วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เศรษฐกิจโลกยังน่าห่วง พิสูจน์ฝีมือรัฐบาล+คสช.

เศรษฐกิจโลกยังน่าห่วง พิสูจน์ฝีมือรัฐบาล+คสช.

โดย ซูม
3 ต.ค. 2557 05:01 น.
  • Share:

เมื่อไม่กี่วันมานี้เอง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยการคาดการณ์ตัวเลขจีดีพีปีนี้ (2557) ว่าน่าจะขยายตัวตํ่ากว่าเป้าหมายดั้งเดิมที่คาดไว้

จากที่เคยประเมินและประมาณว่าการขยายตัวของจีดีพีน่าจะอยู่ที่ 2 เปอร์เซ็นต์ และไม่ตํ่ากว่า 1.6 เปอร์เซ็นต์ แต่ล่าสุดมองว่าไม่น่าจะถึงร้อยละ 2 แน่นอน และกรณีตํ่าสุดก็คงจะอยู่ที่ 1.6 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

สาเหตุสำคัญก็เพราะในตอนประเมินครั้งก่อน คาดว่าการส่งออกจะขยายตัวได้ 1.5 เปอร์เซ็นต์ แต่ล่าสุดการส่งออกน่าจะไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์เสียแล้ว

สอดคล้องกับถ้อยแถลงของกระทรวงพาณิชย์ในวันต่อมาที่ระบุว่ามูลค่าส่งออกของไทยเดือนสิงหาคมติดลบไปถึง 7.4 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นการขยายตัวตํ่าสุดในรอบ 32 เดือนก็ว่าได้

สาเหตุหลักๆก็มาจากเศรษฐกิจโลกพื้นช้ากว่าที่คาด รวมทั้งราคาสินค้าเกษตรโลกก็ลดลง...กระทรวงพาณิชย์จึงคาดว่าส่งออกทั้งปีน่าจะขยายตัว 0.5-1 เปอร์เซ็นต์เป็นอย่างมาก

เมื่อการส่งออกอยู่ในฐานะฝืดเคืองเช่นนี้ก็ชัดเจนอยู่ละครับว่าเศรษฐกิจไทยเราจะต้องขึ้นกับปัจจัยอื่นๆ ซึ่งก็จะเห็นว่ายังน่าเป็นห่วงพอๆกัน

ทุกวันนี้การบริโภคทั่วๆไปอ่อนตัวลงไปมาก เพราะประชาชนมีแต่หนี้สิน ไม่มีรายได้ จะเอาเงินที่ไหนไปใช้จ่ายบริโภค

การลงทุนภาคเอกชน ผมยังไม่ทราบตัวเลข แต่คาดว่าด้วยสถานการณ์เช่นปัจจุบันนี้การลงทุนที่แท้จริงอาจจะไม่มากนัก จะมีก็แต่ข่าวว่าจะลงทุนเสียมากกว่า...เม็ดเงินลงทุนที่แท้จริงจะเป็นอย่างไรคงต้องตามดูกันอีกที

ก็เหลือแค่การลงทุนภาครัฐเท่านั้นที่จะเป็นตัวช่วยในการผลักดันเศรษฐกิจของเราให้ขยายตัวได้บ้าง ซึ่งก็ฝากความหวังไว้กับการเร่งใช้งบประมาณของรัฐทั้งของเก่าที่ค้างท่ออยู่ กับของใหม่ที่จะเริ่มใช้กันได้ตั้งแต่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป

ความซบเซาทางเศรษฐกิจของเราขณะนี้ น่าจะเห็นได้ชัด โดยเฉพาะนักเดินออกกำลังตามห้างอย่างผม เห็นชัดมากว่าผู้คนโหรงเหรงไม่คึกคักเหมือนบางช่วงที่ผ่านมา

พวก “คอมมูนิตี้มอลล์” หรือศูนย์การค้าชุมชนเล็กๆ ที่สร้างขึ้นตามจุด ต่างๆ รอบๆกรุงเทพฯ หลายๆ แห่งแทบจะเป็นศูนย์ร้าง ร้านค้าเลิกกิจการเป็นแถวๆ

