วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'หงส์'ฟอร์มทื่อ!!บุกพ่าย'บาเซิล' 0-1,'ราชัน'ควง'ปืน-หมี' คว้าชัย

'หงส์'ฟอร์มทื่อ!!บุกพ่าย'บาเซิล' 0-1,'ราชัน'ควง'ปืน-หมี' คว้าชัย

  • Share:

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เค้นฟอร์มเก่งไม่ออก โดน มาร์โก สเตรลแลร์ ซัดโทนพา เอฟซี บาเซิล เปิดรังชนะ 1-0 ด้าน เรอัล มาดริด เกือบตายพลิกชนะ ลูโดโกเร็ตส์ 2-1 ขณะที่ แดนนี เวลเบค องค์ลงซัดแฮตทริกพา อาร์เซนอล ถล่ม กาลาตาซาราย 4-1...

การแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2014-15 เมื่อวันพุธที่ 1 ต.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) เป็นการลงสนามในนัดที่ 2 ของรอบแบ่งกลุ่ม เกมที่น่าสนใจในกลุ่ม บี ณ สนาม เซนต์ จาคอบ ปาร์ค เอฟซี บาเซิล ทีมสวิตเซอร์แลนด์ อันดับที่ 4 ของกลุ่ม ลงเล่นในบ้านพบกับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมจากอังกฤษ อันดับที่ 2 ของกลุ่ม

บาเซิล ภายใต้การนำของ เปาโล ซูซา เลือก มาร์โก สเตรลแลร์ เป็นความหวังจบสกอร์ ส่วน "หงส์แดง" ของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ส่ง มาริโอ บาโลเตลลี ลงล่าตาข่าย มี ราฮีม สเตอร์ลิง,ลาซาร์ มาร์โควิช และ ฟิลิปเป คูตินโญ ลงสนับสนุน

เปิดฉากเพียง 2 นาที "หงส์แดง" ที่ทักทายก่อนก็เกือบได้เฮจากจังหวะที่ ฆาบี มานควินโญ​ เติมเกมมาทางขวาก่อนจะเปิดไปหน้าประตูให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ยิงจังหวะแรกชนเสาก่อนจะซ้ำดาบสองตุงตาข่าย แต่กลายเป็นล้ำหน้าไปเสียก่อน

น.8 บาซิล ต้องใช้สิทธิ์เปลี่ยนตัวด่วนหลัง เบห์รัง ซาฟารี มีอาการบาดเจ็บต้องถอดออกแล้วส่ง เดอร์ลิส กอนซาเลซ ลงมาแทน และเพียง 4 นาทีต่อมาเจ้าบ้านก็หวิดได้ประตูขึ้นนำหลัง บรีล เอ็มโบโล เข้าไปกดดันแย่งบอลมาจาก สตีเวน เจอร์ราร์ด ก่อนจะไหลให้ มาร์โก สเตรลแลร์ หลุดเข้าเขตโทษก่อนจะยิงเต็มแต่ เจอร์ราร์ด แก้ตัวพุ่งเข้ามาบล็อกได้ทัน

สตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตัน ลิเวอร์พูล

รูปเกมของ บาเซิล ค่อนข้างเป็นต่อเหลือแค่จังหวะสุดท้ายที่ยังไม่เด็ดขาด จนมาถึง น.30 ฝั่ง "หงส์แดง" มีจังหวะได้ลองบ้างหลังแนวรับ บาเซิล โขกสกัดบอลไปหน้าเขตโทษเข้าทาง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน วิ่งเข้ามาสับไกแต่ติดพวกเดียวกันเอง

น.34 เจ้าบ้านได้เสียว เซเรย์ ดาย ยิงจังหวะแรกติดบล็อกก่อนจะเล่นชิ่งกับ สเตรลแลร์ เข้าไปกดอีกดอกแต่ ซิมง มิโญเลต์ กางขาป้องกันเอาไว้ได้ ต่อมา น.41 โอกาสชัดเจนครั้งแรกของ "หงส์แดง" มาถึง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน วางบอลยาวมาให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หาจังหวะยิงนอกเขตโทษแต่บอลพุ่งเข้าตรงตัวของ โทมัส วาคลิช

