วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ชี้ชัด ‘เสือกินวัว’ เป็นตัวผู้-ดุร้าย หวั่นถูกล่า!

ชี้ชัด ‘เสือกินวัว’ เป็นตัวผู้-ดุร้าย หวั่นถูกล่า!

  • Share:

หน.อุทยานฯ ศรีลานนา ยืนยัน ‘เสือกินวัว’ เป็นเสือโคร่งตัวใหญ่ อาศัยอยู่ในป่า ไม่ใช่เสือปล่อย และมีความดุร้าย สั่ง จนท. ตรวจเข้ม หวั่นถูกล่าขณะที่ ผญบ.บอก เป็นไปไม่ได้ที่เสือจะอยู่ในป่าแห่งนี้ เพราะชาวบ้านจะอยู่ไม่เป็นสุข ไม่กล้าเข้าป่า

จากเรื่องระทึกขวัญของชาวบ้านห้วยส้าน หมู่ 1 ต.สันทราย อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ไปพบซากวัวที่เลี้ยงไว้ในป่าข้างอุทยานแห่งชาติศรีลานนาถูกสัตว์ร้ายกัดคอ ฉีกเนื้อกินไปจำนวนหลายตัว และที่ทำให้ตกตะลึงคือ รอยเท้าคล้ายเสือขนาดใหญ่กว้างถึง 10 ซม. และแต่ละย่างก้าวห่างกันถึง 110 ซม. ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านเสือระบุชัด ว่าเป็นเสือโคร่ง มีความยาวหัวจรดหางถึง 180 ซม. ทั้งมีความดุร้าย สังเกตจากการกัดกินวัว จะกระชากกินเนื้อและตับไตไส้พุง ซึ่งเสือตัวนี้เป็นเสือโคร่งอย่างแน่นอน และเป็นตัวผู้ด้วย

ตามรอย‘เสือกินวัว’

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 1 ต.ค. นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีลานนา ได้สรุปผลการดำเนินการติดตามพิสูจน์เสือที่เข้ามากัดกินวัวชาวบ้านว่า คณะเจ้าหน้าที่ทีมงานวิจัยสัตว์ป่า จากสถานีวิจัยสัตว์ป่าดอยเชียงดาว เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอพร้าว พร้อมผู้ใหญ่บ้านห้วยส้าน ได้ร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีพบร่องรอยเสือกินสัตว์เลี้ยง (โค กระบือ) บริเวณห้วยป่ากล้วย บ้านดงป่าข่าและห้วยป่ามะหิน ม.2 ต.สันทราย อ.พร้าว จ.เชียงใหม่

วัดช่วงก้าว

ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่าที่ร่วมตรวจพื้นที่เกิดเหตุ ยืนยันได้เลยว่าเป็นรอยเสือโคร่ง มีขนาดอุ้งเท้าประมาณ 10 ซม. และขนาดก้าวช่วงขาหน้า ขาหลังประมาณ 110 ซม. มีร่องรอยตะปบเหยื่อ ลากเหยื่อ ร่องรอยการกัดกินเหยื่อ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา ประชาสัมพันธ์ให้ราษฎรในพื้นที่ ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปในเขตป่าอุทยานฯ และให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจตราห้ามมิให้เข้าไปลักลอบล่าเสือดังกล่าวและสัตว์ป่าอย่างอื่น โดยเสือตัวนี้จะต้องอยู่คู่ป่าสมบูรณ์แห่งนี้ ซึ่งตนมั่นใจว่าเสือตัวนี้กลัวคน จึงไม่มีใครเคยเห็นตัวและน่าจะมีอยู่ 2 ตัว

"ขอให้ชาวบ้านที่จะเข้ามาในพื้นที่อุทยานฯ ระวังตัวไว้ โดยเฉพาะวัว หากปล่อยหากินตามป่าลึกที่เป็นที่อยู่ของเสือ คงจะต้องถูกทำร้ายกัดกินเป็นอาหาร จึงขอเตือนในเรื่องนี้ไว้ด้วย" หน.อุทยานศรีลานนากล่าว

ด้าน นายวิเชียร ชัยลูน ผู้ใหญ่บ้านห้วยส้าน หมู่ 1 ต.สันทราย อ.พร้าว ได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้ ว่าการจะให้เสืออยู่ในป่าต่อไป เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะชาวบ้านกลัวกันมากและไม่กล้าเข้าไปหาของป่ากันแล้ว โดยเฉพาะในบริเวณที่เสือออกมาอาละวาดกัดกินวัว ก็เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านต้องเข้าไปในป่าด้วย และที่สำคัญที่แห่งนี้ไม่ใช่เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า เป็นป่าอุทยานฯ ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะมีสัตว์ดุร้าย เรื่องนี้ตนจะมีการประชุมร่วมกันกับทางอำเภอ และจะเชิญหัวหน้าอุทยานฯ มาชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้าน แต่ขอบอกว่าไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะให้เสือตัวนี้อยู่ในป่าแห่งนี้ต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้