วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ขวัญใจมหาชนคนมีครอบครัว HONDA MOBILIO RS

ขวัญใจมหาชนคนมีครอบครัว HONDA MOBILIO RS

  • Share:

รถยนต์อเนกประสงค์ (MUV) ในประเทศไทย กำลังเป็นที่นิยมสำหรับคนยุคใหม่ ที่มักจะใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกับคนในครอบครัว โดยในระยะเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา ยอดขายของรถ MUV ในประเทศไทยนั้น เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว รถยนต์แบบ MUV ขนาดซับคอมแพคท์ ได้รับความนิยมคิดเป็นสัดส่วน 75% ของตลาด MUV ทั้งหมด Honda Automobile สบช่องเล็งเห็นแนวทางในการเปิดโมเดลใหม่ ให้มีความครอบคลุมบนตลาดรถยนต์ราคาประหยัดของประเทศไทย จึงได้ลงมือลงแรงพัฒนายานยนต์ ในชื่อรุ่นว่า Mobilio เพื่อนำเสนอความพึงพอใจด้านการใช้งานให้กับผู้เป็นเจ้าของ ด้วยการนำความสปอร์ต ซึ่งเป็น DNA ของ Honda Automobile มาเป็นหัวใจหลักในการออกแบบ โดยใช้แนวคิดหลักการสำหรับพิจารณาร่วมกับความต้องการของกลุ่มลูกค้า ที่มักใช้เวลาร่วมกันกับครอบครัวเมื่ออยู่ในรถโดยนำเสนอ “ความสะดวกสบาย และขนาดที่กว้างขวาง”


เป้าหมายของ Honda Automobile คือ การสร้างรถยนต์ MUV ใหม่ ที่ให้ประสบการณ์ของการควบคุมขับขี่ภายใต้แบรนด์ Honda เมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์คู่แข่งในระดับเดียวกัน Honda ตั้งใจที่จะนำเสนอรถยนต์ที่มีคุณภาพในระดับของราคาที่ผู้คนทั่วๆ ไป สามารถครอบครองเป็นเจ้าของได้ ผนวกกับระบบความปลอดภัย พร้อมกับ “ความสปอร์ตและการจัดวางที่ดี” โดยทีมวิศวกรของ Honda Automobile ได้ทำการศึกษาวิจัยถึงความต้องการของคนเอเชีย และค้นพบว่า รถยนต์ขนาดความยาวไม่เกิน 4.4 เมตร เป็นคำตอบที่ลงตัวที่สุด เนื่องจากไม่ใหญ่จนเกินไป และมีความสะดวกในการถอยจอด นอกจากนี้ Honda Mobilio ยังมีความสูงจากพื้น 189 มิลลิเมตร มีระยะฐานล้อ 2,652 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นมิติที่ให้ความสะดวกสบายในห้องโดยสาร ให้ความคล่องตัวในการขับ ภาพลักษณ์ความสปอร์ต ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Honda ที่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น จากการออกแบบที่เรียบง่าย รูปทรงของ Mobilio มีมิติที่ใหญ่กว่าซีดานขนาดเล็ก การออกแบบที่ใช้สไตล์ของ Honda ผสมผสานกับการใช้งานในชีวิตประจำวันแล้ว วิศวกรยังได้สร้างความมั่นใจในสมรรถนะการขับขี่ที่สมควรกับระดับของราคาค่าตัว เป็นการนำเสนอรถยนต์ที่ Honda Automobile คาดหวังว่าจะสามารถสร้างความประทับใจเหมาะสำหรับครอบครัวขนาดเล็กที่ต้องการพาหนะคันใหม่ สำหรับใช้งานในเมืองรวมถึงการขับเดินทางไกล


Honda Mobilio ยนตรกรรมอเนกประสงค์ขนาดซับคอมแพคท์รุ่นใหม่ล่าสุด ได้รับการออกแบบและพัฒนาร่วมกันระหว่างวิศวกรชาวญี่ปุ่นและไทย ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนารถยนต์ Honda Automobile ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทย Mobilio วางมิติภายในห้องโดยสาร ซึ่งเน้นไปที่ความกว้างขวาง เบาะนั่งที่ปรับพับได้ พื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์


แนวคิดการออกแบบ Honda Mobilio
Honda Mobilio ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “Progressive Private Jetliner” หรือเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวที่ล้ำสมัย โดยมีองค์ประกอบหลัก 3 ประการ คือ ความภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นและทันสมัย คุณภาพในการขับขี่และโดยสาร ความอุ่นใจตลอดอายุการใช้งาน


รูปลักษณ์ภายนอก
รูปลักษณ์ภายนอกของ Honda Mobilio ออกแบบด้วยแนวคิด “Dual Solid Motion” ผสานระหว่างรูปทรงของตัวถังและกระจกด้านข้างตัวรถที่เรียงต่อกันจากหน้ารถเชื่อมต่อไปยังด้านท้ายรถ ด้วยการออกแบบทางวิศวกรรมใหม่ ทำให้ห้องโดยสารมีพื้นที่กว้างมากขึ้นเบาะนั่งปรับได้ตามความเหมาะสม ให้การขับขี่ที่สะดวกสบายเช่นเดียวกับรถซีดาน ระยะความสูงจากพื้นถนนถึงใต้ท้องรถที่เหมาะสม อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ดี พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีใหม่จากระบบเครื่องยนต์ของฮอนด้า