มาริโอ บาโลเตลลี พยายามเอาบอลจากคู่แข่ง

ต่อมาอีก 2 นาทีทีมเยือนได้ลองอีกครั้งจากลูกเตะมุม ฟิลิปเป คูตินโญ​ เปิดยาวเข้ากลางเขตโทษให้ เดยัน ลอฟเรน โหม่งกดบอลลงพื้นแต่ วาคลิช ขยับตัวมารับได้ทัน และหลังจากนั้นทั้งสองทีมก็ยังไม่มีประตูเกิดขึ้นหมดครึ่งแรก เอฟซี บาเซิล เสมอกับ ลิเวอรพูล 0-0

กลับมาครึ่งหลัง บาเซิล เดินหน้ากดดันต่อจนมาได้ประตูขึ้นนำสมใน ใน น.52 จากจังหวะเปิดลูกเตะมุมฝั่งขวาเข้ากลางประตู ฟาเบียน ชาร์ เบียดชนะ มาร์ติน สเคอร์เทล โหม่งลงพื้น มิโญเลต์ ปัดทิ้งแต่ไม่พ้นระยะอันตรายโดน มาร์โก สเตรลแลร์ ชาร์จซ้ำตุงตาข่ายเจ้าถิ่นออกนำ 1-0

ประตูขึ้นนำของ บาเซิล

ลิเวอร์พูล เร่งเครื่องหวังเอาคืนจนมาได้ลุ้นใน น.60 จากฟรีคิกระยะ 35 หลา มาริโอ บาโลเตลลี ตัดสินใจยิงเองบอลพุ่งได้วิถีเดือดร้อน วาคลิช ต้องผวาตามปัดไปเข้าทาง ลาซาร์ มาร์โควิช โฉบเข้ามาซ้ำแต่ ฟาเบียน ชาร์ ยังเป็นมารผจญโดดมาขวางไว้ได้

น.70 ลิเวอร์พูล แก้เกมส่ง อดัม ลัลลานา ลงมาแทน ฟิลิปเป คูตินโญ ก่อนจะได้ลุ้นใน 5 นาทีถัดมา ได้เสียวจากจังหวะเติมขึ้นมายิงในแถวสองของ ลาซาร์ มาร์โควิช น่าเสียดายที่ไม่เข้าเป้า

บาเซิล สะกดแข้ง หงส์ อยู่หมัด

10 นาทีสุดท้าย "หงส์แดง" ส่ง ริคกี แลมเบิร์ต ลงมาแทน ลาซาร์ มาร์โควิช ขณะที่ บาเซิล ส่ง ดาวิด คัลลา ลงมาแทน บรีล เอ็มโบโล แต่ในช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมก็ทำอะไรกันไม่ได้ จบการแข่งขัน เอฟซี บาเซิล เอาชนะ ลิเวอร์พูล ไป 1-0 เก็บ 3 คะแนนขึ้นมาอยู่ที่ 3 ขณะที่ ลิเวอร์พูล มี 3 คะแนนเท่ากันแต่เป็นต่อผลประตูได้เสียทำให้อยู่อันดับที่ 2

รายชื่อ 11 ตัวจริง

บาเซิล : โทมัส วาคลิช,ฟาเบียน ชาร์,มาเร็ค ซูซี,เบห์รัง ซาฟารี,โตล็องต์ ซากา,เจฟฟรี เซเรย์ ดาย,ฟาเบียน ฟราย,อาห์เหม็ด ฮัมเมาดี,โมฮาเหม็ด เอลเนนี,บรีล เอ็มโบโล,มาร์โก สเตรลแลร์

