วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เครียดหนัก! ม็อบบุกล้อมตึกรบ. ขีดเส้นตายผู้ว่าฮ่องกงต้องลาออกวันนี้

เครียดหนัก! ม็อบบุกล้อมตึกรบ. ขีดเส้นตายผู้ว่าฮ่องกงต้องลาออกวันนี้

  • Share:

ประท้วงฮ่องกงเครียดหนัก..ม็อบหลายพันประจันหน้ากับตร.ปราบจลาจลอยู่หน้าตึกที่ทำการรัฐบาล  กดดันเหลียง ชุน หยิง ผู้ว่าการต้องลาออกในวันพฤหัสฯนี้ มิเช่นนั้นจะบุกเข้าไปภายในอาคาร ขณะที่ รบ.จีน ขยับแล้ว เตือนการประท้วงในฮ่องกง ผิดก.ม.

เมื่อ 2 ก.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์ประท้วงในฮ่องกงว่า กำลังทวีความตึงเครียดมากขึ้น บรรดาผู้ชุมนุมประท้วงหลายพันคนปักหลักชุมนุมอยู่ที่ด้านหน้าตึกที่ทำการรัฐบาล พร้อมทั้งขีดเส้นตายให้นายเหลียง ชุน หยิง ผู้ว่าการฮ่องกง ต้องลาออกจากตำแหน่งในวันพฤหัสฯนี้ ( 2ต.ค.) มิเช่นนั้น ผู้ชุมนุมจะบุกเข้าไปภายในตึกที่ทำการรัฐบาล

ข่าวแจ้งว่า บรรยากาศที่ด้านหน้าตึกที่ทำการรัฐบาลตกอยู่ในความตึงเครียดอย่างมาก ฝูงชนราว 3,000 คนปักหลักชุมนุมตลอดทั้งคืน  พร้อมกับประจันหน้ากับกำลังตำรวจปราบจลาจลราว 200 นาย ที่คอยตรึงกำลังรับมืออยู่ด้านนอกตึกที่ทำการรัฐบาล โดยรองเลขาธิการสหพันธ์นักศึกษาฮ่องกง กล่าวเรียกร้องเมื่อวันพุธทีี่ผ่านมา ( 1ต.ค.) ว่า พวกตนหวังว่า วันนี้ หรือวันพรุ่งนี้ (วันพฤหัสฯ2ต.ค.) นายเหลียง ขุน หยิง จะลาออก แต่หากไม่ยอมลาออกแล้ว พวกตนจะยกระดับความเคลื่อนไหวกดดันให้มากขึ้น รวมทั้ง การบุกเข้าไปยึดตึกที่ทำการรัฐบาล หรือไปชุมนุมที่ด้านนอกตึกที่ทำการรัฐอื่นๆ

วันเดียวกัน มีรายงานว่าจากสถานการณ์ประท้วงในฮ่องกงที่ยืดเยื้อมานานหลายวันในที่สุด รัฐบาลจีนได้เริ่มขยับความเคลื่อนไหวเป็นครั้งแรก โดยนายหวัง ยี่ รมว.ต่างประเทศจีน กล่าวเตือนระหว่างเดินทางไปเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐฯว่า การชุมนุมประท้วงในฮ่องกง เป็นเรื่องผิดกฏหมาย พร้อมทั้งยังเตือนด้วยว่า สถานการณ์ชุมนุมประท้วงในฮ่องกง เป็นเรื่อง ‘ภายใน’ของจีน

‘สถานการณ์ในฮ่องกง เป็นเรื่องภายในของจีน ทุกประเทศควรเคารพอธิปไตยของจีน ไม่ว่าประเทศไหนหรือสังคมใด ไม่มีใครจะอนุญาตให้เกิดการกระทำที่ผิดกฏหมาย อย่างการละเมิดกฏระเบียบของสาธารณะ ’รมว.ต่างประเทศจีนกล่าว

อย่างไรก็ตาม นายจอห์น แคร์รีย์ รมว.ต่างประทเศสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้ทางการฮ่องกงควรดำเนินการกับม็อบผู้ประท้วงความอดทดอดกลั้น ไม่ควรใช้ความรุนแรงในการจัดการสถานการณ์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้