วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มาดูกับมาดาม : เรื่องของการ “ตีความใหม่”

มาดูกับมาดาม : เรื่องของการ “ตีความใหม่”

  • Share:

“Learn the rules like a pro, so you can break them like an artist.”
“เรียนรู้กฎอย่างผู้เชี่ยวชาญ เพื่อที่คุณจะได้แหกมันอย่างศิลปิน”
(Pablo Picasso)

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านที่รัก...ช่วงนี้กระแส “รีเมค” หรือ “ตีความใหม่” กำลังฮอตฮิตติดลมบน อะไรๆ ก็เป็นเวอร์ชั่นใหม่ หรือมีแรงบันดาลใจมาจากผลงานชื่อดังแต่ก่อนทั้งสิ้น ที่จริงก็ไม่ได้เป็นเรื่องผิดอะไรหรอกค่ะ ศิลปินชื่อดังหลายท่าน หรือแม้แต่นักคิด นักเขียนหลายคน ก็มีที่มาของแรงบันดาลใจในการผลิตผลงานมาจากไอดอล หรือผลงานก่อนหน้าทั้งนั้น

มันก็ไม่น่าจะมีปัญหา ถ้าผลงาน “รีเมค” หรือ “ตีความใหม่” ที่ว่าจะถูกใจผู้ชม แต่ถ้าไม่ถูกใจล่ะ...อะไรจะเกิดขึ้นได้บ้าง?

นิยามของคำว่า “รีเมค” หรือ “ตีความใหม่” นั้น ได้แก่อะไรบ้าง? เท่าที่คุ้นเคยกันดี ก็มีตั้งแต่เอาของเก่าหรือออริจินัลมาทั้งดุ้น ปรับเปลี่ยนเบาๆ ตามบริบทสังคม ตัวอย่างเช่น ละครภาคค่ำทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น สวรรค์เบี่ยง ดาวพระศุกร์ หรือ แรงเงา เป็นต้น อีกวิธีก็เอามาเล่าใหม่ หรือ “ตีความใหม่” เช่นกันกรณีของ คู่กรรม ทวิภพ หรือแม้แต่ แม่นาคพระโขนง แต่ที่เอามาปรับและเล่าเป็นเรื่องใหม่เลย โดยคงเค้าโครงเรื่องหรือตัวละครหลักไว้ ยังไม่ค่อยแพร่หลายมากนักในเมืองไทย จะมีก็ในแวดวงละครเวทีที่น่าจะพอเห็นบ้าง

สำหรับที่เป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ก่อนหน้า คงหนีไม่พ้นเรื่อง “คู่กรรม” (เวอร์ชั่น ณเดชน์ คูกิมิยะ รับบทเป็นโกโบริ) แม้พระเอกของเรื่องจะหน้าตาหล่อเทพ แถมโชว์ความสามารถในการแสดงบททหารหนุ่มจากแดนอาทิตย์อุทัยด้วยการพูดภาษาไทยติดสำเนียงญี่ปุ่นได้ดีเยี่ยม แต่ก็มีปัญหาเรื่องการ “ตีความใหม่” เกี่ยวกับเนื้อเรื่องและคาแรกเตอร์ของตัวละคร (โดยเฉพาะตัวละคร “อังศุมาลิน”) เลยทำให้กระแสของคนส่วนใหญ่เป็นลบ จนต้องลาจากจอเงินไปอย่างรวดเร็ว