ด้านหน้ารถ วางเส้นสายที่เชื่อมต่อไฟหน้าและกระจังหน้า โดยมีการออกแบบกันชนหน้า กระจังหน้า และฝากระโปรงในสไตล์สปอร์ต ส่วนจุดเด่นของด้านท้าย คือ การออกแบบเสาหลังแบบลอยตัว และโครงสร้างตัวถังด้านนอกของรถที่อยู่ติดกับกระจก ซึ่งเชื่อมต่อจากด้านข้างไปด้านหลังถูกออกแบบให้คล้ายกับปีกของเครื่องบินเจ็ต รวมถึงเส้นสายตัวถังด้านข้างที่ทอดตัวจากท้ายรถไปด้านข้างเหนือซุ้มล้อ รูปลักษณ์ใหม่ของ Mobilio ในรุ่นสูงสุด RS ถูกออกแบบให้ดูปราดเปรียวและมีความกว้างตามแบบฉบับของรถ MUV เส้นสายด้านข้างตัวรถที่พุ่งขึ้น เสริมรูปลักษณ์ความเป็นสปอร์ตด้วยกันชนหน้าขนาดใหญ่ กันชนล่างสีดำตัดกับไฟหน้าและกระจังหน้า


เส้นสายด้านข้างตัวรถที่มีลักษณะคล้ายเส้นสายฟ้าที่เชื่อมส่วนหน้าและส่วนหลังของตัวรถ เพิ่มทัศนวิสัยในที่นั่งแถวที่ 2 และแถวที่ 3 ทำให้ห้องโดยสารดูโปร่งโล่ง บานหน้าต่างบริเวณที่นั่งแถวที่ 3 ไปจนถึงตัวถังช่วงบนมีรูปทรงโค้งมน ต่อเนื่องไปยังกระจกหลัง เส้นสายของหลังคาที่เสริมสมรรถนะด้านอากาศพลศาสตร์ ระยะฐานล้อถูกขยายออกแต่ความยาวของรถยนต์ไม่เกินกว่าพื้นที่จอดรถเฉลี่ยของที่อยู่อาศัยทั่วไป ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องมากพอที่จะให้สมรรถนะการขับขี่ดีแม้จะขับบนถนนที่ขรุขระ บริเวณประตูท้ายออกแบบพิเศษ โดยเฉพาะกระจกหลังที่โค้งมนเข้ากับรูปทรงของตัวถังทำให้ Mobilio มีความแตกต่างจากรถยนต์อเนกประสงค์ทั่วไปที่มีตัวถังเป็นทรงกล่อง


เพื่อให้ได้ตัวถังที่ดูใหญ่ นักออกแบบของ Honda ในแผนก R&D ได้ทำการดีไซน์ให้ตัวถังด้านข้างมีเส้นสายที่ทอดยาวจากกันชนหลังไปยังด้านข้างของตัวรถ บริเวณซุ้มล้อหลังถูกออกแบบให้กว้าง และต่อเนื่องเข้ากับกันชนหลัง ด้วยซุ้มล้อหลังและกันชนที่แผ่กว้าง ทำให้รถคันนี้มีรูปลักษณ์ที่ทันสมัยและแปลกตา ไฟท้ายมีทรงที่เพรียวยาวพาดผ่านประตูท้าย ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED จำนวน 6 ดวง ติดไว้ที่สปอยเลอร์หลัง ส่วนไฟหน้าเป็นแบบโปรเจกเตอร์ พร้อมไฟหรี่ LED ล้ออัลลอย ขนาด 15 นิ้ว ของ Mobilio (เฉพาะรุ่น RS และ V) มีลักษณะพิเศษที่ผิวล้อเป็นลายสลักลึก โดยมีซี่ลายปีกคล้ายกับกงจักร


ภายในห้องโดยสาร
ภายในห้องโดยสารคำนึงถึงปรัชญาในการออกแบบของ Honda ที่ว่า “Man Maximum,Machine Minimum” ให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารเป็นหลัก ภายใต้แนวคิด “Prime Comfort” เบาะที่นั่งกว้าง พื้นที่วางพอเพียงต่อการนั่งระยะไกล พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายขนาดใหญ่ Honda Mobilio เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่มีพื้นที่ห้องโดยสารที่สะดวกสบายเหมือนรถซีดาน ทั้งยังมีรูปทรงหลังคาที่ไล่ระดับทำให้มีพื้นที่เหนือศีรษะที่กว้างขวางสำหรับผู้โดยสารในแถวที่ 2 และแถวที่ 3 รถ Honda Mobilio มีการเพิ่มพื้นที่วางขาใต้คอนโซลสำหรับผู้นั่งด้านหน้า ส่วนพื้นที่หลังเบาะผู้โดยสารด้านหน้าและเบาะนั่งแถวที่ 2 ออกแบบให้มีลักษณะโค้งเพื่อให้มีพื้นที่วางขาและพื้นที่บริเวณเข่าของผู้โดยสารด้านหลังเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังออกแบบหลังคาให้มีพื้นที่เหนือศีรษะที่มากพอสำหรับผู้โดยสารในแถวที่ 2 และแถวที่ 3 Ÿ เบาะที่นั่งตอนหน้า ถูกออกแบบให้มีเบาะรองนั่งหนาแต่มีรูปทรงเพรียว เบาะพิงหลังมีโครงสร้างเส้นลวด พนักพิงศีรษะออกแบบให้เป็นชิ้นเดียวกับพนักพิงหลัง


