วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘ลูกชาย’ผญบ. เกาะเต่าเผยตัว แถลงข่าวบช.น.ไม่เกี่ยวข้องคดีฆ่านักท่องเที่ยว

‘ลูกชาย’ผญบ. เกาะเต่าเผยตัว แถลงข่าวบช.น.ไม่เกี่ยวข้องคดีฆ่านักท่องเที่ยว

  • Share:

ผบช.ภ.8 ระดมชุดสืบสวนมือดีจากตำรวจภาค8 บช.น. และภูเก็ต เข้าร่วมสางคดีฆาตกรรมโหด 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี หาก จำเป็นจะส่งทีม สืบสวน บช.ก. มาสมทบอีกเพื่อความรวดเร็วในการคลี่คลายคดี เผยคดีคืบหน้า ยังไม่ถึงทางตัน ระบุคนร้ายที่ก่อเหตุมีไม่ต่ำกว่า 3 คน แต่หนึ่งในนั้นไม่ได้ร่วมก่อเหตุขืนใจเหยื่อ ขอให้เข้ามอบตัวจะกันไว้เป็นพยาน ขณะที่ลูกชายผู้ใหญ่วอโผล่ชี้แจงโต้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องคดีฆ่า 2 นักท่องเที่ยวบนเกาะเต่า

แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะระดมชุดสืบสวนเข้าคลี่คลายคดีสังหารนายเดวิด วิลเลียม มิลเลอร์ และ น.ส.ฮานนาห์ วิทเธอริดจ์ อายุ 24 ปี นักเที่ยว ชาวอังกฤษตายสยดสยอง 2 ศพคาหาดทรายรี หมู่ 1 ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อสืบหาเบาะแสคนร้ายมานานถึง 2 สัปดาห์ แต่จนถึงขณะนี้ยังจับกุมตัวฆาตกรไม่ได้ และคดีส่อเค้าจะถึงทางตันไม่มีวี่แววจะลากคอคนร้ายมาดำเนินคดีได้นั้น

ความคืบหน้าต่อมาเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจภาค 8 ส่วนหน้า สภ.ย่อยเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.8 เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ว่า ขณะนี้ ได้จัดชุดสืบสวนจากศูนย์สืบสวนจากตำรวจภูธรภาค 8 ชุดสืบสวน บชน. และชุดสืบสวน ภ.จ.ภูเก็ต ที่มีประสบการณ์ด้านการสืบสวน แกะรอย เข้าร่วมสอบสวน หากมีความจำเป็นอาจจะระดมตำรวจจาก บช.ก.เข้ามาเสริมอีก เพื่อความรวดเร็วในการทำงานในการคลี่คลายคดีให้ปรากฏเพราะเป็นเรื่องที่กระทำต่อคนต่างชาติ ทำลายชื่อเสียงของประเทศไทย คนทั่วโลกต้องการเห็นความสำเร็จ เท่าที่ทำมาขณะนี้ ถูกทางแล้ว เรายังไม่ถึงทางตัน

พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.8 กล่าวอีกว่า ขณะนี้ตำรวจได้แจกภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวในรูปแบบวีดิโอให้กับผู้ประกอบการ และผู้ที่สมัครใจมาขอรับเพื่อช่วยกันติดตามหาเบาะแสของคนในภาพกล้องวงจรปิด ถือว่าคดีมีความคืบหน้าจากเดิมเนื่องจากเชื่อว่าผู้ก่อเหตุมีไม่ต่ำกว่า 3 คน โดย 1 ในนั้นอยู่ในเหตุการณ์แต่อาจไม่ได้ร่วมก่อเหตุข่มขืนเหยื่อ คาดว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้อยู่ในระหว่างพิจารณามาให้ข้อมูล หากเข้ามอบตัวก็อาจจะกันให้เป็นพยาน

