วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กสทช.เชื่อ ปัญหาฟ้องร้องไม่กระทบทีวีดิจิตอล

กสทช.เชื่อ ปัญหาฟ้องร้องไม่กระทบทีวีดิจิตอล

  • Share:

เลขาธิการ กสทช. เชื่อ ปัญหาการฟ้องร้อง กสท. ไม่กระทบต่อการเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อกสู่ดิจิตอล และภาพรวมอุตสาหกรรมโทรทัศน์ ขณะที่การแจกคูปองพบปัญหา กล่องลมที่นำมาจัดแสดงหน้าร้าน แต่ไม่สามารถแลกคูปองได้...


เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2557 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยว่า กรณีที่มีบางบริษัทจะยื่นฟ้อง กสทช. ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อกสู่ทีวีดิจิตอล จะไม่กระทบต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ ส่วนกรณีช่อง3 มองว่า กระบวนการในการเปลี่ยนผ่านต้องออกอากาศคู่ขนาน และเชื่อว่าเรื่องทั้งหมดจะยุติลงได้ก่อนวันที่ 11 ตุลาคม ส่วนกรณีที่ช่อง 3 อนาล็อก นำรายการไปออกอากาศทางช่องดิจิตอลทั้ง 28 เอสดี และ 33 เอชดี นั้น ในระหว่างนี้สามารถทำได้ ไม่ผิดมาตรา 9 พระราชบัญญัติการประกอบการกิจการกิจการเสียงและกิจการโทรทัศน์ 2551 และช่อง 3 ได้แจ้งมาที่ กสทช. แล้ว

เลขาธิการ กสทช.กล่าวต่อว่า ขณะที่วานนี้ (30 กันยายน) สำนักงาน กสทช. ได้ทำหนังสือถึงบริษัท บีอีซี -มัลติมีเดีย ให้รับทราบมติของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. เมื่อวันที่ 29 กันยายน แล้ว นอกจากนี้ สำนักงาน กสทช. เชิญผู้ประกอบการที่ผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านสู่การรับชมโทรทัศน์ ภาคพื้นในระบบดิจิตอลทั้ง 42 บริษัท มาประชุมเพื่อชี้แจงและทำความเข้าใจ ประเด็นหลัก คือ ขั้นตอนการปฏิบัติในการลงทะเบียนผู้เข้าร่วมโครงการ การขอสติกเกอร์ร่วมโครงการการใช้สิทธิ หรือการใช้คูปองของประชาชน 4.ขั้นตอนบริการหลังการขาย และขั้นตอนการเรียกเก็บเงินของผู้เข้าร่วมโครงการ คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ หรือ คตร. เข้าร่วมด้วย

นายฐากร กล่าวอีกว่า ขั้นตอนจากนี้ วันที่ 8 และ 9 ตุลาคมนี้ สำนักงาน กสทช.จะจัดสาธิตการรับแลกคูปองของจุดให้บริการ หรือหน้าร้าน ให้กับผู้ที่เข้าร่วมโครงการ วันที่ 10 ตุลาคม ส่งให้ไปรษณีย์ไทย จัดส่งให้ประชาชน 4 ล้าน 6 แสนครัวเรือน ใน 21 จังหวัด และคาดว่าจะถึงมือประชาชนภายในวันที่ 14 ตุลาคม วันที่ 16 ตุลาคม ลงพื้นที่ตรวจสอบ และวันที่ 20 ตุลาคม จะเป็นวันแรกที่ผู้ประกอบการวางกล่องเพื่อให้นำคูปองมาแลก จากนั้นผู้ประกอบการจะต้องนำคูปองที่ประชาชนมาแลก และติดสติกเกอร์การเข้าร่วมโครงการแล้ว ไปที่ธนาคารกรุงไทย เพื่อตรวจสอบก่อนจ่ายเงินให้ ส่วนธนาคารกรุงไทยก็จะส่งหลักฐานมาที่สำนักงาน กสทช.

เลขาธิการ กสทช. กล่าวด้วยว่า โครงการนี้ใช้งบประมาณไปแล้ว 220 ล้านบาท ต่ำกว่าวงเงินที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. อนุมัติให้ 400 กว่าล้านบาท ส่วนที่เหลือจะส่งคืนเป็นเงินแผ่นดิน ส่วนปัญหาที่พบในการแจกคูปอง คือ กล่องลม หมายถึง นำมาจัดแสดงหน้าร้าน แต่ไม่สามารถแลกคูปองได้ และมีบางบริษัทขายกล่องไปแล้วราคา 1,290 บาท โดยอ้างกับประชาชนว่าถ้าได้รับคูปองแล้ว สามารถนำมาแลกเงินคืนได้ ซึ่งยืนยันว่าไม่สามารถทำได้ ส่วนการมอบฉันทะ 1 คน รับมอบได้ไม่เกิน 3 กล่อง ทั้งนี้ ย้ำว่า ผู้ที่จะนำไปแลกต้องมีสำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน ส่วนคูปอง สามารถใช้เป็นส่วนลดทีวีดิจิตอล ส่วนลดเซตท็อปบ็อกซ์ และนำไปแลกกล่องที่มีราคา 690 บาท.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้