วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปฏิรูปเรื่องเดียวแก้ได้ทั้งหมด

ปฏิรูปเรื่องเดียวแก้ได้ทั้งหมด

  • Share:

ผมไม่แน่ใจว่า รายชื่อ สปช. หรือ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ 170 กว่าคน ที่มีการ “ปล่อย” ออกมาล่วงหน้า เป็นการปล่อยของเพื่อทดสอบกระแสสังคมหรือไม่ ถ้าใช่ วันนี้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. คงได้ยินกระแสตอบรับของสังคมแล้ว ส่วนใหญ่เป็นคนหน้าเก่า หน้าเดิม ความคิดเดิมๆ ไม่รู้จะไปปฏิรูปอะไร

ผมไม่แน่ใจว่าตอนที่ พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจให้มี สภาปฏิรูปแห่งชาติ นั้น ท่านตัดสินใจเร็วเกินไปหรือเปล่า เหมือนตอนเซ็นคำสั่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือก สปช.เซ็นไปแล้วต้องเซ็นยกเลิก เพราะลืมไปว่า หัวหน้า คสช.มีอำนาจสูงสุดที่จะเลือกใครเป็น สปช.ก็ได้

ในความเป็นจริงแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ไม่จำเป็นต้องมีสภาปฏิรูปแห่งชาติด้วยซ้ำ เพราะ อำนาจสำคัญของ สปช. ไม่ว่า การแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 36 คน หรือ การยกมือรับรองรัฐธรรม-นูญใหม่ ไปจนถึงข้อเสนอแนะการปฏิรูปต่างๆ ก็ไม่ใช่อำนาจเด็ดขาดอะไร ทุกอย่างต้องเป็นไปตามนโยบายหัวหน้า คสช. หรือ คณะโปลิตบูโร คสช. ทั้งสิ้น

อำนาจเด็ดขาดทั้งหมดอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. แต่เพียงผู้เดียว รวมทั้ง รัฐบาล คสช. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีด้วย

ผมเชื่อว่าในช่วงเวลานั้น พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจเร็วเกินไป จึงทำให้รายชื่อสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่แพลมออกมาหยั่งเสียงไม่ได้อย่างใจที่สังคมไทยปรารถนา

ถ้าช่วงนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ท่านคิดนานสักนิด แล้วใช้อำนาจหัวหน้า คสช. แต่งตั้ง คณะกรรมการปฏิรูปแห่งชาติ ขึ้นมาหนึ่งชุด ไม่ต้องมากมายถึง 250 คน ผมเชื่อว่าการปฏิรูปประเทศไทยจะง่ายดายกว่าการตั้งสภาปฏิรูปเป็นอย่างมาก

หลังจากนี้ไปก็ฝากความหวังไว้ที่ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 36 คน คราวนี้ผมหวังว่า พล.อ.ประยุทธ์ คงจะตัดสินใจด้วยความรอบคอบ คัดเลือกด้วยตัวเอง แล้วค่อยใส่พานไปให้ฝ่ายต่างๆที่มีหน้าที่เสนอชื่อเป็นผู้เสนอชื่อไปตามกติกา เพื่อให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดนี้สามารถยกร่างรัฐธรรมนูญที่ปฏิรูปประเทศได้อย่างแท้จริง

เรื่องสำคัญที่จะต้องปฏิรูปในประเทศไทยวันนี้มีมากมายเหลือเกิน เพราะมันล้าหลังไปทุกอย่าง ทั้ง กฎหมาย การศึกษา กระบวนการยุติธรรม การปราบทุจริตคอร์รัปชัน การบริหารราชการแผ่นดิน เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงเรื่อง การเมือง

แต่ที่สำคัญที่สุดผมเห็นว่าเป็นเรื่อง “การเมือง” ประเทศไทยที่ล่มจมทุกด้านล้วนเกิดจากนักการเมืองที่ไม่ดีเข้ามามีอำนาจบริหารบ้านเมือง จนก่อให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันทุกหัวระแหง ดังนั้น “การปฏิรูปการเมือง” จึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

ถ้าสามารถ “ปฏิรูปการเมือง” ได้สำเร็จ สามารถสร้างกฎกติกาที่ทำให้กระบวนการเลือกตั้งเป็นไปด้วยบริสุทธิ์ยุติธรรม ใสสะอาดและโปร่งใส มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง สามารถกลั่นกรองเอาคนดีคนเก่งเข้าไปในสภาได้ เพื่อให้คนดีคนเก่งมีโอกาสเข้าไปบริหารจัดการบ้านเมือง การปฏิรูปอย่างอื่นก็ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก เพราะคนดีย่อมจะพูดและทำในเรื่องดี ไม่ใช่เข้าไปถึงกระทรวงวันแรกก็เรียกงบประมาณมาดูทันที เพื่อหาช่องทางในการโกงกิน

การปฏิรูปการเมืองที่สำคัญที่สุดคือ “ปฏิรูประบบการเลือกตั้ง” ที่เปรียบเสมือน ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ในการ เข้าสู่อำนาจทางการเมืองของนักการเมือง ให้มี “ด่าน” ที่เข้มงวด เพื่อกลั่นกรองนักการเมืองที่ดีเข้าสภา ซึ่งผมเคยเขียนเสนอไปหลายครั้งแล้ว เช่น กำหนดให้ผู้ชนะการเลือกตั้ง ต้องได้คะแนนเสียงจากผู้มาใช้สิทธิเกิน 50% จึงจะได้เป็นผู้แทน เขตใดไม่มีผู้ได้เสียงถึง 50% ก็ให้อันดับ 1 กับอันดับ 2 แข่งกันเองด้วยการเลือกตั้งรอบสอง

ผมคิดว่าวิธีนี้เป็นการกลั่นกรองที่ดีที่สุดแล้ว ไม่มีทางเลือกอื่น

ถ้า ปฏิรูประบบการเลือกตั้ง สำเร็จ กลไกการเลือกตั้ง สามารถ กลั่นกรองคนดี เข้าไปมีอำนาจในรัฐบาลได้จริง การปฏิรูปอย่างอื่นก็จะง่ายขึ้นอีกเป็นกองเลยทีเดียว.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้