ลิเวอร์พูล : ซิมง มิโญเลต์,โฆเซ เอ็นริเก,เดยัน ลอฟเรน,ฆาบี มานควินโญ,มาร์ติน สเคอร์เทล,สตีเวน เจอร์ราร์ด,ฟิลิปเป คูตินโญ,จอร์แดน เฮนเดอร์สัน,ราฮีม สเตอร์ลิง,ลาซาร์ มาร์โควิช,มาริโอ บาโลเตลลี

ขณะที่การแข่งขันของอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน ลูโดโกเร็ตส์ ทีมจากบัลแกเรีย อันดับ 3 ของกลุ่ม เปิดสนาม สตาดิโอน วาซิล เลฟสกี รับการมาเยือนของ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด แชมป์เก่าจากสเปน ผู้นำของกลุ่ม

เปิดฉากเพียง 6 นาทีเจ้าบ้านเป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำก่อน 1-0 จากจังหวะเปิดลูกเตะมุมฝั่งซ้ายเข้าไปที่เสาแรก คอสมิน โมติ โขกชงไปให้ มาร์เซลินโญ โหม่งระยะเผาขนไม่พลาด และหลังจากนั้น 4 นาที มาดริด ก็มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ โยร์ตัน มิเนฟ ไปทำฟาล์ว ฮาเวียร์ เอร์นันเดซ และเป็น คริสเตียโน โรนัลโด ที่สังหารแต่พลาดโดนปัดทิ้งไปได้

ลูโดโกเร็ตส์ ออกนำ 1-0

อย่างไรก็ตาม น.25 มาดริด ก็ได้จุดโทษอีกครั้งโดยคราวนี้เป็น โรนัลโด ที่ถูก คอสมิน โมติ ทำฟาล์ว ซึ่งก็ยังเป็นปีกชาวโปรตุกีสที่ขันอาสาสังหารแต่คราวนี้ยิงเข้าไปไม่พลาด และนั้นก็เป็นประตูสุดท้ายในช่วง 45 นาทีแรก เรอัล มาดริด เสมอกับ ลูโดโกเร็ตส์ 1-1

คริสเตียโน โรนัลโด ยิงจุดโทษไล่ตีเสมอ 1-1

กลับมาต่อครึ่งหลังมาดริด มาดริด ที่รุกหนักมาได้ประตูชัยสมใจ ใน น.77 มาร์เชโล ครอสบอลมาให้ คาริม เบนเซมา ซัดด้วยซ้ายกลางเขตโทษไม่พลาด และหลังจากนั้นทั้งสองทีมก็ไม่มีประตูเพิ่มเติมจบการแข่งขัน เรอัล มาดริด พลิกชนะ ลูโดโกเร็ตส์ 2-1

คาริม เบนเซมา ยิงประตูชัยให้ เรอัล มาดริด

ส่วนเกมที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเตียม "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ทีมจากอังกฤษ อันดับสุดท้ายของกลุ่ม ดี ลงเล่นในบ้านรับการมาเยือนของ กาลาตาซาราย ทีมอันดับที่ 3 ของกลุ่มจากตุรกี

เปิดฉากได้ 22 นาที อาร์เซนอล ก็คว้าประตูออกนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ อเล็กซิส ซานเชซ รับบอลทางซ้ายก่อนจะจ่ายทะลุช่องให้ แดนนี เวลเบค สอดเข้าไปเลือกมุมกดตุงตาข่าย และเพียง 8 นาทีต่อมา "ปืนใหญ่" ก็ได้ประตูที่สองโดยคราวนี้เป็นความผิดพลาดของนักเตะทีมเยือนที่โหม่งสกัดบอลคืนหลังแต่กลายเป็นชงให้ แดนนี เวลเบค กระชากหลุดเข้าไปยิงตุงตาข่ายช่วยเจ้าถิ่นนำห่างเป็น 2-0

