วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สูตรสำเร็จเพื่อรักษาอำนาจ

สูตรสำเร็จเพื่อรักษาอำนาจ

โดย สายล่อฟ้า
3 ต.ค. 2557 05:01 น.
  • Share:

รอยเชื่อมต่อระหว่างรัฐธรรมนูญปี 50 ที่ถูกยกเลิกไปหลัง คสช. เข้ามาควบคุมอำนาจการปกครองประเทศกับรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 กำลังมีปัญหาทำให้เกิดมุมมองที่ต่างกันโดยเฉพาะในเรื่องการถอดถอน

แม้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวจะทิ้งติ่งเอาไว้ว่า สนช.จะทำหน้าที่ ส.ส.-ส.ว.และสมาชิกรัฐสภา คือเหมารวมทั้งหมด

จึงมีการตีความกันว่า สนช. มีอำนาจหน้าที่ในการถอดถอนได้เพราะเป็นสมาชิกวุฒิสภาด้วยและได้มีการออกข้อบังคับการประชุมที่กำหนดให้มีหน้าที่ถอดถอนด้วย

แต่อีกฝ่ายอ้างว่ารัฐธรรมนูญปี 50 ถูกยกเลิกไปแล้วจึงถอดถอนไม่ได้

และกลายเป็นว่าความพยายามที่จะตีความว่า สนช. มีอำนาจถอดถอนได้นั้นก็เพราะเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองมากกว่า เนื่องจากมีอดีตนักการเมืองพรรคเพื่อไทยถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดอยู่หลายคน

ความไม่ชัดเจนของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวว่าด้วยเรื่องการ “ถอดถอน” จึงเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาจนได้

อย่างไรก็ดี มีอีกประเด็นหนึ่งที่ไม่มีใครพูดถึง นั่นก็คือ การพ้นจากตำแหน่งของนายกฯ ไม่ว่าจะเป็นเหตุใดก็ตาม

รัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านมาจะกำหนดเอาไว้ชัดเจนว่าเมื่อนายกฯพ้นจากตำแหน่ง คณะรัฐมนตรีทั้งชุดต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วย

แต่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวไม่ได้กำหนดเอาไว้

สมมติว่าหาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องพ้นจากตำแหน่ง ครม.ชุดนี้ก็ยังทำงานต่อไปได้ เพียงแต่จะต้องให้ สนช. เลือกนายกฯ คนใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน

นายกฯคนใหม่จะปรับ ครม.ใหม่ทั้งชุด หรือปรับออกเพียงบางส่วนแล้วแต่งตั้งเพิ่มเติมก็ได้ จากนั้นก็บริหารประเทศต่อไป

ไม่รู้ว่าประเด็นนี้ผู้ร่างรัฐธรรมนูญหลงลืม

หรือตั้งใจจะให้เป็นไปเช่นนั้น

แต่น่าเชื่อว่าตั้งใจจะให้เป็นไปเช่นนั้นมากกว่า เพื่อที่ คสช. จะสามารถบริหารประเทศต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง

เพียงแต่ตั้งนายกฯคนใหม่เข้ามาแทนที่เท่านั้น

รู้กันดีว่า สนช. ที่ คสช. แต่งตั้งครบจำนวน 220 คนไปแล้วนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นทหารทั้งในราชการและนอกราชการ ซึ่งยังไงเสียก็ควบคุมเสียงข้างมากได้อยู่แล้ว

จะเอา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ (พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์) หรือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา (พี่รอง) ก็ได้ทั้งนั้น

เป็นการสืบสานอำนาจการบริหารประเทศให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง

เพราะทุกอย่างมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี ตั้งแต่การแต่งตั้ง คสช. ครบ 15 คน สนช. 220 คน สปช. 250 คน รวมถึงการจัดแถวทหารทุกกองทัพ ตำรวจก็จับโยกกันใหม่เกือบทั้งหมด ข้าราชการทุกกระทรวงก็ไม่ต่างกัน

พูดง่ายๆว่าทุกอย่างครบเครื่องเข้าสูตรอำนาจทั้งหมด

แม้แต่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ. คนใหม่เปิดเผยภายหลังจากการรับมอบหน้าที่แทน พล.อ.ประยุทธ์ ที่อำลาตำแหน่งไปแล้วก็ยืนยันชัดเจนว่า จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและเอาหัวเป็นประกันเลยว่า “จะไม่มีการปฏิวัติ” อย่างแน่นอน

ถ้าพูดให้ถึงที่สุดก็คือก้าวย่างต่อไปของ คสช. และรัฐบาล “ประยุทธ์ 1” จะอยู่ยืนยาวต่อไป หรือครบวาระ 1 ปี ตามที่ได้ประกาศเอาไว้แล้ว เพราะมีฐานอำนาจที่แข็งแกร่งรองรับ

อยู่ที่ว่าจะติดอกติดใจในอำนาจหรือไม่เท่านั้น.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้