เท่าที่ผมติดตามข่าวโลกอยู่บ้าง เพราะต้องคอยดูว่า หุ้นโลกเป็นอย่างไร เศรษฐกิจโลกเป็นอย่างไร เพื่อจะเอามารายงานทางวิทยุ FM 96 ตอน 8 โมงเช้า ที่ผมจัดรายการอยู่ ก็รู้สึกว่าระยะหลังมีแต่ข่าวไม่ค่อยดีเท่าไรนัก

สหรัฐฯทำท่าเหมือนจะฟื้นมีเครื่องชี้หลายๆตัวแสดงให้เห็นว่าเริ่มฟื้นแล้ว แต่ก็ยังมีอุปสรรคโน่นนี่อยู่เสมอ เหมือนคนเป็นไข้ที่อุณหภูมิกระโดดไปกระโดดมาอยู่ตลอดเวลา

เศรษฐกิจยุโรปก็ยังเปราะบางอันเป็นผลมาจากสถานการณ์ขัดแย้ง ระหว่างรัสเซียยูเครนที่ส่งผลกระทบทำให้ภาวะเศรษฐกิจยุโรปหลายประเทศที่ย่ำแย่อยู่แล้วน่าเป็นห่วงขึ้นอีก ล่าสุดก็ดูเหมือนเยอรมันที่แข็งแกร่งกว่าเพื่อนเริ่มออกอาการเหน็ดเหนื่อยขึ้นมาบ้างแล้ว

กลับมาที่เอเชียของเราโดยเฉพาะยักษ์ใหญ่จีน เศรษฐีใหม่ช่วงนี้ก็เริ่มชะลอตัวลง และยังไม่มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแต่ประการใด

นับเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้นักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกเกิดความกังวลว่าเศรษฐกิจจีนจะทำให้โลกฟื้นตัวช้าลง ยิ่งจีนมามีเรื่องโดนฮ่องกงเดินขบวนประท้วง และยังควบคุมความวุ่นวายไม่ได้ (ขณะที่ผมเขียน) ก็ยิ่งทำให้นักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกพากันห่วงใยเพิ่มขึ้นไปอีก

ผมก็ทำหน้าที่แค่หยิบข่าวมาเล่า เพราะนึกไม่ออกว่าจะเสนอให้รัฐบาลไทยหาหนทางเอาตัวรอดได้อย่างไร ในสถานการณ์ของโลกขณะนี้ เพราะจริงๆแล้วข้อมูลเท่าที่ผมรับรู้ก็มาจากข่าวเท่านั้น มิได้ลึกซึ้งอะไรนัก

จึงได้แต่ฝากความหวังไว้กับทีมงานเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะ “หม่อมอุ๋ย” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ และคุณ สมหมาย ภาษี รมว.คลัง พร้อมด้วยทีมงานเศรษฐกิจอื่นๆของท่าน

ทาง คสช.ก็ยังมีอาจารย์ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อยู่ ซึ่งก็มีทั้งความรู้ความชำนาญและประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจสูง คงจะช่วยได้เช่นกัน

ยังไงก็ต้องถือว่าเป็นพวกเดียวกันนะครับ หัวหน้า คสช.กับหัวหน้ารัฐบาล (นายกรัฐมนตรี) ก็คนเดียวกัน อย่าให้นักเศรษฐศาสตร์ทั้ง 2 ซีกของท่านมองต่างมุมเป็นอันขาด และจะต้องช่วยกันฝ่าฟันปัญหาต่างๆให้สำเร็จ

อย่าลืมว่าปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาปากท้องที่สำคัญที่สุด ถ้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่สำเร็จ คนท้องหิวเป็นส่วนใหญ่––คงไม่มีแรงไปปฏิรูปประเทศแน่นอน ไม่ว่าด้านใดๆก็ตาม.

“ซูม”

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้