วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทัพไทยคึก

ทัพไทยคึก

  • Share:

สำหรับแฟนกีฬาชาวไทยแล้ว ช่วงนี้คงเป็นช่วงที่คึกคักและให้ความสนใจกับมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 17 “อินชอนเกมส์” กันมากที่สุด

นักกีฬาไทยเร่งเครื่องกันสุดฤทธิ์ช่วยกันคว้าเหรียญทองมาได้ตลอด 2-3 วันหลังมานี้

อีกทั้งยังมีกีฬาอีกหลายชนิดที่มีโอกาสคว้าเหรียญทองเพิ่มให้กับประเทศไทยได้อีกด้วย ทั้ง เทควันโด, เซปักตะกร้อ, กรีฑา และมวยสากลสมัครเล่น อยู่ในข่ายทั้งหมด

ในส่วนของมวยสากลสมัครเล่นนั้นคงต้องลุ้นกันเหนื่อยหน่อย เราเห็นฤทธิ์เดชของกรรมการที่ให้คะแนนกันมาแล้วในรอบแรกๆ อย่างน้อยๆ

นักชกไทย 2 รุ่น ก็ถูกปล้นชัยจากการให้คะแนนที่ไม่เป็นธรรม

ว่ากันถึงการให้คะแนนในมวยสากลสมัครเล่นครั้งนี้ค่อนข้างจะมีปัญหา

มีการเปลี่ยนกฎจากเดิมที่เป็นการกดแป้นให้คะแนนและเอาชนะกันด้วยจำนวนหมัด มาเป็นกติกาแบบมวยอาชีพ กล่าวคือ “ให้คะแนนกันแบบต่อยก”

เรื่องนี้ผู้สันทัดกรณีค่อนข้างจะมีคอมเมนต์ออกมามาก เช่น หากนักชกคนใดคนหนึ่งทำผลงานใน 2 ยกแรกไม่ดี ก็จะไม่มีสิทธิ์กลับมาเป็นผู้ชนะได้เลย นอกจากการชนะน็อกเท่านั้น

แต่ถ้าเป็นการตัดสินแบบการกดแป้นให้แบบเก่านั้น หากนักชกมาเร่งเครื่องปล่อยหมัดโดนคู่ต่อสู้จะแจ้งหลายๆหมัดก็อาจมีสิทธิ์เป็นฝ่ายพลิกสถานการณ์กลับมาเฉือนเอาชนะด้วยคะแนนได้

เสน่ห์ตรงนี้มันหายไป!

ผมเห็นด้วยครับกับการที่ “บิ๊กอ๊อด” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา และอีกหลายๆคนบ่นๆเอาไว้ว่า หากมีคนไทยเข้าไปทำหน้าที่อยู่ในสหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ หรือไอบา (AIBA) อยู่บ้าง นักชกของเราก็คงไม่ถูกข่มเหงขนาดนี้

นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวด้วยว่ามีความต้อง การที่จะดึงตัวนายกสมาคมมวยสากลแห่งประเทศไทยคนเก่าเข้ามาทำหน้าที่แทนคนปัจจุบันด้วย แต่นั่นก็ยังเป็นเรื่องของข่าวลือครับ

เรื่องนี้คงเป็นเรื่องใหญ่ เพราะหากจะให้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ คงต้องขึ้นอยู่กับการเลือกตั้ง คง “ปฏิวัติ” เอาเองไม่ได้

ในส่วนของกีฬาเทนนิสเองก็ต้องถือว่าทำได้ตามเป้าหมาย โดยคว้าไป 1 เหรียญทองจากหญิงคู่ 1 (แทมมารีน ธนสุกาญจน์-ลักษิกา คำขำ) เหรียญเงินจากหญิงเดี่ยว (ลักษิกา คำขำ) และ 1 เหรียญทองแดงจากชายคู่ (สนฉัตร-สรรค์ชัย รติวัฒน์)

ต้องขอแสดงความยินดีกับ “แทมมี่” ด้วย ที่คว้าเหรียญทองได้สำเร็จ หลังจากที่ก่อนหน้านี้

เธอลงเล่นเอเชียนเกมส์มาแล้ว 6 ครั้ง อกหักในรอบชิงฯได้เพียงแค่เหรียญเงินมาตลอด

มาในครั้งนี้ในวัย 37 ปี สามารถคว้าเหรียญทองสร้างเกียรติประวัติให้กับตนเองและชาติได้ ถือเป็นการปิดฉากการเล่นเอเชียนเกมส์ของเธอได้อย่างสวยหรู

ส่วน “น้องลัก” ที่พลาดโอกาสสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่คว้า 2 เหรียญทองในเอเชียนเกมส์ เนื่องจากพลาดท่าพ่ายนักหวดจีนในรอบชิงฯ ประเภทหญิงเดี่ยวนั้น เชื่อว่าเธอยังมีโอกาสอีกแน่ในอนาคต เพราะอายุเพิ่งแค่ 21 ปี ยังเล่นเอเชียนเกมส์ได้อีกหลายครั้ง

ช่วงท้ายนี้ขอเขียนติดถึงเรื่องของทีม “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทยภายใต้การนำทัพของ “บิ๊กเกษม” เกษม จริยวัฒน์วงศ์ ผู้จัดการทีม และกุนซือใหญ่ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เอาไว้ซักนิดนึงครับ หลังจากที่พวกเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกระเทียมดอง กรุยทางทะลุผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ในศึกเอเชียนเกมส์ ได้เป็นครั้งที่ 4 ในประวัติศาสตร์ไปแล้ว

ขณะที่ผมเขียนคอลัมน์นี้อยู่ ยังไม่ทราบผลว่าจะสามารถฝ่าด่านเอาชนะ “โสมขาว” เกาหลีใต้ ในรอบตัดเชือกได้หรือไม่ แต่ที่แน่ๆตอนนี้ขุนพลนักเตะของเราชุดนี้ได้ใจแฟนบอลไทยทั้งประเทศไปแล้ว

ฟอร์มอันน่าทึ่ง บวกกับความทุ่มเทผลงานที่ออกมาสุดยอด แฟนบอลคงไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้

ในส่วนของเงินอัดฉีดที่ว่ากันว่าจะได้อย่างต่ำเหยียบ 40 ล้านบาทจากการผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ และ 80 ล้านบาทหากคว้าเหรียญทองได้สำเร็จจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่มี “บังยี” วรวีร์ มะกูดี เป็นนายกสมาคมฯ รวมไปถึงจากภาคเอกชนนั้น เป็นสิ่งที่พวกเขาสมควรจะได้รับเพื่อเป็นกำลังใจ

ผมย้ำนะครับเงินอัดฉีดจำนวนนี้เป็นเพียงแค่กำลังใจส่วนหนึ่ง ที่บรรดาสปอนเซอร์ต่างๆมีน้ำจิตน้ำใจหยิบยื่นมาให้ มันไม่ใช่ว่านักเตะทุ่มเทเล่นกันลืมตายเพื่อเงินจำนวนนี้

จริงๆแล้วหากหารกันทั้งทีมออกมาเป็นรายบุคคลแล้ว มันก็จะได้คนละนิดคนละหน่อยเท่านั้น

น้อยกว่าเงินที่นักเตะบางคนได้รับจากสโมสรต้นสังกัดในการเล่นไทยลีกซะอีก

พวกเกรียนบอลไทยเข้าใจไว้ด้วย!!!

พาวเวอร์บอมบ์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้