วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'6ตังเกทาส'ถึงไทย

'6ตังเกทาส'ถึงไทย

  • Share:

เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ญาติร้องให้ช่วยอีก2ราย

แรงงานประมงไทยทั้ง 6 คน กลับถึงแผ่นดินไทยเรียบร้อยแล้ว หลังหน่วยงานภาครัฐของไทยบูรณาการกันช่วยเหลือพาพ้นนรกกลางทะเลอินโดนีเซีย จนประสบผลสำเร็จ ญาติไปรับร่ำไห้กันระงมหลังไม่พบหน้ากันแรมปี ระบุรอดมาได้เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ เผยยังพบเหยื่อแรงงานไทยยังหลบซ่อนตัวอีก 12 ราย ในเกาะอัมบน เร่งประสานสถานทูตไทยตรวจสอบและนำเข้าสู่กระบวนการส่งกลับ

ปฏิบัติการช่วยเหลือเหยื่อแรงงานไทย 6 คน ที่ถูกหลอกไปเป็นทาสแรงงานประมงบนเกาะกลางทะเลสำเร็จเรียบร้อยแล้วและเหยื่อเดินทางกลับถึงไทยโดยสวัสดิภาพ ทั้งนี้ เมื่อเช้าวันที่ 1 ต.ค. (ตามเวลาท้องถิ่นอินโดนีเซีย) เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอินโดนีเซียมารับตัวนายวุฒิศักดิ์ ตันติวุฒิ นายไวภพ จ่างใส นายทองศรี พรหมวิบุตร นายณรงค์ศิลป์ พืชหมอ นายบอย ทรงทรัพย์ และ นายพิภพ พิลาบุตร 6 แรงงานประมงไทยที่ถูกหลอกไปเป็นแรงงานทาสจับปลาในน่านน้ำอินโดนีเซีย จากสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศอินโดนีเซีย เดินทางไปยังสนามบินซูการ์โน ฮัตตา กรุงจาการ์ตา ส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล บนเครื่องบินสายการบินไทย เที่ยวบินทีจี 434 โดยมีนายธงชัย ชาสวัสดิ์ อธิบดีกรมการกงสุล กับคณะทั้งหมดที่ไปรับตัวแรงงานไทย จากนั้นคณะทั้งหมดได้ออกเดินทางจากสนามบินซูการ์โน ฮัตตา กรุงจาการ์ตา ในเวลา 12.35 น.

ด้านนางสุวรีย์ ใจหาญ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและแก้ไขปัญหาค้าหญิงและเด็ก หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ที่เดินทางไปรับตัว 6 แรงงานไทยกลับบ้าน กล่าวว่า ภารกิจการนำคนไทย 6 คน ที่ตกทุกข์ได้ยากที่เกาะอัมบน กลับมายังประเทศไทยถือว่าประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ยังมีแรงงานประมงไทยอยู่ในกระบวนตรวจสอบของทางการอินโดนีเซียรอการส่งกลับอีก 4 คน มีการสำรวจพบแรงงานประมงไทยที่ต้องการเดินทางกลับประเทศไทย แต่ยังหลบซ่อนตัวอยู่บนเกาะอัมบนอีก 12 คน กรณีหลังนี้ ตนและคณะได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลเบื้องต้นและนำข้อมูลดังกล่าวส่งต่อให้สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศอินโดนีเซียรับไปดำเนินการตรวจสอบและนำคนไทยชุดนี้เข้าสู่กระบวนการส่งกลับต่อไป

นายสมพงค์ สระแก้ว ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (แอลพีเอ็น) ผู้ที่แจ้งเรื่องลูกเรือประมง 6 รายดังกล่าว ให้กรมการกงสุลรับทราบจนนำมาสู่การช่วยเหลือกลับประเทศไทยในที่สุด เผยว่า เชื่อว่าคนที่ดีใจที่สุดเหมือนตายแล้วเกิดใหม่คือครอบครัวของเขา เราเหมือนคนไปสื่อสาร สื่อกลางให้ทราบความเป็นไป ประสานความช่วยเหลือต่อหน่วยงานภาครัฐเท่าที่เราทำได้ บอกเขาว่าเมื่อมาถึงเมืองไทยทีมงานมูลนิธิฯ จะไปรับที่สนามบิน เรื่องการรับขวัญแรงงานคงไปรับที่บ้านเกิดของเขา คนที่รอไม่ใช่เฉพาะครอบครัวของเขาเท่านั้น แต่เครือญาติ คนทั้งหมู่บ้านน่าจะมาแสดงความยินดีรับขวัญด้วย หลายๆสิ่งอยากเห็นกระบวนการจัดการปัญหาแรงงานลูกเรือประมงจะเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างและนโยบายที่เอื้อต่อกลุ่มแรงงานทั้งหมดประโยชน์อันใหญ่หลวงจะช่วยทำให้ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องแปรวิกฤติเป็นโอกาสสำคัญ แต่เขาจะมองเห็นหรือไม่ก็เท่านั้น

