ล้มตอซัง..เกี่ยว 2 หน อีกวิธีทำนาลดต้นทุน

ข่าว

    ล้มตอซัง..เกี่ยว 2 หน อีกวิธีทำนาลดต้นทุน

    เพ็ญพิชญา เตียว

      3 ต.ค. 2557 05:01 น.

      “การทำนาปลูกข้าวล้มตอซัง เป็นเทคนิคของสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ หรืออีรี่ ที่นำไปสนับสนุนให้บางประเทศปลูก แต่ชาวนาบ้านเราไม่ค่อยรู้กัน จะมีทำกันบ้างเฉพาะในแถบชัยนาท สุพรรณบุรี แต่ก็เพียงไม่กี่ราย เพราะลงทุนปลูกแค่ครั้งเดียวแต่เกี่ยวได้ 2 ครั้ง”

      ผศ.มนทนา รุจิระศักดิ์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ผู้ศึกษาเทคนิควิธีนี้มานานหลายปี เล่าว่า หลังจากตัวเองและทีมวิจัยได้ศึกษาวิธีการปลูกข้าวแบบนี้ และนำไปทดลองปลูกในพื้นที่นาของกลุ่มข้าวอินทรีย์ครบวงจร บ้านยางยวน ต.ตอนตรอ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งใช้เก็บเกี่ยวทีละรวงโดยใช้ “แกะมือ” ถึงการเก็บเกี่ยวจะไม่เหมือนภาคกลางที่ใช้รถเก็บเกี่ยวก็ตาม แต่สามารถนำวิธีการปลูกข้าวแบบล้มตอซังไปใช้ได้ทั้งนั้น

      ช่วยลดต้นทุนค่าไถ เมล็ดพันธุ์ ค่าหว่าน ค่าปุ๋ยได้ 1,550 บาทต่อไร่
      ช่วยลดต้นทุนค่าไถ เมล็ดพันธุ์ ค่าหว่าน ค่าปุ๋ยได้ 1,550 บาทต่อไร่

      ขออย่างเดียว พื้นที่จะทำได้ต้องอยู่ในพื้นที่มีระบบชลประทานจ่ายน้ำถึง ข้าวที่ปลูกต้องเป็นพันธุ์ไม่ไวแสง และไม่เป็นโรคหนอนกอข้าวระบาด เพราะการปลูกวิธีนี้จะกลายเป็นแหล่งขยายโรคให้ระบาดเป็นวงกว้าง

      สำหรับวิธีการปลูกข้าวแบบนี้ ผศ.มนทนา บอกว่า หลังปลูกรอบแรกเกี่ยวข้าวหมดแล้ว ให้ใช้รถเหยียบตอซังให้ล้มเรียบเสมอ หรือ ตัดตอซังให้สั้นเสมอพื้นดิน เพื่อต้นข้าวที่งอกใหม่จะได้สูงเท่ากัน...แต่ระยะนี้ห้ามปล่อยน้ำเข้านาเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นตอซังข้าวจะเน่า

      ผ่านไป 14 วัน ต้นข้าวรุ่นใหม่จะเริ่มแตกยอดอ่อนให้เห็นเขียวทั้งผืนนา วัชพืชมีน้อย เนื่องจากข้าวรุ่นแรกคลุมหน้าดินไม่ให้แสงแดดส่องผ่านทำให้หญ้าไม่ได้สังเคราะห์แสง จึงงอกไม่ได้ ส่วนที่งอกได้จะโตช้า ...เมื่อต้นข้าวสูง 30 ซม. ให้ปล่อยน้ำเข้านาไม่เกิน 1 ใน 3 ความสูงต้นข้าว นอกจากจะช่วยให้หญ้าเน่าตายง่าย ยังทำให้ชาวนาไม่ต้องเสียเวลาถอนหญ้าทิ้ง

      วิธีตัดตอซัง เมื่อข้าวงอกจะออกรวง
      วิธีตัดตอซัง เมื่อข้าวงอกจะออกรวง

      “การดูแลใช้ปุ๋ยไม่มาก เนื่องจากดินยังมีความอุดมสมบูรณ์ ข้าวรอบ 2 จะเก็บเกี่ยวเร็วกว่ารอบแรก 30 วัน ได้ผลผลิต 400 กก.ต่อไร่ ซึ่งใกล้เคียงกับครั้งแรกที่ได้ผลผลิตอยู่ที่ 450 กก. แม้ผลผลิตรุ่นสองจะน้อยกว่ารุ่นแรก แต่ช่วยลดต้นทุนค่าไถ เมล็ดพันธุ์ ค่าหว่าน ค่าปุ๋ยได้ 1,550 บาทต่อไร่ แล้วยังเกี่ยวข้าวได้เร็วขึ้น การปลูกข้าววิธีนี้จึงถือว่าคุ้มมาก ชาวนาปลูกข้าวหนเดียว เก็บเกี่ยวได้ 2 ครั้ง แล้วยังลดปัญหาเมล็ดข้าวปลอมปนได้ด้วย”

      จากประโยชน์ที่ชาวนาได้รับ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์จึงร่วมกับศูนย์วิจัยข้าวปัตตานี นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาทดลองปลูก “ข้าวหอมกระดังงา” แม้จะเป็นพันธุ์ข้าวไวต่อแสง แต่เมื่อใช้วิธีตัดตอซัง เมื่อข้าวงอกจะออกรวง...ไม่เหมือนกับการปลูกด้วยเมล็ด ต้นข้าวงอกแต่ไม่ออกรวง

      แปลงนาข้าวหอมกระดังงา
      แปลงนาข้าวหอมกระดังงา


      เนื่องจากข้าวหอมกระดังงาเป็นข้าวพื้นเมืองของจังหวัดนราธิวาส ที่กรมการข้าวได้ขึ้นทะเบียนเป็น “ข้าวจีไอ” สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ มีไม่เพียงพอต่อความต้องการซื้อของชาวมาเลเซีย ที่ชอบกินข้าวชนิดนี้และมียอดสั่งเพิ่มขึ้นทุกปี.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม 2564 เวลา 07:14 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์