เบาะนั่งแถวที่ 2 ได้รับการเพิ่มพื้นที่วางขา พื้นที่บริเวณเข่าและพื้นที่วางเท้า โดยเบาะนั่งสามารถพับแยกแบบ 60:40 พร้อมพับจังหวะเดียว (One Motion) พนักพิงสามารถพับราบและปรับเอนได้ 3 ระดับ นอกจากนี้ยังสามารถปรับเลื่อนหน้า-หลังได้ 100 มิลลิเมตร (เฉพาะรุ่นRS และ V) ซึ่งทำให้ผู้โดยสารแถวที่ 3 เข้า-ออกจากรถได้ดี

เบาะนั่งแถวที่ 3 (เฉพาะรุ่น RS และ V) เพื่ออำนวยความสะดวกสบาย จึงได้ออกแบบให้ที่นั่งแถวที่ 3 มีพื้นที่วางขาเพียงพอ ไม่คับแคบ ซึ่งเบาะนั่งยังอยู่ในช่วงระยะฐานล้อ และสามารถพับแยกแบบ 50:50 หรือพับไปด้านหน้า 2 จังหวะ คือพับเบาะลงได้เรียบและพับต่อไปด้านหน้าเพื่อให้มีพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายมาก ส่วนพนักพิงยังปรับเอนได้ 2 ระดับŸ

โทนสีภายใน
ภายในของ Mobilio มี 2 โทนสี ได้แก่ สีแบบทูโทน คือสีเบจ-สีดำ และสีดำล้วน ลวดลายผ้าของเบาะนั่งเป็นแบบ 3 มิติ ใช้สีที่ตัดกันในบริเวณตรงกลางและด้านข้างของเบาะนั่ง Mobilio เน้นไปที่การใช้งานอุปกรณ์ภายใน โดยออกแบบให้สามารถใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ได้ง่าย เพิ่มความหรูหราด้วยการตกแต่งแผงควบคุมระบบปรับอากาศและช่องลมแอร์ด้วยวัสดุตกแต่งแบบเมทัลลิกตัดขอบโครเมียม


มาตรวัดจะแสดงไฟสีขาวและสีฟ้าที่ค่อยๆ ส่องสว่างออกมาจากพื้นหลังสีดำ มาตรวัดความเร็วถูกจัดวางไว้ตรงกลางทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นข้อมูลได้ง่าย ด้านซ้ายเป็นมาตรวัดรอบและด้านขวาเป็นไฟแสดงสถานะและไฟเตือนต่างๆ เช่น ไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัด ซึ่งทั้ง 3 วงนี้ถูกจัดวางให้อยู่ในระดับเดียวกันและซ้อนกันอย่างมีมิติ ในเวลากลางคืนมาตรวัดด้านข้างทั้งสองวงจะเรืองแสงสีฟ้าทำให้มองเห็นมาตรวัดทั้ง 3 วงได้อย่างชัดเจน Ÿ

พื้นที่เก็บสัมภาระ
บริเวณพื้นที่ห้องเก็บสัมภาระท้ายของ Mobilio ได้รับการออกแบบให้ใช้งานได้สะดวกเมื่อยกของขึ้นหรือลง ด้วยความลึกถึง 420 มิลลิเมตร ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยในการเก็บสัมภาระท้ายได้มากที่สุดเมื่อเทียบกับรถยนต์ในระดับเดียวกัน สามารถเพิ่มพื้นที่ในการวางสัมภาระที่มีขนาดใหญ่หรือยาวโดยการพับเบาะนั่งแถวที่ 2 หรือแถวที่ 3 ช่องวางแก้วน้ำหรือขวดน้ำ11 ตำแหน่ง สำหรับรุ่น S จะมีถาดรองสัมภาระท้ายแบบป้องกันการขูดขีดŸ


ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว Advanced Touch (รุ่น RS)
Mobilio ติดตั้งระบบรวมชุดเครื่องเสียงที่จะแสดงผลผ่านหน้าจอ LCD แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้วสามารถเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟนบางรุ่น ผ่าน Bluetooth, ช่องเชื่อมต่อ HDMI และ USB สั่งงานด้วยการสัมผัสŸที่หน้าจอ


ระบบปรับอากาศผู้โดยสารตอนหลัง สำหรับรุ่น RS และรุ่น V
ติดตั้งไว้อยู่ในตำแหน่งระหว่างแถวหน้าและแถวที่ 2 ให้ผู้โดยสารในแถวที่ 2 และแถวที่ 3 เพื่อการกระจายไอเย็นจากระบบปรับอากาศไปยังพื้นที่โดยสารตอนหลัง


แนวคิดการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ในโมบิลิโอ ใหม่ คือการทำให้พื้นที่ห้องโดยสารมีความสะดวกสบายเช่นเดียวกับรถซีดาน ระยะฐานล้อ 2,652 มิลลิเมตร และรัศมีวงเลี้ยว 5.2 เมตร ทำให้รถมีความคล่องตัว สะดวกในการจอดและขับขี่ในเมือง ความยาวและความกว้างของพนักวางแขนของเบาะนั่งแถวที่ 2 ที่วางแก้วน้ำ พื้นที่เหนือศีรษะพื้นที่บริเวณเข่าและพื้นที่วางขา เกิดขึ้นจากการออกแบบทางวิศวกรรมที่เปลี่ยนตำแหน่งถังน้ำมันไปอยู่ใต้ที่นั่งแถวที่ 2 ฟังก์ชั่นการพับเบาะนั่งแถวที่ 2 ที่พับขึ้นได้ในจังหวะเดียว (One Motion) พร้อมการออกแบบขอบประตูใหม่ ทำให้ผู้โดยสารในแถวที่ 3 สามารถเข้า-ออก ได้สะดวกขึ้น รวมถึงการออกแบบให้ประตูท้ายที่มีความกว้างและสูงจากด้านท้ายรถ สำหรับรุ่น RS และ V หากมีผู้โดยสารเต็มทุกที่นั่งทั้ง 3 แถว ก็ยังสามารถวางกล่องขนาดเล็กได้ 4 กล่องหรือกระเป๋าเดินทางขนาดเล็กได้ 2 ใบ และวางของต่างๆ ได้อีก หากเป็นรถรุ่น S ที่มีถาดรองสัมภาระท้ายและพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายที่กว้างขวางแม้จะมีผู้โดยสารเต็มทั้งสองแถว ก็ยังสามารถบรรทุกสิ่งของได้อีกถึง 140 กิโลกรัม ในส่วนของมาตรวัดเรืองแสงสีฟ้า มีไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัด ช่องจ่ายไฟสำรอง ที่วางแก้วน้ำที่ให้มาถึง 11 ตำแหน่ง ไฟภายในห้องโดยสาร 2 ตำแหน่ง และกระจกมองหลังแบบตัดแสง

เครื่องยนต์
Honda Mobilio ติดตั้งเครื่องยนต์ SOHCi-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้า ที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 145 นิวตัน-เมตรที่ 4,600 รอบต่อนาที โดยมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้ Earth Dreams Technology ระบบกันสะเทือนหน้าแบบแม็กเฟอร์สันสตรัท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ระบบกันสะเทือนหลังทอร์ชั่นบีมแบบ H Shape Ÿเครื่องยนต์ของ Mobilio เป็นแบบแคมเดี่ยวหรือ ซิงเกิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (SOHC) i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC ให้ประสิทธิภาพที่ดีทั้งสมรรถนะในการขับขี่และการประหยัดน้ำมัน โดยทำงานผสมผสานเข้ากับเกียร์ CVT ที่พัฒนาขึ้นใหม่ การพัฒนาระบบส่งกำลังภายใต้เทคโนโลยี Earth Dreams เพื่อยกระดับอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์1.5 ลิตรใหม่นี้ เกิดขึ้นจาก 2 เทคโนโลยีลดแรงเสียดทานใหม่คือ


1. Cooling Control Spacer (CSS) ที่อยู่ในวอเตอร์แจ็กเก็ตซึ่งจะปรับอุณหภูมิน้ำให้เหมาะสมโดยทันทีและขยายช่องว่างของลูกสูบด้วยน้ำอุ่น ส่งผลให้มีแรงเสียดทานน้อยลงและช่วยประหยัดน้ำมัน

2. การเคลือบสารโมลิบดีนัมไดซัลไฟด์ (MoS2) ที่กระโปรงลูกสูบและแบริ่งหลักซึ่งมีส่วนช่วยอย่างยิ่งในการลดแรงเสียดทานระหว่างลูกสูบกับผนังกระบอกสูบ สาร MoS2 เป็นสารหล่อลื่นสมรรถภาพสูง ที่ช่วยลดความฝืดลูกสูบ ทำให้ประหยัดน้ำมันดีขึ้น

นอกจากนั้น ท่อไอดีพลาสติกน้ำหนักเบาแบบชิ้นเดียวก็มีส่วนช่วยในการประหยัดน้ำมันที่ดีขึ้น EGR plate บนมานิโฟลด์ไอดีของเสื้อสูบ (CylinderBlock Intake Manifold) ก็ช่วยให้โมบิลิโอ ใหม่ ประหยัดน้ำมันได้ดีที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกันŸ

ระบบเกียร์ CVT
ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ภายใต้ Earth Dreams Technology ของ Honda ใช้สายพานเกียร์ที่มีความแข็งแรงสูง 12 เส้น เพื่อให้ได้อัตราทดเกียร์ที่กว้าง แต่มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักของระบบเกียร์เบาลง ในขณะที่แรงบิดสูงเพิ่มมากขึ้น ด้วยแรงเสียดทานที่ต่ำทำให้มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ดีขึ้น ระบบเกียร์ CVT ใหม่ ใช้ปั๊มน้ำมันเกียร์ที่มีระบบวิเคราะห์ประสิทธิภาพในตัวแรงดันของน้ำมันต่อพูลเลย์ โดยจะถูกบันทึกไว้อย่างละเอียดในทุกสภาพการใช้งาน ด้วยเทคโนโลยีการควบคุมแบบใหม่ นอกจากนั้น G-Design Shift ซึ่งเป็นระบบควบคุมและประสานงานแบบใหม่สำหรับเกียร์ลิ้นปีกผีเสื้อและระบบควบคุมไฮดรอลิกจะให้การตอบรับอย่างรวดเร็วต่อแรงที่เข้ามา ทั้งยังช่วยรักษาอัตราเร่ง G ให้ราบรื่นและเป็นแบบลีเนียร์ พร้อมให้ความรู้สึกสปอร์ต

ระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อส่งกำลังสูงสุดของเครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร ระบบเกียร์นี้ให้อัตราทดเกียร์ที่กว้าง ซึ่งเหมาะกับลักษณะการให้กำลังของเครื่องยนต์ พร้อมกับอัตราทดของเกียร์ต่ำที่ให้พลังและความราบรื่นของการเร่งโดยเฉพาะทางลาดชันŸ


พวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้า (EPS)
เชื่อมต่อตรงกับระบบขับเคลื่อนรวมถึงช่วงล่างที่มีการตั้งค่าได้อย่างเหมาะสม ตอบสนองการขับขี่ด้วยความสะดวกสบายในการควบคุมพวงมาลัยในรอบความเร็วต่ำและให้ความมั่นใจด้วยการควบคุมพวงมาลัยอย่างมั่นคงขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง

เทคโนโลยี
Honda Mobilio ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยรุ่น RS มาพร้อมกับระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch และระบบเครื่องเสียงแบบ 2 Din สามารถเชื่อมต่อภาพและเสียงผ่านช่องเชื่อมต่อ HDMI สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) ช่องเชื่อมต่อ USB รองรับการเชื่อมต่อ Smart Phone (บางรุ่น) ส่วนในรุ่น S และ V เป็นระบบเครื่องเสียงแบบ 2 Din พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB และช่อง AUX สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง


แชสซีส์
Honda ได้ใช้ระบบวิเคราะห์ตามแบบจำลองที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อสร้างความสมดุลที่ดีที่สุดให้กับตำแหน่งของที่นั่งบนแชสซีส์ตัวเดียวกัน พร้อมกับได้ทำการทดสอบอย่างละเอียดเพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ความรู้สึกในการขับขี่ตามที่ต้องการ ระยะฐานล้อถูกขยายขึ้นเพื่อให้ครอบคลุมที่นั่งทั้งสามแถว ล้อขนาด 15 นิ้ว กว้าง 185 มิลลิเมตร ถูกนำมาใช้เพื่อให้ได้สมรรถนะของแชสซีส์ที่สมบูรณ์


โครงสร้างเฟรมตัวถังเหล็กแบบทนแรงดึงสูง
ถูกนำมาใช้กับส่วนกลางของตัวถังเพื่อเพิ่มการดูดซับแรงเมื่อเกิดการชนและมีการใช้เหล็กกล้าผสมทนแรงดึงสูงจำนวนมากเพื่อเพิ่มความคงทนของตัวถังและพื้นรถในการรับแรงกระแทกเพิ่มความปลอดภัยในการชนจากด้านหลัง Ÿ


ความแกร่งของตัวถัง
ความแกร่งของเฟรมประตูท้ายได้รับการทดสอบจนมั่นใจได้ถึงแม้ว่าจะมีเฟรมที่กว้าง แต่ความแกร่งของตัวถังด้านข้างไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใดเพราะโครงสร้างถูกเชื่อมต่อเข้ากับระบบกันสะเทือนอย่างแน่นหนา นอกจากนี้ยังได้ปรับความแข็ง ความทนทาน และความแกร่งของโครงสร้างด้านท้ายให้มีความเหมาะสมกับรูปแบบการใช้งาน

ระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท
ได้รับการปรับมุมของล้อหน้า (Kingpin) ให้ไปด้านหลังมากเป็นพิเศษขนาดมุมล้อ (Caster) ที่กว้าง ช่วยลดการโคลงตัวของรถขณะเลี้ยว ซึ่งจากการออกแบบดังกล่าวทำให้ Honda Mobilio มีสมรรถนะด้านการทรงตัวที่ดีขณะขับเคลื่อนทางตรง และด้วยการตั้งค่าในทุกส่วนของช่วงล่างได้อย่างเหมาะสม รวมกับลักษณะของโครงสร้างชิ้นส่วน เป็นการผสมระหว่างสมรรถนะและความมั่นคง

ระบบกันสะเทือนหลังทอร์ชั่นบีมแบบ H-Shape
ได้รับการปรับอัตราส่วนความยืดหยุ่นสปริงบริเวณคาน พัฒนาจุดยึดบริเวณคานรับน้ำหนักอุปกรณ์ช่วงล่างให้เหมาะสม พร้อมทั้งตั้งค่าการบิดตัวของเพลาและจุดควบคุมองศาของล้อให้มีประสิทธิภาพขณะเข้าโค้ง