อังศุมาลินเวอร์ชั่นล่าสุด...กลายเป็นกระแสทอล์กออฟเดอะทาวน์เลยทีเดียว

เรื่องต่อมาเวลาไล่เลี่ยกัน แต่กลับได้กระแสตรงกันข้าม ได้แก่ “พี่มากพระโขนง” (มาริโอ้ เมาเร่อ รับบทเป็น “พ่อมาก” และ ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ รับบทเป็น “แม่นาค”) นี่ก็เป็นการ “ตีความใหม่” โดยเลือกเล่าเรื่องจากมุมมองของ “พ่อมาก” แทนการเล่าจากมุมมองของ “แม่นาค” อย่างที่ผ่านมา ความรันทดและชอกช้ำใจของหญิงสาวที่ต้องพรากจากลูกและคนรัก ถูกแทนที่ด้วยความห่วงหาและความอยากรู้อยากเห็นของ “พ่อมาก” ความเปลี่ยนแปลงของเนื้อหาและตัวละครกลายเป็นสิ่งที่ “คาดหวัง” หรือ “คาดเดา” ได้อยู่แล้ว ผลคือได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ทำรายได้ทะลุเป้าเป็นหลักพันล้าน

แม่นาค-พ่อมาก เวอร์ชั่นนี้ดูฮามากกว่าเวอร์ชั่นอื่นๆ

ทรายสีเพลิง” เวอร์ชั่นคุณชมพู่ อารยา ถือเป็นอีกเรื่องที่เป็นกระแส โดยเฉพาะบนโลกโซเชียล ที่รุมวิพากษ์วิจารณ์ผลงานการแสดงของเธอ ว่าเหมือน “นางร้าย” คอยระราน มากกว่า “นางเอก” ที่ถูกกดขี่จนต้องฮึดสู้ การ “ตีความใหม่” ของคาแรกเตอร์ “ทราย” กลายเป็นข้อถกเถียง ทั้งเรื่องที่ว่าออริจินัลในหนังสือนั้นหมายความว่าอะไร? และในบริบทสังคมยุคใหม่ ว่าคาแรกเตอร์ “ทราย” ควรจะมีปฏิกิริยาเช่นไร?

หัวใจแทบสลายกันทั่วเมือง...ไม่รู้ว่าสงสาร "ทราย" หรือเปล่า

แต่ถึงจะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากแค่ไหน มาดามก็ขอเป็นกำลังใจให้คนทำงานวงการบันเทิงและศิลปะ ว่าอย่าเพิ่งท้อถอยหรือสูญเสียกำลังใจ เพราะ “สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง” คำติเตียนหรือความคิดเห็นของผู้ชม น่าจะเป็นตัวช่วยที่ดีให้เราพัฒนาและปรับปรุงผลงานของเราให้ดีขึ้น

และเพื่อสร้างแรงบันดาลใจดีๆ วันนี้มาดามจะขอนำเสนอผลงานการ “ตีความใหม่” จากเวทีนานาชาติบ้าง ดูซิว่าจะมีความแตกต่างหรือสร้างสรรค์มากกว่าของบ้านเรามากน้อยแค่ไหน...

เนื่องด้วยมาดามมีโอกาสได้ชมการแสดงนานาชาติ “Bangkok’s 16th International Festival of Dance and Music” ซึ่งจัดโดยธนาคารกรุงเทพ และผู้สนับสนุนอีกมากมาย นำการแสดงชั้นนำจากนานาประเทศมาให้เราชาวไทยได้ชมกัน มาดามติดตามทุกปี แต่ไม่ได้ชมทุกเรื่องหรอกค่ะ แต่บังเอิญว่า 3 เรื่องที่ได้ชม ถือเป็นผลงานน่าประทับใจ ที่สำคัญ...เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับการ “ตีความใหม่”

แม้ว่าการแสดงจะมีแค่รอบเดียว และคงมีโอกาสชมอีกในปีหน้า แต่ถึงกระนั้น มาดามก็อยากจะขอแชร์ เผื่อจะเป็น “แรงบันดาลใจ” ดีๆ ให้ใครได้บ้าง...เริ่มด้วยการแสดงชุดแรก “Don Giovanni” (อ่านว่า ดอน โจวานนี) อุปรากรหรือโอเปร่า 2 องก์ โดยคณะ Lirico Italiano จากโรม ประเทศอิตาลี ว่าด้วยเรื่องราวของนักรักชาวสเปนนามว่า “ดอน ฆวน” หรือที่เรารู้จักกันดีว่าคือคาสโนว่าคนดัง

