วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไม่อยากให้เสียของต้องจริงใจ

ไม่อยากให้เสียของต้องจริงใจ

โดย สายล่อฟ้า
1 ต.ค. 2557 05:01 น.
  • Share:

เห็นรายชื่อ 173 สปช. ที่สื่อต่างๆ ไปเจาะมาน่าจะเป็นของจริง หรือหากไม่ตรงทั้งหมดก็คงจะใกล้เคียงและมีความเป็นไปได้มาก แต่อีก 77 คน ที่มาจากจังหวัดต่างๆนั้นยังไม่ปรากฏชื่อว่าใครเป็นใครกันบ้าง

ว่าที่จริงแล้วตามรายชื่อที่ปรากฏออกมานั้น ล้วนคนเด่นคนดังเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีการคาดการณ์กันล่วงหน้าแล้วว่าน่าจะได้รับการสรรหาเป็น สปช.

“ล็อกไม่ล็อก” ก็รู้กันอยู่แก่ใจกันดีแล้ว

เพราะการวิ่งเต้นเข้าสู่ศูนย์อำนาจ คสช. ตัวจริงเสียงจริงที่มีบารมีพอที่จะบันดาลให้เป็นจริงได้นั้น

เปอร์เซ็นต์จะได้เป็น สปช.ไม่ตํ่ากว่า 85%

ถึงบอกไงว่าจะปฏิเสธอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์ เพราะความเป็นจริงมันเป็นอย่างนั้น คสช.ก็รับไปเองก็แล้วกัน

อย่างไรก็ดี โดยภาพรวมแล้ว สปช.ชุดนี้มีผู้ชำนาญการใน 11 ด้านที่กำหนดเป็นกรอบเอาไว้นั้นดีพอสมควร

หมายความว่าในแต่ละด้าน จะมีผู้รู้เป็นการเฉพาะและยังเคยดำเนินการเพื่อการปฏิรูปมาแล้ว เมื่อเข้ามาทำหน้าที่ก็น่าจะทำให้การทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

แต่อย่างหนึ่งที่จะต้องคิดและจัดการให้ดีก็คือ การเลือกประธาน-รองประธาน สปช. ที่จะต้องทำหน้าที่ควบคุมบรรดาสมาชิกให้ดี เพื่อทำให้การปฏิรูปประเทศครั้งนี้บรรลุเป้าหมายให้ได้

อย่าให้ “เสียของ” ก็แล้วกัน

ขณะเดียวกัน การทำงานใหญ่อย่างนี้ นอกจากบรรดา สปช. แล้วยังต้องขยายขอบเขตไปสู่วงกว้างอีกด้วย

นั่นคือความเห็นจากแนวทางการปฏิรูปที่เคยทำมาแล้วจากหลายส่วน แต่ไม่ได้นำมาใช้ทั้งๆที่มีความตั้งใจทำกันอย่างดี เสียงบประมาณไปก็มาก

เมื่อ “เก็บใส่ลิ้นชัก” เอาไว้ก็ไร้ประโยชน์

ที่ไม่ได้นำมาใช้ก็เพราะไม่ถูกใจ ไม่สอดรับกับผลประโยชน์ทางการเมืองของผู้มีอำนาจแต่ละยุคสมัยจึงเกิดการไม่ยอมรับกล่าวหาว่าเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายหนึ่ง อีกฝ่ายหนึ่งเสียประโยชน์กลายเป็นว่าที่ตั้งคณะกรรมการปฏิรูปขึ้นมานั้น

ก็เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แสดงให้เห็นว่ามีความต้องการที่จะปฏิรูปลดแรงกดดัน ลดแรงเสียดทานในสถานการณ์การเมืองในห้วงนั้น

คือซื้อเวลาแก้ปัญหาการเมืองเท่านั้น

นอกจากนั้นเชื่อว่าการปฏิรูปที่จะเกิดขึ้น นอกจาก สปช.จำนวน 250 คน ที่จะต้องเสนอความคิดความอ่านตามที่แต่ละคนเชื่อว่าถูกต้อง ก็คงจะมีบรรยากาศการโต้เถียง ขัดแย้งอย่างแน่นอน

“นอกสภา” ก็คงจะมีบรรยากาศไม่ต่างกัน เพราะที่ผ่านมายังซุ่มรอดูกันอยู่ว่าจะเป็นไปอย่างไร เดินหน้าเมื่อใดก็คงจะต้องออกมาแสดงความเห็นกันคนละทิศละทางและสร้างความขัดแย้งขึ้นมาได้

ที่พูดถึงความสำคัญประธานและรองประธาน สปช. ก็เพราะเรื่องนี้แหละ...การเลือกบุคคลเข้ามาทำหน้าที่ จึงต้องพิจารณากันให้ดี นอกจากจะต้องคุมสภาพ สปช.ด้วยกันเอง แล้วยังต้องบริหารความเห็นคนภายนอกด้วย

การประสานความคิดเห็นทั้งในสภา-นอกสภา จึงมีความจำเป็นที่จะต้องได้บุคคลที่เข้ามาควบคุม เพื่อทำให้การประสานงานและการยอมรับ ไม่ใช่เฉพาะแค่อาวุโสหรือผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

มนุษยสัมพันธ์ต้องดี บารมีต้องปรากฏ อ่านสถานการณ์ให้ทะลุ

การเริ่มต้นที่ดีอย่างรู้เท่ารู้ทันจะเกิดประโยชน์ต่อการทำงานใหญ่ ไม่ใช่คิดแค่ว่าเอาพรรคเอาพวก คนสนิทชิดเชื้อ เพื่อหวังจะสั่งหรือควบคุมได้นั้น

เพราะถ้าเริ่มต้นดีก็มีชัยไปครึ่งหนึ่งแล้ว.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้