ระบบความปลอดภัย
นอกเหนือจากการทดสอบสมรรถนะพื้นฐานของรถยนต์ เช่นการขับขี่ การเข้าโค้ง หรือการหยุดรถ ให้ได้คุณภาพแล้ว Honda ยังได้พัฒนาระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน (ActiveSafety) เพื่อช่วยลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงระบบความปลอดภัยเชิงรับ (PassiveSafety) โครงสร้างแบบ G-CON รถ Mobilio ทุกรุ่นยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยครบครัน ถุงลมคู่หน้า DualSRS ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับอัตโนมัติ เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง เข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารแถวที่ 2 แบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง และ 2 จุด 1 ตำแหน่ง ระบบกุญแจนิรภัย (Immobilizer) จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก (ISOFIX) ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED สำหรับรุ่น RS เพิ่มกล้องส่องภาพด้านหลังและระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Auto Door Lock By Speed)


ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD
โดยระบบเบรกป้องกันล้อล็อกจะทำงานเพื่อป้องกันการล็อกของล้อขณะที่มีการเหยียบเบรกกะทันหันเพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการขับขี่และหักหลบสิ่งกีดขวางได้ ในขณะที่ระบบกระจายแรงเบรกจะช่วยกระจายแรงดันเบรกจากหน้าไปหลังให้สัมพันธ์กับการบรรทุกสิ่งของ เป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการหยุดรถŸ

ระบบถุงลม SRS
ได้รับการออกแบบให้ช่วยลดการบาดเจ็บของผู้ขับขี่และผู้โดยสารเมื่อเกิดการชนทางด้านหน้าซึ่งมีรูปแบบการชนดังต่อไปนี้ การชนทางด้านหน้าแนวตรงที่ความเร็ว 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมงการชนทางด้านหน้าแนวเฉียงที่ความเร็ว 64 กิโลเมตรต่อชั่วโมงการชนทางด้านข้างที่ความเร็ว 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การชนทางด้านหลังที่ความเร็ว 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงŸ

ระบบถุงลมอัจฉริยะ i-SRS เข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติแบบ 3 จุด พร้อมระบบผ่อนแรง
ระบบถุงลมอัจฉริยะ i-SRS มีโครงสร้างการเย็บของถุงลมที่ขดเป็นเกลียวและวาล์วควบคุมการปล่อยก๊าซที่จะคอยควบคุมแรงดันให้ปล่อยก๊าซไปยังถุงลมได้เร็วกว่าซึ่งช่วยป้องกันคนขับได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และระยะเวลาในการพองตัวของถุงลมยังได้รับการพัฒนาให้พองตัวได้นานขึ้นอีกด้วยนอกจากนี้การลดองศาของถุงลมที่พองตัวไปยังผู้โดยสารยังสามารถลดแรงกระแทกและเพิ่มพื้นที่ในการรองรับแรงกระแทกได้กว้างขึ้นเหมาะสมกับการนั่งของผู้ขับขี่และลักษณะของการชนทุกรูปแบบ เข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติแบบ 3 จุด พร้อมระบบผ่อนแรง ซึ่งจะทำงานทันทีที่มีการชนจากด้านหน้าและจะทำการผ่อนแรงดึงเป็นจังหวะตามระดับของแรงกดที่กำหนดไว้ช่วยป้องกันผู้โดยสารจากแรงกดบริเวณหน้าอกอันเกิดจากการดึงกลับของเข็มขัดนิรภัยŸ

เบาะนั่งด้านหน้าพร้อมพนักพิงศีรษะดูดซับแรงกระแทก
สามารถลดแรงกระแทกที่ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บบริเวณคอในกรณีที่ถูกชนจากด้านหลังŸ


โครงสร้างตัวถัง G-CON
ออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยให้กับตัวรถรวมทั้งลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับรถคันอื่น ในกรณีที่เกิดการชนทางด้านหน้าโครงสร้างตัวถังแบบ G-CON จะช่วยกระจายแรงที่เกิดขึ้นจากการชนไปยังส่วนที่มีพื้นที่ที่กว้างกว่าในขณะเดียวกันนั้นยังลดโอกาสของการโค้งงอ เนื่องจากชิ้นส่วนโครงสร้างจะช่วยดูดซับแรงกระแทกของรถคันอื่นเสากลางของโมบิลิโอ ใหม่ ได้รับการเสริมความแข็งแรงให้กับจุดยึดบริเวณโครงสร้างตัวถังกับหลังคาและโครงสร้างด้านใต้ฝั่งประตูข้างเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวถังยิ่งขึ้นŸ