“จากการลงพื้นที่ของชุดสืบสวนทราบว่า มีกลุ่มคนที่อยู่ใกล้เคียงในช่วงเวลากลางคืนเกิดเหตุทั้งหมด 124 กลุ่ม เป็นไทยกว่า 80 กลุ่ม ได้มีการคัดกรองออกไปแล้วเป็นจำนวนมาก แต่ยังมีบางกลุ่มที่ต้องเรียกมาสอบสวนใหม่ เช่น แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าในคืนเกิดเหตุเข้านอนแล้วตั้งแต่เที่ยงคืน แต่ตรวจสอบออกมาตอนตี 2 ยังอยู่ หรือบอกว่าตี 2 นอนแล้ว แต่ตรวจสอบว่าช่วงตี 3 ยังอยู่บนชายหาด ส่วนผู้ต้องสงสัยจากภาพวงจรปิดที่ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนไปนั้น เป็นคนที่ต้องการตัวมากที่สุดและอยากจะถามว่าทำไมต้องวิ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการ ติดตามตัว และเป็นที่น่าสงสัยว่าไม่มีพยานในพื้นที่ระบุพบเห็นบุคคลดังกล่าวเลย” ผบช.ภ.8 กล่าว

ผบช.ภ.8 กล่าวต่ออีกว่า แม้ว่าตนจะต้องไปรับตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในวันพรุ่งนี้ ก็ยังสนใจในคดีนี้ และจะคอยติดตามคดีนี้อย่างต่อเนื่อง เชื่อมั่นว่า พล.ต.ต.เดชา บุตรน้ำเพชร ผบช.ภ.8 คนใหม่จะสานต่อคลี่คลายคดีนี้ได้ เนื่องจากเป็นคนมีฝีมือและมีประสบการณ์ในการทำงานสูง

รายงานแจ้งว่า เมื่อเวลา 14.00 น. นายวรท ตู้วิเชียร หรือดีโด้ อายุ 22 ปี ลูกชายนายวรพันธ์ ตู้วิเชียร หรือผู้ใหญ่วอ ต.เกาะเต่า พร้อมนายอรรถกร อ้นอาจ ทนายความ เข้าชี้แจงต่อสื่อมวลชนหลังจากตกเป็นกระแสข่าวว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ ต.เกาะเต่า นายอรรถกรกล่าวว่า นายวรทต้องการมาแสดงตัวเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ตนนำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดที่นายวรทอาศัยอยู่ใน จ.ปทุมธานี ระหว่างวันที่ 14-15 ก.ย. ที่หอพักย่านรังสิต และขณะเรียนที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยมีรายละเอียดหลักฐานนำมาแสดงเพื่อความบริสุทธิ์ใจ ทั้งภาพนิ่งจากกล้องวงจรปิดในหอพักที่อาศัยอยู่ช่วงระหว่างวันที่ 14-15 ก.ย. เอกสารยืนยันการเข้าเรียน และการเข้าสอบของนายวรทที่มหาวิทยาลัย ในวันที่ 15 ก.ย. ข้อมูลดังกล่าวหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และสามารถให้ความกระจ่างชัดเจนต่อสังคมถึงความบริสุทธิ์ลูกความ เนื่องจากที่ผ่านมามีการนำเสนอข้อมูลที่พาดพิง ทำให้มีผลกระทบในวงกว้างนำมาสู่การตอบโต้ และการดูหมิ่นจากสังคม ส่งผลเสียให้นายวรทและครอบครัว ทั้งด้านชื่อเสียงและทางจิตใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดจึงมาแถลงที่ บช.น. นายอรรถกรกล่าวว่า ตนจะไปแถลงที่ใดก็ได้ที่มีนักข่าวเยอะ เห็นว่าที่นี่มีนักข่าวเยอะก็เลยมาที่นี่ ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมไม่ไปแสดงตัวกับตำรวจ นายอรรถกรตอบว่า มาแสดงตัวที่นี่ก็คงรู้แล้ว ไม่ได้มีหมายเรียกมาเลยแต่ก็เสียชื่อเสียงไปแล้ว และจะไม่เข้าพบพนักงานสอบสวนจนกว่าจะมีการประสานงานมาตามกระบวนการของกฎหมาย

ด้านนายวรท ตู้วิเชียร กล่าวเพียงสั้นๆว่า ได้รับผลกระทบอย่างมาก ตั้งแต่เกิดเรื่องก็ไม่ได้ไปเรียนหนังสือเลย เพราะคนรอบข้างมาถามว่าตนเป็นคนฆ่าหรือไม่ ขณะที่ในโซเชียลมีเดียก็เข้ามาด่าทอตน อยากให้พูดดีๆ และให้ความยุติธรรม รู้สึกหวาดกลัวและตอนนี้มีแต่เพื่อนสนิทเท่านั้นที่เข้าใจ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้