การแสดงโอเปร่าชุด Don Giovanni ของคณะ Lirico Italiano จากประเทศอิตาลี

หลายคนน่าจะคุ้นกับเวอร์ชั่นภาพยนตร์ที่นำแสดงโดยนักแสดงผู้ล่วงลับ “Health Ledger” (Casanova, 2005) ซึ่งนำเสนอเรื่องราวด้านบวกของดอน ทำให้เราลุ้นและเอาใจช่วยนักรักรูปงามแทบแย่ แต่ในเวอร์ชั่นของอุปรากรชาวอิตาลี “ดอน ฆวน” ถือเป็นนักรักจอมเช้าชู้ เห็นแก่ตัว โหดร้ายและเลือดเย็นทีเดียว

เรื่องถัดมาได้แก่ การแสดงบัลเลต์ “Snow White” โดยคณะ Preljocaj ประเทศฝรั่งเศส จากนิทานปรัมปราที่หลายคนคุ้นเคยกันดี ถูกนำมาออกแบบการเล่าเรื่อง และ “ตีความใหม่” ผ่านการแสดงในรูปแบบบัลเลต์ อารมณ์และความรู้สึกนึกคิดของแต่ละตัวละคร ถูกถ่ายทอดผ่านท่วงท่าอ่อนช้อยและงดงาม รวมทั้งแสง สี เสียง องค์ประกอบร่วมที่ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยมทีเดียวค่ะ...เรียกว่าไม่ต้องมีบทพูดก็เข้าใจได้ ว่าแม่เลี้ยงใจร้ายแค้นสโนว์ไวท์มากแค่ไหน

การแสดงบัลเลต์ชุด Snow White ของคณะ Preljocaj จากประเทศฝรั่งเศส

และเรื่องสุดท้ายแต่ฮอตที่สุด ได้แก่ การแสดงชุด "Aeternum" การเต้นสุดเร้าใจหลากหลายรูปแบบ ทั้ง แท็ป ฟลาแมงโก และศิลปะการต่อสู้ โดยคณะนักเต้นหนุ่มหล่อจากสเปน Los Vivancos… ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อการแสดง ก็คาดหวังว่าคงเป็นการเต้นฟลาแมงโกในธีมต่างๆ เน้นแสง ฉากและเพลงประกอบ แต่เมื่อได้ชมจริงๆ ก็ผิดคาดมาก ที่สำคัญน่าประทับใจไม่น้อยกับความสามารถหลากหลายของนักเต้นทั้งเจ็ดคน...ท่าเต้นฟลาแมงโกที่หลายคนคิดว่าคงธรรมดา ก็ดูน่าตื่นเต้นขึ้นทันที ผู้ชมสาวน้อยสาวใหญ่หัวใจเต้นแรงกันเลยทีเดียว กับท่าเต้นสุดเซ็กซี่แต่แอบหวาดเสียว เลยทำให้การรับชมการแสดงไม่น่าเบื่อ...กระปรี้กระเปร่าตลอดการชมเลยล่ะค่ะ

การแสดงเต้นแบบ Fusion ของคณะ Los Vivancos (จากประเทศสเปน) ในชุด Aeternum

นี่แค่ตัวอย่างส่วนหนึ่งเท่านั้น การคิดหรือริเริ่มสิ่งใหม่ ต่อยอดสิ่งเก่านั้นดีเสมอ เช่นเดียวกับการเปิดใจให้กว้าง เพื่อ “รับชม” และ “รับฟัง” ความคิดเห็น เพื่อพัฒนาแวดวงศิลปะหรือบันเทิงให้กว้างและหลากหลายมากขึ้น ที่สำคัญคืออย่าให้การ “รีเมค” หรือ “ตีความใหม่” กลายเป็นข้ออ้างเพื่อผลิตชิ้นงานตามใจตัวเอง จนมองไม่เห็น “เสียง” หรือ “ความต้องการ” จากผู้ชม

จนกว่าจะพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ
มาดามอองทัวร์
Twitter: @MadamAutuer

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้