วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กสิกรไทย คาด ปลายปีเงินบาทมีสิทธิ์อ่อนค่า แตะ 33 บาท/ดอลลาร์

กสิกรไทย คาด ปลายปีเงินบาทมีสิทธิ์อ่อนค่า แตะ 33 บาท/ดอลลาร์

  • Share:

กสิกรไทย มองเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าระยะสั้น คาดปลายปีอ่อนแตะ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ พร้อมแนะผู้นำเข้า-ส่งออกทำประกันความเสี่ยงรับความผันผวน ต่างชาติขนเงินเข้าไทยลงทุนในตราสารหนี้ 8 เดือน กว่า 2.6 แสนล้าน...

นายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า กสิกรไทยมองค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลง โดยมีเป้าหมายสิ้นปีอยู่ที่ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปรับตัวดีขึ้น คาดปีหน้าอาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งผลให้กระแสเงินไหลออกจากตลาดเกิดใหม่และดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับเงินบาทและเงินสกุลเอเชียในช่วงปลายปี

ขณะที่ในระยะสั้น ค่าเงินบาทอาจมีความผันผวนปรับตัวแข็งค่าขึ้นได้บ้าง เนื่องจากยังมีเงินไหลเข้ามาในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้จากนักลงทุนต่างชาติที่โยกเงินเข้ามาลงทุน และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในแหล่งที่มีผลตอบแทนที่สูงกว่า โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา มีเงินไหลเข้าตลาดพันธบัตรของประเทศไทยกว่า 1.4 แสนล้านบาท ประกอบกับ คาดการณ์ว่าอาจมีการออกมาตรการผ่อนคลายการเงินรอบใหม่ของธนาคารกลางยุโรป จากการประชุมในวันที่ 2 ต.ค.นี้ ซึ่งหากมีการอัดฉีดสภาพคล่อง ตามมาตรการใหม่จริง จะทำให้มีเงินอีกระลอกไหลเข้ามาในตลาดเกิดใหม่ และอาจทำให้เงินบาทและสกุลเพื่อนบ้านแข็งค่าขึ้นได้ชั่วคราว 

สำหรับผู้ประกอบการที่เป็นผู้นำเข้า ในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2557 แนะนำให้เริ่มเข้าป้องกันความเสี่ยงด้วยธุรกรรม Forward หรือธุรกรรม Option โดยทยอยซื้อดอลลาร์ (ต้นปีอยู่ที่ประมาณ 33.15 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 32.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ) และรอจังหวะซื้อดอลลาร์เพิ่มหากธนาคารกลางยุโรปมีการเพิ่มมาตรการผ่อนคลายการเงิน ซึ่งคาดว่าจะทำให้มีเงินไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ ที่จะส่งผลให้ค่าเงินในภูมิภาคเอเชีย รวมทั้งเงินบาทแข็งค่าขึ้นชั่วคราว

จากสถิติของธนาคารพบว่า การเข้าป้องกันความเสี่ยงของผู้ประกอบการในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2557 มีสัดส่วนลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องจากค่าเงินมีความผันผวนน้อยกว่าปีที่ผ่านมา โดยในปี 2556 ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 28.56-32.88 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ คือ มีการเคลื่อนไหวถึง 4.32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 15.1% ขณะที่ในปีนี้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 31.75–33.15 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ หรืออยู่ในกรอบช่วง 1.40 บาทต่อดอลลาร์ หรือเพียง 4.2% ส่งผลให้การบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของผู้ประกอบการลดลง โดยสัดส่วนการป้องกันความเสี่ยงของผู้ประกอบการผ่านธุรกรรม Forward เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ลดลงจาก 43.5% ในปี 2556 เป็น 39.9% ในช่วงเวลาเดียวกัน และมีการใช้บัญชีเงินฝากที่เป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ (FCD) เพิ่มขึ้น 73%

ทั้งนี้ ผู้ส่งออกที่มองว่าค่าเงินบาทอาจมีโอกาสแข็งค่าขึ้นในช่วงที่จะได้รับชำระค่าสินค้าก่อนปลายปี แนะนำให้เข้าป้องกันความเสี่ยง โดยการซื้อ Put Option ซึ่งเป็นการประกันอัตราแลกเปลี่ยนขั้นต่ำสุดในการขายดอลลาร์หากบาทแข็งค่า และในขณะเดียวกัน จะมีโอกาสขายได้อัตราที่ดีขึ้นอีกหากเงินบาทอ่อนค่า ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ผู้ประกอบการที่เข้าป้องกันความเสี่ยงไม่เสียโอกาสหากเงินบาทอ่อนค่าลงมากเหมือนการทำ Forward ปกติ

ด้านตลาดตราสารหนี้ของไทย กลุ่มนักลงทุนต่างชาติยังเข้าซื้อตราสารหนี้ของไทยเพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยนับจากต้นปีจนถึงปลายเดือนสิงหาคม นักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อตราสารหนี้ไทยกว่า 260,000 ล้านบาท ในขณะเดียวกัน ผู้ออกหุ้นกู้ภาคเอกชนก็ใช้จังหวะที่อัตราดอกเบี้ยทรงตัวในระดับต่ำตลอดปี 2557 ออกหุ้นกู้เอกชนระยะยาว โดยมีมูลค่าการออกหุ้นกู้นับตั้งแต่ต้นปี 2557 ถึงปลายเดือนสิงหาคมกว่า 420,000 ล้านบาท (นับรวมหุ้นกู้ของธนาคารพาณิชย์) โดยทั้งตลาดคาดการณ์ว่าหุ้นกู้เอกชนที่ออกจำหน่ายในปีนี้ รวมแล้วจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 500,000 ล้านบาท.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้