วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตลท. ยัน ไม่มีมาตรการสกัดหุ้น IPO ร้อนแรง

ตลท. ยัน ไม่มีมาตรการสกัดหุ้น IPO ร้อนแรง

  • Share:

ตลท.ยันยังไม่มีมาตรการควบคุมหุ้น IPO ร้อนแรง ชี้ปล่อยไปตามกลไกตลาด จาก ศก.เริ่มดีขึ้น ทำให้เกิดการระดมทุน คาดหุ้นเข้าใหม่สูงกว่าเป้าที่ 2.1 แสนล้าน...

เมื่อวันที่ 1 ต.ค. นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ และบริษัท จดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท.ยังไม่มีมาตรการใหม่ๆ ที่จะเข้ามาควบคุมความเคลื่อนไหวของหุ้น IPO โดยมองว่า ราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นนั้นเป็นไปตามกลไกของตลาด ที่การกำหนดราคาขาย IPO มักจะให้ส่วนลดกับนักลงทุนที่จองซื้อ ประกอบกับปัจจุบันมีภาวะตลาดหุ้นค่อนข้างดี ส่งผลให้นักลงทุนมีความมั่นใจในการลงทุนมากขึ้น

ในช่วงไตรมาส 4/57 นี้ จะมีบริษัทเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) อีก 10-15 ตัว เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับสถานการทางการเมืองที่คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ทำให้บริษัทฯ ต่างๆ มีความต้องการที่จะเข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อขยายธุรกิจ เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจที่กลับมาฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ตลท.คาดว่ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (Market cap) สำหรับหุ้น IPO เข้าใหม่จะสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 2.1 แสนล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่กว่า 1.9 แสนล้านบาทแล้ว

"หลังจากนี้จะมี IPO จะเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หลังจากการเมืองคลี่คลายและเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น ทำให้คนต้องการที่จะเข้ามาระดมทุนมากขึ้น และในบางสัปดาห์อาจจะมีหุ้น IPO ถึง 4 ตัว ทำให้เราคาดว่ามูลค่าตามราคาตลาดของหุ้น IPO จะสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้" นายชนิตร กล่าว

สำหรับหุ้นเก็งกำไรในช่วงนี้ นายชนิตร มองว่า ปัจจัยส่วนใหญ่มาจากการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานของแต่ละบริษัท ส่งผลให้นักลงทุนเข้ามาเก็งกำไร โดยคาดหวังว่าการเปลี่ยนแปลงจะทำให้ผลตอบแทน ปรับตัวสูงขึ้น หากเข้าไปควบคุมอาจจะทำให้เกิดการสกัดกั้น และไม่สะท้อนพื้นฐานใหม่ๆ ทางธุรกิจที่แท้จริง

"ปีนี้อาจจะมีหุ้นที่ร้อนแรง และมีการเข้ามาเก็งกำไรมาก แต่เป็นเข้ามาเพราะบริษัทนั้นๆ มีการปรับเปลี่ยนธุรกิจ ทำให้นักลงทุนมีความคาดหวังถึงผลตอบแทนที่จะดีขึ้น โดยหากเราเข้าไปควบคุมก็อาจเป็นการไปสกัด potential ของการเติบโตในอนาคตของบริษัทนั้นได้ ซึ่งเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ส่วนใหญ่ไม่มีพื้นฐานรองรับและยังขาดทุน แต่ราคาหุ้นขึ้นไปมากกว่า 200-300% แบบไร้สาเหตุ แต่ปีนี้ยังถือว่าไม่มาก" นายชนิตร กล่าว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้