ควรเลือกกล้องที่มีระบบเปิด-ปิดแบบอัตโนมัติ เนื่องจากกล้องมองหลังราคาถูกไม่มีระบบดังกล่าว การใช้งานจึงยุ่งยากต้องคอยเปิด-ปิดสวิตช์การทำงานของกล้องมองหลัง โดยต้องพึ่งพาสวิตช์เปิดปิดทุกครั้งที่ต้องการให้กล้องทำงาน โดยทั่วไประบบกล้องมองหลังติดรถยนต์ที่มีฟังก์ชั่นอัตโนมัติ เมื่อผู้ขับเข้าเกียร์ถอยหลัง กล้องมองหลังจะทำงานทันที และแสดงภาพเข้าหน้าจอมอนิเตอร์ที่ติดตั้งในรถยนต์ทันทีที่ผู้ขับเข้าเกียร์ถอย ทุกอย่างจะทำงานแบบอัตโนมัติโดยผู้ขับไม่ต้องกดสวิตช์หรือปุ่มใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อเลื่อนคันเกียร์ออกจากตำแหน่งเกียร์ถอย กล้องจะหยุดทำงานโดยปรับจอมอนิเตอร์ให้กลับไปอยู่ในสถานะเดิมที่ได้ตั้งค่าเอาไว้


กล้องติดรถบางรุ่นที่มีราคาถูกแต่มีประสิทธิภาพแย่หรือห่วยแตก คือระบบของกล้องจะไม่สามารถให้ภาพที่กลับซ้ายเป็นขวาได้ ทำให้ต้องคอยหาจอมอนิเตอร์มองถอยหลังที่สามารถกลับภาพจากซ้ายไปขวาได้ ซึ่งโดยปกติเราไม่ควรหวังพึ่งจอมอนิเตอร์นะครับ เพราะต้องเป็นจอราคาแพงที่มีฟังก์ชั่นกลับได้ ควรตรวจสอบก่อนซื้อกล้องมองหลังเลยว่า ห้ามซื้อกล้องที่ไม่สามารถให้ภาพกลับซ้ายเป็นขวาได้ สำหรับมุมและองศาของกล้องมองหลังที่ดี จะอยู่ที่ 170-180 องศา กล้องบางรุ่นคุยโม้ว่าสามารถมองเห็นได้ครอบคลุมถึง 210 องศา แต่เอาเข้าจริงๆ สำหรับการใช้งานเลนส์ที่มีมุมมองและให้ภาพที่กว้างขนาดนั้น ไม่เหมาะที่จะนำมาใช้สำหรับกล้องมองหลัง การที่มุมมองกว้างมากจนเกินไปจะทำให้ภาพที่เห็นคล้ายภาพที่มองจากเลนส์ตาปลา หรือ Fish-Eye ซึ่งจะเป็นการบีบภาพมากเกินไปและทำให้เกิดอันตราย โดยทั่วไปกล้องมองหลังจะใช้ Image Sensor หลักเพียงสองแบบ คือ CCD หรือcharge coupled device และ CMOS หรือ Complementary Oxide Semiconductor สำหรับกล้องมองหลังที่ใช้ CCD จะให้ภาพที่ชัดเจนกว่าในบริเวณที่แสงน้อยหรือแสงจ้าเกินไปกล้องมองหลังที่ใช้อิมเมจเซ็นเซอร์แบบ CMOS จะเป็นกล้องมองหลังที่มีราคาถูกกว่ากล้องที่ใช้อิมเมจเซ็นเซอร์แบบ CCD ราคาที่แตกต่างกันเพียงแค่หลักร้อยสมควรที่จะเลือกกล้องที่ใช้อิมเมจเซ็นเซอร์ที่มีความคมชัดสูงสุดมากกว่า เพื่อมุมมองที่ดีและสร้างความปลอดภัยในขณะที่คุณกำลังขับรถถอยหลัง.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้