ไลฟ์สไตล์
100 year

คนไทยสูงอายุเกือบ 10 ล้านคน เศร้า! 9 ล้านคนมีโรคประจำตัว

ไทยรัฐออนไลน์1 ต.ค. 2557 12:21 น.
SHARE

ปลัด สธ.เผย 1 ต.ค.ของทุกปี "วันผู้สูงอายุสากล" ชี้คนไทย มีผู้สูงอายุ 9.93 ล้านคน ขณะที่ผู้สูงอายุมีสุขภาพแข็งแรงเพียง 5 แสนคน อีกกว่า 9 ล้านคน มีโรคประจำตัว และ 2 แสนคนนอนติดเตียง...

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2557 นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วันที่ 1 ตุลาคมของทุกปี องค์การสหประชาชาติกำหนดให้เป็น "วันผู้สูงอายุสากล" เพื่อรณรงค์ให้ทุกประเทศทั่วโลกตระหนักถึงคุณค่า และให้ความสำคัญการดูแลใส่ใจกับผู้สูงอายุ โดยในปี 2556 มีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ประมาณ 841 ล้านคน ซึ่งขณะนี้มีแนวโน้มสูงขึ้นทั่วโลก และจะเพิ่มเป็น 1,400 ล้านคนในอีก 16 ปีข้างหน้า ซึ่งการที่ผู้สูงอายุมากขึ้นจะส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคม โดยเฉพาะวัยแรงงานจะต้องแบกรับภาระเพิ่มขึ้นในการดูแล รวมทั้งการรักษาพยาบาล  

ข่าวแนะนำ

นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

                
ส่วนประเทศไทย พบว่า ผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้น และมีปัญหาสุขภาพเพิ่มขึ้นตามอายุขัย ผลการสำรวจของมหาวิทยาลัยมหิดลในปี 2557 มีผู้สูงอายุ 9.93 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 15 ของประชากรทั้งหมด และผลสำรวจสภาวะสุขภาพผู้สูงอายุ จำนวน 14,000 คน ใน 28 จังหวัด โดยกรมอนามัยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในปี 2556 พบว่า ผู้สูงอายุที่สุขภาพแข็งแรงมีเพียงร้อยละ 5 หรือประมาณ 5 แสนคน ที่เหลือกว่า 9 ล้านคนมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึมเศร้า ข้อเข่าเสื่อม ในจำนวนนี้ประมาณ 2 แสนคน ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องอยู่ติดบ้านติดเตียง ต้องมีผู้ดูแล และยังพบผู้สูงอายุร้อยละ 8 หรือประมาณ 8 แสนคนที่อยู่บ้านคนเดียว
         
นายแพทย์ณรงค์ กล่าวต่อว่า ในการจัดระบบดูแลผู้สูงอายุ กระทรวงสาธารณสุข จะเน้นการบูรณาการระหว่างหน่วยงานในสังกัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น มหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมฯ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน โดยเน้นให้ผู้สูงอายุได้อยู่ในชุมชนและครอบครัวอย่างมีความสุข รับบริการใกล้บ้าน จัดระบบดูแลผู้สูงอายุระยะยาวสอดคล้องกับวิถีชีวิตวัฒนธรรมแต่ละพื้นที่ ส่วนด้านการรักษาพยาบาล ได้ให้โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน จัดคลินิกบริการผู้สูงอายุเป็นการเฉพาะทั้งด้านกายและจิต ปรับสภาพโรงพยาบาลทุกแห่งให้เป็นอาคารแบบอารยสถาปัตย์ มีสิ่งอำนวยความสะดวกและปลอดภัย เช่นห้องน้ำ ใช้ส้วมนั่งราบและมีราวจับ ปรับทางขึ้นลงให้เป็นทางลาดแทนบันได และเน้นการตรวจคัดกรองสุขภาพเพื่อจัดกลุ่มดูแลอย่างเหมาะสม    
         