ขณะที่นายวุฒิศักดิ์ ตันติวุฒิ ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นเครื่องกลับไทยว่า กรณีที่ที่ปรึกษาสมาคมประมงนอกน่านน้ำไทย ระบุว่า ตนทำผิดสัญญานั้น ขอยืนยันว่า ณ ตอนนั้นตนถูกบังคับให้เซ็นสัญญา จึงต้องเลยตามเลยไปก่อน

เวลา 16.00 น. คณะเจ้าหน้าที่ทั้งหมด รวมถึงแรงงานไทย 6 คน เดินทางมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และคณะ เดินทางมารับ 6 แรงงานไทย โดยมีบรรดาญาติ พี่น้อง และเพื่อนๆ ของแรงงานประมงไทยมารอรับแรงงานแต่ละคน ทันทีที่ทั้ง 2 ฝ่ายพบหน้ากันต่างโผเข้าสวมกอดกันร่ำไห้กันระงม บางคนถึงกับก้มกราบเท้าพ่อแม่ด้วยความดีใจและคิดถึงหลังจากที่ไม่ได้พบหน้ากันนานนับแรมปี

นายฉลวย นางวรรณดี สุขกูล พี่ชายพี่สาวของนายบอย ทรงทรัพย์ อายุ 30 ปี บ้านอยู่ซอยเพชรเกษม 64 กทม. หนึ่งใน 6 แรงงานประมง กล่าวว่า ดีใจที่ได้พบหน้าน้องชายอีกครั้ง เพราะหายตัวออกจากบ้านนานกว่า 4 ปี ตนออกตามหาทุกช่องทาง จนรู้สึกท้อใจคิดว่าคงไม่มีโอกาสได้พบหน้ากันอีก กระทั่งช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่โทรศัพท์แจ้งว่าพบตัวนายบอยถูกหลอกไปใช้แรงงานทาสจับปลาในน่านน้ำอินโดนีเซีย และหน่วยงานภาครัฐไทยเข้าช่วยเหลือแล้ว จะเดินทางกลับมาประเทศไทยต้นเดือน ต.ค.นี้

ด้านนายบอยกล่าวว่า ปกติมีอาชีพทำงานประมงมานานกว่า 10 ปี เคยลงเรือหาปลาในทะเลนานสุด 25 เดือน แต่เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา มีเพื่อนชวนให้ไปทำงานประมง ที่น่านน้ำอินโดนีเซีย เพราะมีรายได้ดีเดือนละ 1 แสนบาท จึงหลงเชื่อ แต่เมื่อไปกลับถูกให้ทำงานหนักได้เงิน 3 เดือน 7,000 บาท ขอกลับเมืองไทยก็ไม่ได้ จึงร้องขอความช่วยเหลือกับรัฐบาลไทย จากนี้จะเดินเรื่องทำเอกสารต่างๆ เสร็จแล้ว จะเรียกร้องค่าแรงงานที่ควรจะได้รับกับเรือประมง แล้วขอบวชทดแทนพระคุณพ่อแม่และผู้มีพระคุณแล้วจะไม่หันหลังกลับทำงานประมงอีกเด็ดขาด

ส่วนนายธงชัย ชาสวัสดิ์ อธิบดีกรมการกงสุล กล่าวว่า การช่วยเหลือแรงงานประมงกลับครั้งนี้ เป็นความร่วมมือแบบบูรณาการของหน่วยที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลไทย ร่วมกับรัฐบาลอินโดนีเซีย หน่วยงานภาครัฐไทยที่เดินทางไปช่วยเหลือ ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของอินโดนีเซีย จนพบแรงงานประมงไทยอีก 7 คน จึงให้การช่วยเหลือ แต่ติดที่เอกสารการเดินทาง คาดว่าภายในเดือน พ.ย.นี้ ทั้ง 7 คน จะเดินทางกลับมาได้ นอกจากนี้ยังได้พูดคุยแนวทางการแก้ปัญหาแรงงานประมงถูกหลอกอีกด้วย

นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กล่าวว่า ภารกิจการนำคนไทยทั้ง 6 คน กลับมายังประเทศไทย ประสบความสำเร็จ และพบว่ายังมีแรงงานประมงไทยอยู่ในกระบวนการตรวจสอบของทางการอินโดนีเซียรอการส่งกลับอีก 4 คน มีแรงงานประมงไทยที่ต้องการกลับไทย แต่ยังหลบซ่อนตัวอยู่บนเกาะอัมบนอีก 12 คน ได้นำข้อมูลดังกล่าวส่งต่อให้สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศ อินโดนีเซีย รับไปดำเนินการ นำคนไทยกลับบ้าน ส่วนคนไทยทั้ง 6 คนนี้ที่กลับมาได้แล้ว ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์หรือไม่ เนื่องจากบางรายมีครอบครัวอยู่อินโดนีเซีย กลับมาไทยเพื่อทำบัตรประชาชนและพาสปอร์ต แล้วจะกลับไปอยู่กับครอบครัวที่อินโดนีเซีย บางรายสมัครใจไปทำงานในเรือแต่ไม่ได้ค่าแรงตามที่ตกลง และมี 2 คนที่ถูกจี้ มอมยา นำไปลงเรือ ต้องมีการสอบข้อเท็จจริงเพื่อคัดแยกเหยื่อ ทุกคนที่ไปทำงานใช้หนังสือคนประจำเรือปลอม โดยมีกระบวนการนายหน้าที่นำคนลงเรือและรับเงินไปล่วงหน้า คนเป็นลูกเรือต้องทำงานใช้หนี้และนายจ้างเก็บสมุดไว้ เมื่อมีปัญหากับไต๋เรือและตกเรือ จึงต้องอยู่แบบหลบซ่อน กลัวตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับและส่งลงเรือไปเจอสภาพเดิมอีก

วันเดียวกัน ที่สำนักงาน นสพ.ไทยรัฐ ช่วงเย็น มีนางสร้อยสุดา อุชัย อยู่ที่ ต.เมือง อ.เมืองชลบุรี โทรศัพท์มาร้องทุกข์ ว่า อยากให้ช่วยตามหา นายศุภรัตน์ อุชัย อายุ 26 ปี เป็นพี่ชายของสามี ซึ่งขึ้นเรือประมงไปประเทศอินโดนีเซีย ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย.2555 เพราะมีนายหน้ามาชวนทำงานอ้างว่าจะได้เงินเดือน 30,000 บาท มีการลงนามในสัญญากันอย่างถูกต้องว่าจะทำงานเพียง 2 ปี แต่กลับพบว่าเงินที่ได้รับมาไม่เป็นตามที่สัญญาระบุ และตั้งแต่เดือน พ.ย.2556 ญาติติดต่อไม่ได้ จนครบกำหนดแล้วยังไม่รู้ชะตากรรม เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเพื่อนบ้านที่เดินทางไปพร้อมกับนายศุภรัตน์ เดินทางกลับมา แต่มีอาการบาดเจ็บที่ตาขวาแทบมองไม่เห็น และบอกกับแม่นายศุภรัตน์ว่า ควรรีบนำเงินไปไถ่ตัวกลับมา เพราะที่นั่นหากใครไม่สามารถทำงานได้ก็จะถูกทิ้งไว้ ด้วยความเป็นห่วงจึงอยากวิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือด้วย

วันเดียวกัน นางจิราภรณ์ ไกยราช ชาว ต.นางรำ อ.ประทาย จ.นครราชสีมา อายุ 34 ปี โทรศัพท์มาร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ห้องร้องทุกข์ สำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ว่า นายเคน ไกยราช อายุ 35 ปี สามี ได้ขึ้นเรือประมงของบริษัทแห่งหนึ่งไปหาปลาที่เกาะอัมบน ประเทศอินโดนีเซีย ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย.2555 ภายหลังมีนายหน้ามาติดต่อชวนทำงานอ้างว่ารายได้ดี โดยก่อนขึ้นเรือไม่ทราบว่าสามีได้ลงนามสัญญากันหรือไม่ แต่เมื่อเดือน ส.ค. สามีติดต่อกลับมาว่าอยากเดินทางกลับ เพราะเงินเดือนที่ได้รับไม่เป็นไปตามที่ตกลงไว้บริษัทก็บอกว่าถ้าอยากกลับก็ให้หาคนมาแทน จึงไม่รู้จะทำอย่างไร อยากขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการด้วย

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้