วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หนุนรัฐเยียวยาชาวบ้าน 'อยู่กับแคดเมียม' นับสิบปี

หนุนรัฐเยียวยาชาวบ้าน 'อยู่กับแคดเมียม' นับสิบปี

  • Share:

สช.จัดเวทีสานพลังขับเคลื่อน เขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมแม่ตาว หนุนรัฐเยียวยาชาวบ้านที่รับผลกระทบจากแคดเมียมมานับสิบปี หลังป่วยเป็นโรคกระดูกพรุนพร้อมดึงชาวบ้านในพื้นที่ร่วมวางแผน ด้านตัวแทนชุมชนระบุข้อเสนอ ครม.ให้ทำลายข้าวของ เปลี่ยนพืชปลูก ไม่ได้ผล...

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดเวที สช.เจาะประเด็น ครั้งที่ 4/2557 เรื่อง "สานพลัง สร้างสุขภาวะ สู่เขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมแม่ตาว" โดย นพ.ประจักษวิช เล็บนาค รองเลขาธิการ สช. กล่าวว่า สช.ร่วมติดตามการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพที่สืบเนื่องจากการปนเปื้อนแคดเมียมในพื้นที่แม่ตาวมาระยะเวลาหนึ่ง และเมื่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้ร่างการกำหนดพื้นที่และมาตรการคุ้มครอง ตามคำพิพากษาของศาลปกครองพิษณุโลก ที่ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกาศเป็นเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมฯ ตามมาตรา 53 พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 โดยครอบคลุม 3 ตำบล ได้แก่ ต.พระธาตุผาแดง ต.แม่กุ และ ต.แม่ตาว ทั้งนี้ เห็นว่า กระบวนการการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในการกำหนดขอบเขตของพื้นที่และความต้องการแก้ไขพื้นที่ของภาคประชาชน รวมถึงการทำงานร่วมกับตัวแทนจากหลายหน่วยงาน เช่น ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ องครักษ์ สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) รวมถึง รพ.แม่สอด และหน่วยงานอื่นๆ

ด้าน นพ.วิพุธ พูลเจริญ ประธานกรรมการพัฒนาระบบและกลไกการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ กล่าวว่า การประกาศเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมแม่ตาว ถือเป็นโอกาสดีที่มีการคืนอำนาจ การร่วมพิจารณาขอบเขตของพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมกลับสู่ชุมชนอีกครั้ง เพราะชุมชนจะมีโอกาสร่วมฟื้นฟูภาวะปนเปื้อนของแคดเมียมต่อไป ทั้งนี้ หลักการประเมินผลกระทบทางสุขภาพจะใช้ 2 ส่วน คือ การติดตาม ควบคุม ปรับลดการปนเปื้อนของแคดเมียม ในน้ำ ดิน และอาหาร เพื่อวางแผน ปรับวิถีชีวิตของชุมชนแม่ตาว และอีกส่วนคือการประเมินผลกระทบทางสุขภาพ

นายญาณพัฒน์ ไพรมีทรัพย์ ตัวแทนชุมชนคนลุ่มน้ำแม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก เปิดเผยว่า เขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ถือเป็นความสำเร็จขั้นแรกของการต่อสู้เรียกร้องสิทธิของชาวบ้าน 3 ตำบล ซึ่งได้รับผลกระทบจากแคดเมียมในร่างกายนานนับ 10 ปี หลังจากนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบควรสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อวางแผน มาตรการและขอบเขตของเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นบทเรียนที่ดีให้กับพื้นที่อื่นๆ ต่อไป ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เคยมีมติให้เยียวยาผู้ป่วย พร้อมทำลายข้าวที่ปนเปื้อนแคดเมียม และเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นแทน แต่ปัจจุบันพบว่า การแก้ปัญหาไม่ประสบผลสำเร็จ เจ้าของที่ดิน ที่หันไปปลูกอ้อยหรือยางพารา ยังไม่ได้รับการดูแลเรื่องราคาและผลผลิตต่อไร่ต่ำมาก ทำให้ส่วนหนึ่งจึงกลับมาปลูกข้าวเช่นเดิม เพราะสอดคล้องกับวิถีชีวิตคนแม่ตาวมากกว่า ขณะที่ผู้ป่วยซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรคไตและกระดูกพรุนก็ยังไม่ได้รับเยียวยาเท่าที่ควร

ดร.วิสาข์ สุพรรณไพบูลย์ ผู้อำนวยการสถานความเป็นเลิศเพื่อความยั่งยืนด้านสุขภาวะ สิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า เขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมลุ่มน้ำแม่ตาว แตกต่างจากแนวทางเดิมที่ สผ.ประกาศมา โดยทั่วไปเขตพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม เป็นพื้นที่ไม่มีผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมาก่อน จึงมีเพียงมาตรการดูแลรักษาหรือป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคตเท่านั้น แต่ลุ่มน้ำแม่ตาวเกิดผลกระทบไปมากแล้ว จึงต้องมีรายละเอียดของมาตรการฟื้นฟู เยียวยาชาวบ้านเพิ่มเติมให้เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงจากการสัมผัสแคดเมียม และระบบการเฝ้าระวังทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพแบบมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบ โดยมีชุมชนร่วมกับคณะทำงาน เพื่อเกิดแผนที่สามารถนำไปสู่การบรรลุเป้าหมาย ส่วนคำสั่งศาลปกครองพิษณุโลก จะช่วยปกป้องสิทธิ ฟื้นฟู เยียวยาผลกระทบให้กับชุมชน โดยขณะนี้กระบวนการอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น หากได้ข้อสรุปจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการจังหวัด จากนั้น สผ.เสนอเข้าสู่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อพิจารณาเห็นชอบร่างกฎกระทรวงดังกล่าว และประกาศเขตคุ้มครองสิ่งแวดล้อมต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้