วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จากรองวิษณุ (2)

จากรองวิษณุ (2)

โดย ซี.12
2 ต.ค. 2557 05:01 น.
  • Share:

จดหมายจากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่มีมาถึงคอลัมน์นี้เป็นการส่วนตัว เป็นการให้คำอธิบายในเรื่องการใช้ภาษากฎหมายในการแบ่งงานของนายกรัฐมนตรีที่เคยเขียนถึงนั้น

นอกจากเรื่องของการมอบหมายและมอบอำนาจให้ รองนายกรัฐมนตรี กำกับการบริหารราชการแทน นายกรัฐมนตรี ที่หยิบยกมาให้ทราบเมื่อวานนี้แล้ว

อาจารย์วิษณุ ยังได้อธิบายถึง การสั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ไว้ในประเด็นที่ 3 ด้วย ซึ่งเป็นการมอบหมายและมอบอำนาจให้ทั้ง รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปทำแทน ดังนี้

อำนาจสั่งและปฏิบัติราชการกรมที่ขึ้นกับนายกฯ ในฐานะที่นายกฯ เป็นรัฐมนตรีเจ้าสังกัดในสำนักนายกรัฐมนตรี อีกทั้งยังมีกรมที่ไม่สังกัดสำนักนายกฯ แต่ขึ้นตรงต่อนายกฯอีกด้วย เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักพระราชวัง นายกฯอาจมอบให้รองนายกฯ หรือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เป็นผู้สั่งและปฏิบัติราชการแทนในกรมเหล่านั้นได้ โดยถือว่าผู้นั้นเป็นเหมือนรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงของกรมนั้นๆ

แต่ถ้าเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ จะมอบให้กำกับการบริหารอย่างนายกฯอีกชั้น ไม่ได้เพราะกฎหมายให้มอบได้ก็แค่รองนายกฯ

เมื่อจะตั้งรัฐบาล คงได้ยินข่าวว่าท่านผู้หนึ่งจะเป็นทั้ง รองนายกฯ และเป็น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องแปลก เพราะเมื่อเป็นรองนายกฯแล้ว จะมอบให้กำกับกระทรวงกรมใดๆแทนนายกฯก็ได้ และจะมอบให้สั่งราชการกรมใดๆในสำนักนายกฯ หรือกรมที่ขึ้นกับนายกฯ เสมือนเป็นรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงด้วยก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องตั้งให้เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ

ตามกฎหมาย ป.ป.ช. รัฐมนตรีที่กำกับดูแลหรือสั่งและปฏิบัติราชการในหน่วยงานใด เมื่อพ้นจากตำแหน่ง ภายในสองปีจากนั้นจะไปทำงานในธุรกิจเอกชนซึ่งเคยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของตนเองมาก่อนไม่ได้

ข้อนี้เองที่ทำให้บางสมัยรองนายกฯบางคนที่มาจากภาคเอกชนจึงระวังไม่รับการมอบหมายและการมอบอำนาจให้กำกับดูแลกระทรวงหรือกรมที่ตรงกับสายงานเดิมที่ตนจะกลับไปทำงาน เช่น ไม่กำกับกระทรวงการคลังเพราะจะกลับไปทำงานธนาคาร

และข้อนี้เองที่อดีตนายกฯผู้หนึ่งต้องคดี เพราะไปลงนามยินยอมให้คู่สมรสทำสัญญาซื้อที่ดินจากหน่วยงาน ซึ่งแม้ตนจะมิใช่เจ้ากระทรวงหรือกำกับราชการกระทรวงนั้น แต่เพราะนายกฯย่อมมีอำนาจ “กำกับโดยทั่วไป” ทั้ง 20 กระทรวง

ยุ่งๆอยู่นะครับ แต่ผู้เกี่ยวข้องก็ต้องพยายามทำความเข้าใจเพราะเกี่ยวพันกับการมีอำนาจ การทำเกินอำนาจ และการใช้อำนาจผิดทำนองคลองธรรม ซึ่งอาจเป็นความรับผิดชอบได้

คำอธิบายของ อาจารย์วิษณุ หรือ ท่านรองวิษณุ นี้น่าจะถือเป็นบรรทัดฐานได้เพราะมีตัวอย่างประกอบครบครัน

สำหรับรัฐบาลนี้เชื่อได้ว่า ไม่น่าจะมีปัญหาในเมื่อมีผู้รอบรู้ช่วยทักท้วงดูแลไม่ให้เกิดเหตุอันไม่พึงประสงค์ แต่รัฐบาลต่อๆไปภายหลังการปฏิรูปนั้นถ้าไม่มีมาตรการที่ชัดเจนวางไว้ก็ไม่แน่เหมือนกัน.

“ซี.12”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้