เทคโนโลยีลดการบาดเจ็บของคนเดินถนนด้วยการดูดซับแรงกระแทก
โดยส่วนใหญ่เมื่อเกิดการชนกับคนเดินถนนฝากระโปรงด้านหน้ารถยนต์จะเป็นจุดที่ได้รับแรงกระแทกมากที่สุดดังนั้นฝากระโปรงด้านหน้าของโมบิลิโอ ใหม่ ได้รับการออกแบบให้ดูดซับและลดแรงกระแทกดังกล่าวโดยมุ่งหวังที่จะลดอาการบาดเจ็บที่จะเกิดขึ้นกับคนเดินถนนฮอนด้าทำการวิจัยอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาเพื่อยกระดับความปลอดภัยของคนเดินถนนโดยกำหนดเป็นหนึ่งในมาตรฐานของฮอนด้า 1. ฝากระโปรงแบบดูดซับแรงกระแทก ซึ่งจะมีช่องว่างระหว่างฝากระโปรงกับตัวเครื่องยนต์รวมถึงชิ้นส่วนอื่นๆ ในห้องเครื่องยนต์เพื่อช่วยดูดซับแรง 2. บานพับฝากระโปรงที่โค้งงอ ซึ่งจะช่วยดูดซับแรงกระแทกได้ดี 3. แผงบังโคลนด้านหน้าดูดซับแรงกระแทก ซึ่งได้รับการออกแบบให้ยุบตัวได้เพื่อดูดซับพลังงานจากแรงกระแทก 4. แกนหมุนที่ปัดน้ำฝนได้รับการออกแบบให้แตกออกจากกันเมื่อได้รับแรงกระแทกซึ่งจะช่วยในการดูดซับแรงŸ

ระบบกุญแจนิรภัย และกุญแจแบบ Wave Key
ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer อีกหนึ่งเทคโนโลยีความปลอดภัยที่จะต้องใช้คู่กับกุญแจนิรภัยที่รหัสถูกต้องตามที่ถูกบันทึกไว้ในกล่อง ECU เท่านั้น จึงจะสามารถสตาร์ตเครื่องยนต์ได้ และด้วยการออกแบบกุญแจแบบ Wave Key ในลักษณะพิเศษจึงทำให้ยากต่อการลอกเลียนแบบกุญแจ

Honda Mibilio รุ่นและสีตัวถัง
·รุ่น RSAT มีเบาะนั่งแบบ 3 แถว มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตรอบคันด้วยกระจังหน้าแบบโครเมียมสปอร์ต ไฟหน้าโปรเจคเตอร์พร้อมไฟหรี่แบบ LED ไฟตัดหมอกคู่หน้าพร้อมกันชนหน้าแบบสปอร์ต สเกิร์ตข้าง กันชนหลังแบบสปอร์ตพร้อมปลอกท่อไอเสียแบบสเตนเลส สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วดีไซน์พิเศษเฉพาะรุ่น RS และสัญลักษณ์ RS บนฝากระโปรงท้าย ส่วนภายในห้องโดยสารเป็นสีดำ พร้อมด้วยระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง

·รุ่น V AT มีเบาะนั่งแบบ 3 แถว มาพร้อมระบบเครื่องเสียงแบบ 2 Din พร้อมลำโพง 4 ตัว ส่วนภายในห้องโดยสารเป็นสีเบจ คอนโซลตกแต่งแบบเมทัลลิก และสะดวกสบายขึ้นด้วยระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง

· รุ่น S มีทั้งแบบเกียร์อัตโนมัติ (AT) และเกียร์ธรรมดา (MT) โดยทั้งสองรุ่นนี้มีเบาะนั่งแบบ 2 แถว ระบบเครื่องเสียงแบบ 2 Din พร้อมลำโพง 2 ตัว ส่วนภายในห้องโดยสารเป็นสีดำ มีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่พร้อมถาดรองสัมภาระท้ายรถ และกล่องอเนกประสงค์ใต้เบาะนั่งแถวที่ 2

สี
มีให้เลือก 4 สี ได้แก่สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) สีขาวออร์คิด (มุก) (เฉพาะรุ่น V และ RS) และสีขาวทาฟเฟต้า (เฉพาะรุ่น S)

ราคา

Honda Mobilio รุ่น S MT 597,000 บาท
Honda Mobilio รุ่น S AT 642,000 บาท
Honda Mobilio รุ่น V AT 682,000 บาท
Honda Mobilio รุ่น RS AT 739,000 บาท คันทดสอบ


สภาพการขับขี่ควบคุมในช่วงทดสอบบนระยะทาง 100 กิโลเมตร จากชะอำไปยังอำเภอหัวหิน วกกลับที่แยกค่ายธนะรัชต์วิ่งผ่านเส้นบายพาสปราณบุรีชะอำ กลับมายังจุดสตาร์ต บนห้องโดยสารที่โอ่โถงของ Mobilio รุ่น RS มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบเท่าที่คุณต้องการ พวงมาลัยแบบสามก้านหุ้มไวนิลพร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง พวงมาลัยและชุดบังคับเลี้ยวแบบไฟฟ้าให้น้ำหนักที่พอดิบพอดี ในย่านความเร็วต่ำพวงมาลัยของ Mobilio มีน้ำหนักที่เบาสบายข้อมือจากปั้มแบบไฟฟ้าที่ไม่กินกำลังของเครื่องยนต์ ส่วนในย่านความเร็วเดินทางที่ 110-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ยังคงให้ความรู้สึกที่มั่นคงดี ต่อเมื่อความเร็วเริ่มทะยานขึ้นไปที่ 140 -150 กิโลเมตรต่อชั่วโมงความรู้สึกเบาทำให้ไม่ค่อยกล้าที่จะใส่ความเร็วไปมากกว่านี้ วิศวกรของ Honda เคลมว่า ความเร็วสูงสุดของ Mobilio อยู่ที่ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เอาเข้าจริงๆ เมื่อลองกดคันเร่งกันจนสุดแบบแช่ยาวๆ มันสามารถทำความเร็วปลายได้ 168 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สภาพการควบคุมในย่านความเร็วสูง เนื่องจากเป็นรถแบบสเตชั่นแวนกอนที่เน้นความนิ่มนวล อาการโยนตัวเมื่อพบเจอกับผิวถนนที่ไม่สม่ำเสมอในย่านความเร็วสูงจึงยังปรากฏอาการอยู่บ้างซึ่งเป็นธรรมชาติของรถยนต์ที่มีระดับราคาขนาดนี้