ด้าน ดร.นายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ในปี 2558 นี้ กรมอนามัยได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุทั่วประเทศ ลดความเสี่ยงการเกิดโรคเรื้อรัง รวมทั้งข้อเข่าเสื่อมซึ่งพบเป็นจำนวนมาก โดยได้จัดทำสมุดบันทึกสุขภาพผู้สูงอายุให้ทุกจังหวัดทดลองใช้จำนวน 3 แสนเล่ม สมุดเล่มนี้จะเป็นคู่มือให้ผู้สูงอายุและลูกหลานช่วยประเมินความเสี่ยงสุขภาพ และเป็นคู่มือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในชุมชน ใช้ติดตามบันทึกผลการตรวจสุขภาพที่สำคัญ คือโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง สุขภาพช่องปาก สุขภาพจิต สมอง สายตา รายงานการเยี่ยมบ้าน การฉีดวัคซีนป้องกันโรคที่จำเป็นเช่น ไข้หวัดใหญ่ บาดทะยัก เป็นต้น โดยจะประเมินผลประมาณเดือนเมษายน 2558 เพื่อปรับปรุงให้สมบูรณ์และใช้ทั่วประเทศ             
         
ในส่วนการพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน โดยสนับสนุนให้เกิดต้นแบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวซึ่งเป็นความร่วมมือของหลายหน่วยงานในชุมชน ได้เริ่มศึกษารูปแบบและพัฒนาตั้งแต่ปี 2554 ขณะนี้ดำเนินการได้แล้ว 2,000 เทศบาล/ตำบล ในปีนี้จะเพิ่มเป็น 2,300 แห่ง และให้ครอบคลุมทุกตำบลในปี 2564 โดยตำบลต้นแบบจะมีระบบข้อมูลผู้สูงอายุในตำบลทั้งที่ปกติและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ มีทีมสหวิชาชีพสาธารณสุขดูแลเยี่ยมบ้านกลุ่มผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง ร่วมกับทีมอาสาสมัครและญาติ มีการจัดตั้งชมรมผู้สูงอายุ ดูแลสุขภาพช่องปาก ส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้สูงอายุในตำบล และมีระบบส่งต่อไปรับการดูแลในโรงพยาบาลเมื่อจำเป็น
         
นอกจากนี้ ยังได้เริ่มนำร่องโครงการเมืองที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุใน 2 พื้นที่ ได้แก่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี และเทศบาลนครนนทบุรี จ.นนทบุรี ดำเนินการระหว่าง พ.ศ. 2557-2559 เพื่อพัฒนาเมืองให้รองรับการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุรวมทั้งผู้พิการ มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ใช้บริการตามสถานที่สาธารณะ โรงพยาบาล รถประจำทางมีทางขึ้นและที่จอดรถนั่งผู้พิการ ส่งเสริมงานให้ผู้สูงอายุมีรายได้และเข้าร่วมกิจกรรมในสังคม ซึ่งจะช่วยให้ผู้สูงอายุมีความสุขและรู้สึกภาคภูมิใจ และขยายผลต่อไปยังเทศบาลนครที่มีความพร้อม ซึ่งขณะนี้หลายประเทศดำเนินการแล้วได้ผลดี เช่น ญี่ปุ่น สวีเดน อังกฤษ เป็นต้น
         
ทั้งนี้ เรื่องที่จะต้องเร่งแก้ไขคือ การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์เพื่อชะลอความเสื่อมของร่างกาย ได้แก่ ออกกำลังกายเป็นประจำ รับประทานผักสดผลไม้ ดื่มน้ำสะอาดวันละ 8 แก้ว ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และไม่สูบบุหรี่ ซึ่งขณะนี้มีผู้สูงอายุเพียงร้อยละ 26 ที่สามารถทำได้ ตั้งเป้าหมายให้ได้ร้อยละ 30 ในปี 2558 และร้อยละ 50 ในปี 2564.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

1 ตุลาคมวันผู้สูงอายุสากลคนไทยผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวนอนติดเตียงณรงค์ สหเมธาพัฒน์ปลัดกระทรวงสาธารณสุขข่าวการศึกษาสังคมไทยรัฐไทยรัฐออนไลน์

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2563 เวลา 12:36 น.