แดนนี เวลเบค ซัดไปอีกหนึ่ง

น.40 อาร์เซนอล บวกสกอร์เพิ่ม เมซุต โอซิล จ่ายทะลุช่องให้ อเล็กซิส ซานเชซ หลุดเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนจะแตะหลบแนวรับแล้วซัดหายเข้าประตูไป ส่งผลให้จบครึ่งแรก อาร์เซนอล นำ กาลาตาซาราย ไปก่อน 3-0

อเล็กซิส ซานเชซ หนึ่งยิง สองจ่าย

กลับมาครึ่งหลัง อาร์เซนอล ไม่รอช้าซัดนำห่างเป็น 4-0 ใน น.52 อเล็กซ์ ออกซ์เลด แชมเบอร์เลน ดีดบอลไปให้ แดนนี เวลเบค หลุดเข้าไปยกบอลข้าม เฟร์นันโด มุสเลรา เข้าไปไม่พลาด กลายเป็นประตูแฮตทริกของเขาในเกมนี้และยังเป็นแฮตทริกแรกหลังย้ายมาอยู่กับ อาร์เซนอล

ประตูแฮตทริกแรกหลังย้ายค่าย

แต่เมื่อมาถึง น.60 "ปืนใหญ่" ก็ต้องเหลือแค่ 10 คนพร้อมเสียจุดโทษ หลัง วอยเชียค เชสนี มือกาวของทีมโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม หลังไปทำฟาล์ว บูรัค อิลมาซ ทำให้ อาร์แซน เวนเกอร์ ต้องเลือกถอด ซานเชส ออกแล้วส่ง ดาวิด ออสปินา ลงมาเฝ้าเสา และเป็น อิลมาซ ที่สังหารพา กาลาตาซาราย ไล่เป็น 1-4

เชสนี โดนใบแดง

ทว่าในช่วงเวลาที่เหลือต่อจากนั้นยังคงเป็น "ปืนใหญ่" ที่เหนือกว่าส่งผลให้จบการแข่งขัน อาร์เซนอล เอาชนะ กาลาตาซาราย ไป 4-1 เก็บ 3 คะแนนแรกได้สำเร็จ

ด้านเกมไฮไลท์ของกลุ่ม เอ "ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด รองแชมป์เก่าจากสเปน อันดับ 3 ของกลุ่ม เปิดสนาม เอสตาดิโอ บิเซนเต กัลเดรอน รับการมาเยือนของ "ม้าลาย" ยูเวนตุส ทีมดังจากอิตาลี เจ้าของตำแหน่งจ่าฝูง ซึ่งผลปรากฏว่า แอต.มาดริด เฉือนเอาชนะ ยูเวนตุส ไป 1-0 โดยมาได้ประตูชัยใน น.74 จาก อาร์ดา ตูราน เก็บ 3 คะแนนแรกมาครอง.

แอต.มาดริด ชนะ ยูเวนตุส 1-0

ผลฟุตบอล ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม

กลุ่ม เอ
แอตเลติโก มาดริด (สเปน) 1-0 ยูเวนตุส (อิตาลี)
มัลโม (สวีเดน) 1-0 โอลิมเปียกอส (กรีซ)
 
กลุ่ม บี
บาเซิ่ล (สวิตเซอร์แลนด์) 1-0 ลิเวอร์พูล (อังกฤษ)
ลูโดโกเร็ตส์ (บัลแกเรีย) 1-2 เรอัล มาดริด (สเปน)
 
กลุ่ม ซี
เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก (รัสเซีย) 0-0 โมนาโก (ฝรั่งเศส)
ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน (เยอรมัน) 3-1 เบนฟิกา (โปรตุเกส)
 
กลุ่ม ดี
อาร์เซนอล (อังกฤษ) 4-1 กาลาตาซาราย (ตุรกี)
อันเดอร์เลชท์ (เบลเยียม) 0-3 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมัน)

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้