การถ่ายเทน้ำหนักและประสิทธิภาพของการเข้าโค้งอยู่ในค่าที่รับได้ ช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตัรท สปริง โช้คอัพและเหล็กกันโคลงทำหน้าที่คัดกรองความรู้สึกบนพวงมาลัยสำหรับการบังคับควบคุมอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ สำหรับประสิทธิภาพของการซับเสียงยังคงไม่ดีเท่าที่ควร แต่การประกอบภายในที่แน่นหนาดีพอช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดีพอใช้ เสียงลมปะทะกับตัวถังและเสียงยางที่บดลงไปบนพื้นถนนเริ่มได้ยินเมื่อความเร็วทะยานผ่าน 100 กิโลเมตร แต่ไม่ได้ดังจนน่ารำคาญ การเบรกและการถ่ายเทน้ำหนักในขณะที่เบรกอย่างเต็มกำลังมีอาการดึงเล็กน้อย ซึ่งเป็นปกติสำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนล้อคู่หน้าเมื่อใช้เบรกหนักๆ ที่ย่านความเร็วสูง ส่วนการทดกำลังของเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT มีความนิ่มนวลราบเรียบ กดคันเร่งลึกๆ ECU ของเครื่องยนต์และเกียร์จะผสานการทำงานและช่วยทำให้อัตราทดมีความเหมาะสมกับรอบเครื่องยนต์ได้ดี การเร่งความเร็วแบบฉับพลันทันทีเพื่อแซงรถช้าควรกะระยะแซงเผื่อไว้ในด้านของความปลอดภัย สำหรับการทรงตัวในย่านความเร็วเดินทางอยู่ในค่าที่รับได้ มันส่งถ่ายความสบายหลังพวงมาลัยในย่านความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้แทบจะไม่แตกต่างไปจากรถซีดาน 4 ประตู


ราคา 739,000 บาท สำหรับรุ่น RS ซึ่งเป็นรุ่นสูงสุดของ Honda Mobilio คุณจะได้รถ 5 ประตูทรงสเตชั่นแวนกอนที่มีพื้นที่สำหรับนั่งโดยสารรวมพื้นที่ขนสัมภาระแบบจุใจ ปัจจุบัน กระแสขี่จักรยานเพื่อออกกำลังกายระบาดไปทั่วราวกับเชื้ออีโบลา พื้นที่เก็บสัมภาระตอนหลังที่กว้างขวางของ Honda Mobilio จากความสามารถในการออกแบบจุดพับของเบาะนั่งทำให้คุณสามารถขนจักรยานคันโปรดใส่รถไปปั่นไกลๆ ได้อย่างสะดวกโยธิน ไม่ว่าจะเป็นรถพับ รถเสือภูเขาหรือเสือหมอบก็สามารถยัดใส่ท้ายของรถคันนี้ได้อย่างไม่เคอะเขิน นอกเหนือไปจากสัมภาระจำนวนมากที่อัดใส่ท้ายรถในช่วงวันหยุดยาวกับการเดินทางไกลเพื่อพักผ่อนกับครอบครัวแล้ว ประสิทธิภาพในการขับขี่บนถนนหนทางในเมืองใหญ่ยังมีความคล่องตัวไม่แตกต่างไปจากรถเล็กยี่ห้ออื่นๆ เครื่องยนต์และเกียร์ทำงานได้อย่างราบรื่น เบรกอยู่ในค่าที่รับได้รวมถึงการถ่ายเทน้ำหนักในขณะเบรกหรือเข้าโค้งก็อยู่ในเกณฑ์ดี ที่ต้องทำใจคือคุณภาพของวัสดุที่ใช้ตกแต่งภายในซึ่งส่วนใหญ่เป็นพลาสติกเกรดกลางๆ ตามระดับของราคาค่าตัวที่ไม่แพงเลยเมื่อคิดถึงพื้นที่ที่คุณจะได้สำหรับการใช้งาน หากเล็งเอาไว้ตั้งแต่ก่อนเปิดตัวก็สามารถไปลองนั่งลองขับตามโชว์รูมของ Honda ที่มีอยู่ทั่วทุกหัวระแหงตามเมืองใหญ่ทั่วประเทศ เปรียบเทียบกับคู่แข่งที่มีค่าตัวพอฟัดพอเหวี่ยงกัน เจ้า Honda Mobilio น่าจะสร้างความประทับใจให้คุณได้บ้างไม่มากก็น้อยสำหรับการเลือกหารถยนต์คันใหม่เพื่อการใช้งานในครอบครัว.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้