วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ลุ้นสร้างแบรนด์ระดับโลก

ลุ้นสร้างแบรนด์ระดับโลก

  • Share:

“อุตสาหกรรม” รุกแฟชั่นปั้นดีไซเนอร์ไทย

กระทรวงอุตสาหกรรมเปิดอบรมผู้ประกอบการประชาชน ร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพผลิตภัณฑ์กลุ่มแฟชั่นไทย สร้างแบรนด์ไทยโกอินเตอร์

นางอรรชกา สีบุญเรือง ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ได้จัดทำโครงการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมฝึกอบรมในโครงการพัฒนาศักยภาพหรือผลิตภัณฑ์แฟชั่นต่างๆ กับ กสอ. เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการมีศักยภาพในการวิเคราะห์ อบรม คิดค้นรูปแบบนวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่น เพื่อให้มีความหลากหลายโดดเด่นในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออก โดยเฉพาะการจำหน่ายภายในประเทศ จะช่วยทำให้สินค้าในกลุ่มนี้ของประเทศไทยเป็นที่ยอมรับสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ตัดสินใจซื้อกลับไปยังประเทศตนเองเหมือนกับสินค้าแฟชั่นของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ที่มีสินค้าที่ผลิตในฮ่องกง เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภค หากไม่นิยมซื้อสินค้าแบรนด์เนม โดยผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ http://www.dip.go.th 

นางอรรชกากล่าวว่า อุตสาหกรรมแฟชั่นไทย เป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทยและมีบทบาทต่อการจ้างงานกว่า 2 ล้านคนถูกจัดอันดับอยู่ 1 ใน 5 ของอุตสาหกรรมแฟชั่นเอเชีย เนื่องจากมีความได้เปรียบในเรื่องของวัตถุดิบที่หลากหลาย ทักษะฝีมือแรงงานที่ประณีต และมีการออกแบบที่สร้างสรรค์ ซึ่ง กสอ.ได้ให้การสนับสนุนและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้มีความแข็งแกร่งผ่านหลากหลายกิจกรรม เช่น กิจกรรมการสร้างเครือข่ายกลุ่มธุรกิจในอุตสาหกรรมแฟชั่น ที่ส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ และประสบการณ์ระหว่างผู้ประกอบการในเครือข่าย ก่อให้เกิดความแข็งแกร่งและมีอัตลักษณ์ที่ชัดเจน นำไปสู่ศักยภาพการแข่งขันที่เข้มแข็ง

สำหรับ 7 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ค.) ปรากฏว่า อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยสามารถส่งออกและสร้างรายได้เข้าประเทศได้ถึง 370,000 ล้านบาท โดยสินค้าหลักๆ คือ ผลิตภัณฑ์สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนังและรองเท้า และอัญมณีและเครื่องประดับ แต่หากเทียบกับผู้นำด้านแฟชั่นเช่นที่ฮ่องกง ที่สามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำแฟชั่นแถวหน้าในเอเชียที่มีตัวเลขการส่งออกสินค้าแฟชั่นสูงถึง 930,000 ล้านบาท จะเห็นได้ว่าสูงกว่าประเทศไทยเกือบสามเท่า โดยฮ่องกงเป็นเมืองที่มีความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมแฟชั่นเป็นอย่างมาก เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การผลักดันส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นอย่างต่อเนื่องและครบวงจร มีหน่วยงานที่ดูแลด้านแฟชั่นโดยเฉพาะ รวมทั้งมีเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย การออกแบบที่ได้รับการยอมรับระดับสากล อีกทั้งยังสามารถสร้างแบรนด์สินค้าเป็นของตนเองที่มีชื่อเสียงระดับโลก อาทิ จิออร์ดาโน่ (Giordano) ครอคโคไดล์ (Crocodile) จีทูเธาซันด์ (G2000) และราเบียนโค (RABEANCO) เป็นต้น

“นอกจากนี้ อุตสาหกรรมแฟชั่นฮ่องกงยังเป็นตัวแปรสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวที่ฮ่องกงซึ่งมีสูงถึงปีละ 50 ล้านคน โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีจุดหมายปลายทางที่ย่านการค้าแฟชั่นต่างๆ อาทิ ย่านคอสเวย์เบย์ ย่านแอดมิรัลตี้ ย่านมงก็ก ย่านเซ็นทรัล ซึ่งเป็นย่านจำหน่ายสินค้าแฟชั่นระดับไฮ-เอนด์ เช่น หลุยส์ วิตตอง กุชชี่ แอร์เมส ดิออร์ และปราด้า ฯลฯ รวมทั้งเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าระดับหรูหลายแห่ง เช่น ห้างไฮซึ่นเพลส ห้างโซโก แลนด์มาร์คอเล็กซานดราแลนด์มาร์คชาเตอร์จาร์ดิน เฮาส์เอ็กซเชนจ์สแควร์ ฯลฯ และยังมีย่านโซโหสำหรับสินค้าสไตล์บูติกสินค้า แนวย้อนยุค และงานศิลปะ เป็นต้น ทั้งนี้ ในการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยสู่ สวรรค์แห่งการช็อปปิ้งของประเทศให้เทียบเท่าฮ่องกง จึงจะต้องใช้กลยุทธ์เพื่อให้เกิดการพัฒนาในหลายด้าน อาทิ จูงใจให้ผู้ประกอบการต่างชาติสนใจมาซื้อสินค้าไทย ส่งเสริมให้แบรนด์ไทยเป็นที่รู้จักและยอมรับในตลาดต่างประเทศ กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวซื้อสินค้าแฟชั่นของไทยมากขึ้น”.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้